gold spot พักตัว $15 รอผลเจรจาสงครามการค้า “สหรัฐ – EU” แต่มีแรงหนุนจากปัญหา “รัสเซีย-ยูเครน”
มาดูภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทย ( 27 พ.ค.) เช้าขยับบวกขึ้นมาก 100 บาท สมาคมค้าทองคำ ได้ประกาศราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 51,550 บาท
ส่วนราคารับซื้อ 51,450 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 52,350 บาท ส่วนราคารับซื้อ 50,528.28 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.58 บาทต่อดอลลาร์
ด้าน ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า
ทองคำในประเทศยังคง Sideway จากการที่เงินบาทกลับมาอ่อนค่าระยะสั้นและทองโลกย่อตัวลงระยะสั้น แนะนำใช้กลยุทธ์เชิงรับรอเข้าซื้อสะสมที่บริเวณ 51,200-51,100 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 51,500 และ 51,600 บาท
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot วานนี้ เคลื่อนไหวในกรอบแคบ เพราะตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการ เนื่องในวัน Memorial Day ก่อนจะปรับลดลง 15 ดอลลาร์ มาปิดตลาด 3,342 ดอลลาร์ โดยได้แรงกดดันจากกการแข็งค่าของดอลลาร์ หลัง ปธน.ทรัมป์ เลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป (EU) 50% เป็นวันที่ 9 ก.ค. เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาต่อรองการค้า
โดย EU เสนอแนวทาง “zero-for-zero” เป็นการยกเลิกภาษีสินค้าประเภทอุตสาหกรรมทั้งหมด รวมถึงรถยนต์ อย่างไรก็ดี EU เตรียมมาตรการตอบโต้หากการเจรจาล้มเหลว โดยมีแผนจะเรียกเก็บภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่ารวมประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ดีราคาทองคำยังมีปัจจัยหนุนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนตึงเครียด รัสเซียโจมตีทางอากาศต่อยูเครนติดต่อกันเป็นวันที่ 3 และเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม นอกจากนั้นยังได้แรงหนุนจากความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและฮามาส หลังอิสราเอลปฏิเสธข้อเสนอจากทางการสหรัฐที่มีเป้าหมายให้อิสราเอลยุติการโจมตีในฉนวนกาซา
โดย InterGOLD มองแนวโน้มเชิงเทคนิคว่า
กราฟทองรายชั่วโมงเปลี่ยนแนวโน้มจากขาขึ้น (Uptrend) มาเป็นแกว่งตัวในกรอบ (Sideways) เริ่มมีจังหวะอ่อนตัวลงจากแรงเทขาย หลังนักลงทุนคลายกังวลประเด็นสงครามการค้า
แนะนำรอเข้าซื้อที่แนวรับ 3,280 ดอลลาร์ หรือ 51,000 บาท ลุ้นดีดกลับขึ้นไปขายทำกำไรตามกรอบ Sideways ที่ 3,360 ดอลลาร์ หรือ 51,500 บาท
ด้าน T.D.C. Gold มองว่า
หลังจากราคาทองคำปรับตัวลงมาพักฐานบริเวณระดับ 3,120 ดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคายังคงเคลื่อนไหวในกรอบการปรับฐาน ก่อนที่จะลงไปทดสอบแนวรับทางเทคนิคในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง จาก นั้นเกิดแรงซื้อเร่งด่วน (Panic Buying) ส่งผลให้ราคาดีดตัวกลับขึ้นอย่างรุนแรง
การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนสัญญาณเชิงบวก โดยราคายังคงอยู่ในภาวะ Golden Cross และ สามารถทะลุแนวต้านสำคัญได้ทั้งในกรอบเวลา 4 ชั่วโมงและรายวัน ขณะที่เครื่องมือทางเทคนิค (Indicators) หลายตัวเริ่มแสดงสัญญาณการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงบริเวณแนวรับสำคัญ และสามารถพิจารณาทํากำไร (Take Profit) ในช่วงแนวต้านถัดไปตามลำดับ โดยควรติดตามปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทาง เทคนิคอย่างใกล้ชิดเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยให้โซนแนวรับที่ 3,120-3,178 ดอลลาร์ ส่วนโซนแนวต้านอยู่ที่ 3,409-3,435 ดอลลาร์
ขณะที่ YLG Bullion มองว่า
วานนี้ราคาพักตัวในระยะสั้น หลังจากวันศุกร์ทดสอบโซนแนวต้านที่ 3,365 ดอลลาร์ วันนี้แนะโฟกัส Low เมื่อวานนี้บริเวณ 3,324 ดอลลาร์ หากยืนได้จะดีดตัวอย่างน้อยในระยะสั้น แต่หากไม่สามารถทะลุผ่าน 3,365-3,354 ดอลลาร์ ยังคงต้องระวังการปรับตัวลงของราคา
สำหรับกลยุทธ์ หลังจากขายทำกำไรบริเวณ 3,365 ดอลลาร์ การเข้าสถานะใหม่รอเข้าซื้อหากราคาย่อไม่หลุด 3,308 ดอลลาร์ หากหลุด 3,308 ดอลลาร์ชะลอการเข้าซื้อไปก่อน โดยดูจังหวะเข้าซื้อหากราคาไม่หลุด 3,279-3,250 ดอลลาร์ ขายทำกำไรถ้าราคาไม่ผ่าน 3,365-3,354 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากหลุด 3,250 ดอลลาร์
ขณะที่ Ausiris
มองว่ากราฟราย 4 ชั่วโมงที่สะท้อนภาพรวมของตลาดขาขึ้น โดยกราฟทำรูปแบบ sideway up ในกรอบคู่ขนานขาขึ้น โดยมีแนวต้านเป้าหมายที่ระดับ 3,368 ดอลลาร์ เพื่อรอจังหวะเบรคเพื่อไปต่อแนวต้านเป้าหมาย 3,400 ดอลลาร์ แต่หากยังเบรคแนวต้านดังกล่าวไม่ผ่านราคาราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวลงสู่แนวรับเป้าหมาย ที่ระดับ 3,325-3,385 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
แนวรับรายวันที่ 3,324 และ 3,312 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านรายวันอยู่ที่ 3,362 และ 3,387ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.