gold spot ขยับตัวกรอบแคบรอเลือกทาง จับตาเจรจาสงครามการค้าก่อนเส้นตาย 1 ส.ค. เฟดจะลดดบ.หรือไม่ หลัง “ทรัมป์” กดดันต่อเนื่อง
มาดูภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทย เช้านี้ ( 21 ก.ค.) สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.30 น.
อยู่ที่ 51,450 บาท ส่วนราคารับซื้อ 51,350 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 52,250 บาท ส่วนราคารับซื้อ 50,316.04 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.42 บาทต่อดอลลาร์
ด้าน ShiningGold bullion มองว่า
ราคาทองคำไทยหลังผ่านช่วงการย่อตัวลงมาให้รับอยู่หลายรอบก็พยายาม ที่ยืนทรงทำเทคนิคอลรีบาวน์สลับกับแรง take profitอยู่เนื่อง ๆ แต่ภาพรวมยังเป็นลักษณะของการสะสมกำลังเพื่อขึ้นต่อ
นักลงทุนระยะกลางที่ทยอยสะสมมาแล้ว ยังคงแนะนำถือ Run Profit ต่อ นักลงทุนระยะสั้นจะเข้าซื้อเล่นรอบตามแนวรับ GAP ทำกำไรยังไม่กว้างมาก 200-300 บาทต่อบาทเช่นเดิม โดยให้แนวรับที่ 51,300 /50,800 และ50,400 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 51,400 /51,550 และ 51,800 บาท
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot สัปดาห์ที่ผ่านมา เคลื่อนไหวกรอบแคบ ก่อนปิดตลาดลดลงเล็กน้อย แต่หากมองเฉพาะวันศุกร์ราคาปิดบวก 10 ดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ หลังนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟดกล่าวสนับสนุนการปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ค. เพราะเชื่อว่าผลกระทบจากภาษีต่อเงินเฟ้อมีจำกัด พร้อมระบุว่าข้อมูลปัจจุบันไม่สะท้อนถึงตลาดแรงงานภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง และเฟดควรเร่งดำเนินการล่วงหน้า ก่อนการจ้างงานจะชะลอตัวลง ขณะที่ปธน.ทรัมป์ โพสต์ข้อความเรียกร้องอีกครั้งหนึ่งให้นายพาวเวล ประธานเฟด ปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ประกอบกับทองคำได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางการค้า หลัง Financial Times รายงานว่าปธน.ทรัมป์ กำลังผลักดันให้มีการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป(EU)ขั้นต่ำ 15%-20% ส่งผลให้เกิดแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ไปดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ ทาง เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ มองว่า
ราคา Gold Spot สัปดาห์ที่ผ่านมาราคายังคงผันผวน sideway ออกข้างในกรอบที่่แคบลงเรื่อยๆ ภาพรวมยังคงไม่มีทิศทางที่ชัดเจน โดยให้โซนแนวต้านสำคัญที่ 3,380-3,390 ดอลลาร์ และ 3,400-3,410 ดอลลาร์ พิจารณาขายที่โซนดังกล่าวเพื่อเล่นในกรอบ sideway ต่อไป
ส่วนโซนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 3,320-3,300 ดอลลาร์ และ 3,280-3,270 ดอลลาร์ พิจารณาเข้าซื้อที่แนวรับดังกล่าวเพื่อเล่นรอบในกรอบได้จนกว่าราคาทองจะเลือกทิศทางชัดเจนต่อไป
ขณะที่ InterGOLD มองว่า
ราคาทองคำยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาภาษีระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดชี้ขาดในวันที่ 1 ส.ค. 2025 หากสามารถเจรจาสำเร็จ ไทยอาจรอดพ้นจากมาตรการภาษีที่รุนแรงและรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจไว้ได้
แต่หากการเจรจาล้มเหลว ค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่า และการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) อาจลดลง อีกปัจจัยสำคัญคือความไม่พอใจของจีนต่อแนวนโยบายกีดกันทางการค้าที่อาจจุดชนวนความขัดแย้งในอนาคต
กลยุทธ์ช่วงนี้ควร เล่นแบบ Sideway โดยเน้นกลยุทธ์ “ย่อซื้อ” โดยให้แนวรับที่ 3,330 ดอลลาร์ หรือราคาทองคำไทย 51,200 บาท และไปขายทำกำไรที่ขายทำกำไรที่ 3,370 ดอลลาร์ หรือราคาทองคำไทย 51,600 บาท ทั้งนี้แนะให้รอผลเจรจาวันที่ 1 สิงหาคมอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางทองคำระยะถัดไป
ด้าน T.D.C. Gold มองว่า
ราคาทองคำทรงตัว (ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันวันศกร์) โดยมีปัจจัยต่างๆเข้ามากระทบค่อนข้างมาก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อคาดการณ์ของผู้บริโภคลดลง เปิดช่องให้ไอกาสลดดดอกเบี้ยเร็วๆ ยังต่ำ
ขณะที่ ปธน.ทรัมป์ ระบุว่าภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรปอาจจะอยู่ระดับ 15-20% ซึ่งน้อยกว่า 30% ที่กล่าวไว้ในตอนแรก ปัจจัยต่างๆเข้ามากระทบมีทั้งบวกและลบกับทองคำ และในสัปดาห์นี้ประกาศงบกลุ่มเทค
ขณะที่ YLG Bullion มองว่า
เมื่อวันศุกร์ ราคาเริ่มทำ Higher Low เหนือ 3,310 ดอลลาร์ โดยปรับตัวลงมาได้เพียง 3,332 ดอลลาร์ แสดงว่าราคาเริ่มสร้างฐานและมีโอกาสดีด-ปรับตัวขึ้น ทำให้วันนี้ประเมินว่าตราบใดที่ราคายังยืน 3,332 ดอลลาร์ยังมีโอกาสดีด-ปรับตัวขึ้น แต่โดยรวมราคายังคงแกว่ง sideways ในกรอบกว้าง อย่างไรก็ดี ถ้าการย่อตัวกลับมาหลุด 3,332 ดอลลาร์ทิศทางราคาจะกลับมาเป็นลบอีกครั้ง
กลยุทธ์การลงทุน การเข้าสถานะใหม่ รอราคาย่อตัวแล้วอาจเสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด 3,345-3,332 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด 3,332ดอลลาร์ แบ่งขายสถานะซื้อหากไม่ผ่าน 3,345-3,357 ดอลลาร์ หากผ่าน 3,357 ดอลลาร์ให้ชะลอไปขายที่ต้านถัดไป
ปิดท้ายที่ Ausiris มองว่า
กราฟราย 4 ชั่วโมงยังเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้น หลังไม่หลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 3,320 ดอลลาร์ และยังเคลื่อนไหวเหนือกลุ่มเส้นค่าเฉลี่ยทั้งหลาย หนุนให้ราคาทองคำโลกมีโอกาสกลับไปทดสอบแนวต้านเดิม แถว 3,365-3,375 ดอลลาร์
วันนี้มองกลยุทธย่อซื้อยังได้เปรียบได้เปรียบตลาด โดยให้แนวรับ 3,350/3,330และ3,320 ดอลลาร์ แบ่งขายหากไม่ผ่านโซน 3,375-3,380 ดอลลาร์
ส่วนประเด็นเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ มีไม่มากนักโดยวันนี้ (21 ก.ค.) จะมีตัวเลขดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนมิ.ย.จาก Conference Board และวันพฤหัส 24 กรกฎาคม จะมีตัวเลข จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ,ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้น และบริการขั้นต้น เดือนก.ค.จาก S&P Global
รับชมคลิป







Comments are closed.