ทองไทยแรงต่อเนื่องได้เงินบาทหนุน วานนี้ทำ ATH แตะ 57,150 บาท เช้านี้ลดลงแต่ปักหลักเหนือ 57,000 บาทได้
มาดูของราคาทองคำไทยเมื่อวานนี้ได้ทำจุดสูงสุดตลอดกาลใหม่อีกรอบที่ 57,150 บาท แม้ว่าราคาทองคำ gold spot จะยังไม่ทำ ATH ใหม่ แต่ว่าค่าเงินบาทกลับอ่อนค่าเหนือ 32 บาทต่อดอลลาร์ จากนั้นในช่วงท้ายตลาดราคาได้ปรับลดลงต่อเนื่อง
เช้านี้ สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ของวัน (26.09) ลดลงอีก 50 บาท
มาอยู่ที่ 57,050 บาท ส่วนราคารับซื้อ 56,950 บาท ขณะที่ราคาขายออกทองรูปพรรณอยู่ที่ 57,850 บาท ส่วนราคารับซื้อ 55,803.96 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.23 บาทต่อดอลลาร์
โดย Shining Gold มองว่า
นักลงทุนที่ทองคำถือไว้ เมื่อราคารีบาวน์แนะนำแบ่ง Take Profit บางส่วน ที่เหลือ Run Profit ต่อ และหากมีการย่อลงมาแนวรับค่อยซื้อเข้าสะสมเพิ่ม สำหรับคนที่พอร์ตว่างที่รอเข้าใหม่ควรมีไม้เผื่อถัวเฉลี่ย 4-6 ไม้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เพราะการเข้าไล่ราคาซื้อที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ มีความเสี่ยงที่สูงมาก
ทั้งนี้ให้แนวต้านที่ 57,150/57,300 และ 57,500 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 56,950/56,400 และ 55,600 บาท
ส่วนการเคลื่อนไหวของ ราคาทองคำ gold spot วานนี้ แม้จะปิดบวก 13 ดอลลาร์ แต่มองทางเทคนิคราคาอยู่ระหว่างรอปัจจัยใหม่เพื่อเลือกทาง เพราะราคาไม่ได้สร้างจุดสูงสุดใหม่ และจุดต่ำสุดใหม่
แม้ราคาทองคำจะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์เป็นวันที่ 2 โดยขึ้นแตะ 98.23 หน่วย และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 สู่ระดับ 4.19% หลังตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2025 ประมาณการครั้งสุดท้าย ขยายตัวถึง 3.8% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และมากกว่าครั้งก่อนที่ 3.3% ขณะที่ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสัปดาห์ ลดลงเกินคาด สู่ระดับ 218,000 รายน้อยกว่าที่คาดการณ์และครั้งก่อนเช่นกัน
อย่างไรก็ดีราคาทองคำลดช่วงติดลบ โดยได้รับแรงหนุนจากถ้อยแถลงของประธานเฟดสาขาซาน ฟรานซิสโก ย้ำว่าสนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ย 0.25% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และส่งสัญญาณความพร้อมที่จะเปิดรับการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม ประกอบกับความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงดำเนินต่อไป ส่งผลกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ในขณะที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศ ได้รายงานหนี้สาธารณะทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรก พุ่งขึ้นถึง 21 ล้านล้านดอลลาร์ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 337.7 ล้านล้านดอลลาร์ จากการที่ธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลกเริ่มผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน ส่งผลให้หนี้สาธารณะทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น
วันนี้รอฟังการประกาศดัชนีการบริโภคส่วนบุคคล(PCE) พื้นฐานเทียบรายเดือน ส.ค. คาดจะลดลงแตะ0.2% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 0.3 % ,ดัชนีการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐานเทียบรายปี เดือน ส.ค. คาดจะคงที่ที่ระดับ 2.9%
ส่วนดัชนีการบริโภคส่วนบุคคลเทียบรายปี เดือน ส.ค. เพิ่มขึ้นแตะ2.7 % จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 2.6 % และดัชนีการบริโภคส่วนบุคคลเทียบรายเดือน เดือน ส.ค. เพิ่มขึ้นแตะ 0.3% จากเดือนก่อหน้าอยู่ที่ 0.2 %
โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ หากเงินเฟ้อเร่งตัวสูงขึ้นตามคาด อาจทำให้เฟดลดโอกาสในการลดดอกเบี้ยมากขึ้นในเป็นลบต่อทองคำ
ทาง T.D.C. Gold มองว่า
ตัวเลข Final GDP และ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ ที่ประกาศเมื่อคืนนี้ออกมาดีกว่าคาด ส่วนหนึ่งมาจากการเร่งนำเข้าสินค้า เพราะการกลัวนโยบายภาษี ขณะที่ภาพรวมตลาดการเงินเริ่มทรงตัว และราคาทองคำปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย และยังอยู่ในช่วงพักฐาน
ขณะที่ YLG Bullion มองว่า
วานนี้ราคาพักตัวหลังราคาไม่สามารถทำ High ใหม่เหนือ 3,779 ดอลลาร์ ภาพรวมวันนี้ยังคงแกว่งตัวในกรอบ 3,760-3,718 ดอลลาร์ และการ Breakout จะทำให้ราคามีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น
กลยุทธ์การลงทุน ขายทำกำไรหากไม่ผ่าน 3,766-3,779 ดอลลาร์ หากผ่าน 3,779 ดอลลาร์ไปได้ ให้ชะลอขายและขยับTrailing Stop มาที่ทุนเพื่อคุมความเสี่ยง รอเสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด 3,718 ดอลลาร์ หากหลุด 3,718 ดอลลาร์ ให้ชะลอซื้อไปที่ 3,707-3,675 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากหลุด 3,675 ดอลลาร์
ด้าน Ausiris มองว่า
กราฟราย 4 ชั่วโมงยังรันเทรนด์ขาขึ้น ทำให้ฝั่งซื้อยังได้เปรียบตลาด หากยืนเหนือโซน 3,750ดอลลาร์มองขึ้นต่อ โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ 3,760-3,790 ดอลลาร์ แม้จะเกิดการพักฐานระยะสั้นบ้าง
แต่ภาพรวมยังคงเป็นขาขึ้น หากไม่หลุด 3,717-3,707 ดอลลาร์ หรือราคาทองคำไทย 56,500บาท ในตรงกันข้ามหากราคาทองคำ gold spot เผชิญปัจจัยลบจนหลุดโซนดังกล่าวฝั่งขายจะกลับมาได้เปรียบตลาดแทน คนที่อยู่ฝั่งซื้อต้องตั้งจุดตัดขาดทุน
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับที่ 3,683 และ 3,620 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,780 และ 3,800 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.