ทองคำป่วนหนัก หลังทะยานแตะ $3,500 gold spot ถูกเทร่วม $150 ลงแตะ $3,360 ทองไทยโหดไม่แพ้กันเช้านี้ร่วง 1,100 บาท
ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com
มาดูภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทยวานนี้ ทำสถิติการปรับเปลี่ยนระหว่างวันมากถึง 35 ครั้ง โดยเป็นการปรับขึ้น 21 ครั้ง และปรับลง 14 ครั้ง รวมบวกขึ้นมา 1,250 บาท พร้อมทำสถิติราคาขายออกทองคำแท่งสูงสุดตลอดกาล (ATH) ที่ 54,800 บาท ขณะที่ราคาทองคำรูปพรรณอยู่ที่ 55,600 บาท
ส่วนเช้านี้ราคาเริ่มเคลื่อนไหวผันผวนเช่นกัน แต่เป็นการผันผวนในทางลบ โดย สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาแรกของวัน ( 23 เม.ย.) ลดลง 850 บาท
ก่อนอีกชั่วโมงถัดมาจะประกาศลดลงครั้งละ 50 บาทถึง 5 ครั้ง ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.00 น. อยู่ที่ 53,350 บาท ส่วนราคารับซื้อ 53,250 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 54,150 บาท ส่วนราคารับซื้อ 52,286.84 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 33.51 บาทต่อดอลลาร์
โดย Shining Gold มองว่า
วานนี้ทองคำไทยสามารถขึ้นมาแตะ 55,000 บาทได้สำเร็จ แต่ไม่สามารถ Break ทะลุแนวดังกล่าวได้ เกิดแรงขายและการทิ้งตัวลงอย่างต่อเนื่องจาก ราคาทองคำ gold spot ที่ปรับตัวลง จากประเด็นการพลิกกลับนโยบายของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์อย่างกระทันหัน
ถือเป็นโอกาสดีสำหรับท่านที่รอซื้อใหม่ให้ทยอยเข้าซื้อเพื่อเล่นรอบโดยแบ่งแนวเข้าซื้อตามจุดแนวรับสำคัญและควรมีไม้เผื่อถัวเฉลี่ยเพิ่มเติม 4-5 ไม้ โดยให้แนวต้านที่ 53,630/53,950 และ 54,400 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 53,300-53,100/52,200 และ 51,350 บาท
ไปดูการเคลื่อนไหวราคาทองคำ gold spot วานนี้ได้พักฐานหลังขึ้นทำจุดสูงสุด หรือ All time high (ATH) ที่ 3,500 ดอลลาร์ ก่อนจะถูกเทแรงร่วม 150 ดอลลาร์ลงมาที่แตะจุดต่ำสุดที่ 3,366 ดอลลาร์ ก่อนจะมาปิดตลาดที่ 3,379 ดอลลาร์ โดยรวมลดลงไป 44 ดอลลาร์
ทั้งนี้ราคาทองคำ gold spot ปรับขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 3,000 ดอลลาร์ไปถึง 3,500 ดอลลาร์ โดยใช้เวลาเพียง 39 วันเท่านั้น และให้ผลตอบแทนสูงถึง 30%
ขณะที่ในช่วงเช้าราคาได้ GAP กระโดดลงเช้านี้ ลงไปทดสอบแถว 3,310 ดอลลาร์ โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ หลังจากปธน.ทรัมป์ยืนยันว่า “ไม่มีเจตนาจะไล่นายพาวเวลล์ประธานเฟดออกจากตำแหน่ง” ก่อนจะดีดตัวขึ้นมาปิด GAP แถว 3,380 ดอลลาร์ได้ ต้องมารอดูว่าราคาจะกลับลงไปทอสอบจุดต่ำสุดเดิม หรือจะกลับขึ้นไปเลย
มาดูปัจจัยที่กดดันราคาทองคำเมื่อวานนี้ มาจากแรงขายทำกำไรและแรงขายทางเทคนิค หลังราคาเข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไปนอกจากนี้ยังมีแรงขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่าความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนจะคลี่คลายลงในไม่ช้า
นอกจากนั้นราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันจากประเด็นที่ ปธน. ปูติน ต้องการพบกับ ปธน.ทรัมป์ที่นครวาติกัน เพื่อเจรจาหยุดยิงแบบไม่มีเงื่อนไข ทั้งนี้การลงทุนทองคำในช่วงนี้ยังคงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และติดตามความคืบหน้าในประเด็นต่างๆ อย่างใกล้ชิด
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในไทย ทาง YLG Bullion มองว่า
ได้เกิดแรงขายอย่างหนักหลังราคาทดสอบเป้าหมายสำคัญของ YLG ที่ 3,500 ดอลลาร์ทำให้ราคาเข้าสู่ช่วงของการพักตัวในระยะกลาง
วันนี้มีรับแรกที่บริเวณ 3,349 ดอลลาร์ หากยืนได้จะดีดตัวระยะสั้นก่อน หลังราคาเริ่มเข้าสู่ภาวะ Oversold และเกิด Hidden Bullish Div. แต่จะเป็นการดีดเพื่อลงต่อ
โดยจะมีแนวต้าน 3,382-3,410 ดอลลาร์ และหากหลุด 3,349 ดอลลาร์จะเสียทรงการดีด มีรับถัดไป 3,332-3,316 ดอลลาร์
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะขายหากราคาไม่ผ่าน 3,382-3,410 ดอลลาร์ ชะลอขาย หรือ ตัดขาดทุนสถานะขายหากราคาผ่าน 3,410 ดอลลาร์ รอซื้อคืนหากราคาไม่หลุด 3,349-3,332 ดอลลาร์ หากหลุด 3,332 ดอลลาร์ ให้ชะลอซื้อไปที่แนวรับถัดไปโซน 3,323-3,316 ดอลลาร์
ขณะที่ ARR Goldtrading มองว่า
เกิดการปรับฐานอย่างหนักจนต่ำกว่าเส้นแนวโน้มล่าสุด เป็นการยืนยันการจบรวบขาขึ้น และกำลังเข้าสู่ช่วงแกว่งออกข้างเพื่อสร้างฐานใหม่
นักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรพิจารณาแบ่งเงินรอเข้าซื้อตามแนวรับ ที่ 3,350 / 3,340 และ 3,330 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากราคาปรับฐานลงต่ำกว่า 3,320 ดอลลาร์ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวประมาณ 10 ดอลลาร์ จากจุดซื้อ หรือที่แนวต้าน 3,360 / 3,370 และ 3,380 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับรายวันที่ 3,350 และ 3,337 ดอลลาร์ ส่วน แนวต้านรายวันอยู่ที่ 3,399 และ 3,412 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.