gold spot พักตัวหลังทำจุดสูงสุดที่ $3,375 “ทรัมป์”ป่วนต่อกดดันรัสเซียให้หยุดยิงยูเครน คืนนี้รอดู CPI คาดดีดตัวขึ้นหนุน FED คงดบ.
มาดูภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทย เช้านี้ ( 15 ก.ค.) สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาแรกของวันลดลง 200 บาท
ก่อนอีกชั่วโมงครึ่งถัดมาจะปรับเพิ่มขึ้น 50 บาท 3 ครั้ง ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ 10.40 น. อยู่ที่ 51,600 บาท ส่วนราคารับซื้อ 51,500 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 52,400 บาท ส่วนราคารับซื้อ 50,467.64 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.51 บาทต่อดอลลาร์
ด้าน ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า
ราคาทองในประเทศปรับฐานลงตามทองโลก ในขณะที่ค่าเงินบาท Sideway ในกรอบแนวรับที่ 32.40 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ จึงแนะนำรอเข้าซื้อสะสมแนวรับที่ระดับ 51,300 และ 51,000 บาท ตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับที่ 51,000 บาทลงไป และขายทำกำไรหากราคาทดสอบแนวต้านที่ 51,800 และ 52,100 บาท
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot วานนี้ปรับตัวลง 12 ดอลลาร์ โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไร หลังราคาขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ที่ 3,375 ดอลลาร์ ก่อนจะถูกเทขายลงมาปิดตลาดที่ 3,343 ดอลลาร์ ก่อนที่เช้านี้ขยับบวกขึ้นมาทดสอบแถว 3,355 ดอลลาร์
นอกจากนั้นได้รับแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นยืนเหนือระดับ 4.4% พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ อีกทั้งเงินสกุลดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน
หลังปธน.ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐจะเพิ่มการขายอาวุธให้แก่นาโต เพื่อให้นาโตนำไปมอบให้แก่ยูเครน โดยแหล่งข่าวระบุว่า อาวุธยุทโธปกรณ์ชุดแรกที่สหรัฐจะขายให้นาโตมีมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงมิสไซล์, อาวุธป้องกันทางอากาศ และกระสุนปืนใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันทองคำเพิ่มเติม
ขณะที่นักลงทุนรอการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐในวันนี้ โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิ.ย. เมื่อเทียบเป็นรายเดือนคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 0.3% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 0.1% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือนมิ.ย.เมื่อเทียบเป็นรายเดือนคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 0.3% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 0.1%
ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิ.ย.เมื่อเทียบเป็นรายปีคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 0.3% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 0.1% และดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน มิ.ย. เมื่อเทียบเป็นรายปีคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 2.9% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 2.4 %
โดยนักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน พ.ค. หากประกาศจริงออกมาตามคาด อาจเป็นปัจจัยกดดันการลดดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ยากขึ้น
ซึ่ง YLG Bullion ระบุว่า วานนี้
ราคาพักตัวหลังเข้าสู่สภาวะ Overbought และเกิด Bearish Divergence ใน RSI แม้ว่าการพักตัวยังสามารถยืน 3,329 ดอลลาร์แต่ต้องใช้ความระระมัดระวังมากขึ้น เพราะหากการดีดตัววันนี้ไม่ทำ Higher High เหนือ 3,375ดอลลาร์ อาจเป็นไปได้ว่าการดีดตัวในช่วงที่ผ่านมาจบแล้ว
กลยุทธ์การลงทุน แบ่งขายสถานะซื้อหากไม่ผ่าน 3,354-3,362 ดอลลาร์ หากผ่าน 3,362 ดอลลาร์ไปได้ ให้ชะลอไปขายที่ต้านถัดไป พร้อมขยับ trailing stop ขึ้นมาเหนือทุนซื้อเพื่อรักษาเงินลงทุน รอเสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด 3,329 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด3,329ดอลลาร์ เพื่อประเมินการเคลื่อนไหวของราคาอีกครั้ง
ส่วน Ausiris มองว่า
ราคาทองคำเมื่อคืนพยามดันราคาขึ้นต่อเนื่องแต่ขยับขึ้นได้เพียง 3,374 ดอลลาร์ ยังไม่สามารถทำขยับทำ High มากกว่า High เดิมที่เคยทำไว้ที่ระดับ 3,380-3,390ดอลลาร์ เป็นผลให้ราคาทองคำกลับมาโดนแรงขายทำกำไรกดราคาปรับตัวลงมาจนถึงช่วงเช้านี้ แต่หากวันนี้ยังคงสามารถยืนราคาอยู่เหนือแนวรับระดับ 3,330-3,310 ดอลลาร์ได้ อาจรีบาวด์ขึ้นไปทำ High ใหม่ได้
ในขณะที่สัญญาน RSI ในกราฟราย 4H ยังคงเคลื่อนไหวในเขต Overbought มองว่าหากราคาวันนี้ไม่สามารถดันราคาผ่าน High ที่ขึ้นไปเมื่อวานได้ ราคามีโอกาศขยับตัวลงได้สูงอาจจะมีย่อสลับลงมาบ้าง
วันนี้แนะสำหรับผู้ที่ถือซื้อไว้ให้แบ่งขายทำกำไร ส่วนผู้ไม่มีสถานะรอราคาปรับตัวย่อซื้อตามกรอบแนวรับ 3,331 และ3,315 ดอลลาร์ หรือซื้อเมื่อราคาเบรกแนวต้าน 3,360 และ3,375 ดอลลาร์
ขณะที่ GCAP Gold มองว่า
ราคาทองคำปรับตัวลดลงแม้สงครามการค้าจะทวีความรุนแรง หลังประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรปและเม็กซิโกในอัตรา 30% พร้อมขู่ว่าจะใช้ภาษี 100% กับรัสเซียหากไม่ยอมยุติสงครามในยูเครนภายใน 50 วัน
มาตรการดังกล่าวกระตุ้นความต้องการซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยช่วงต้นตลาด ดันราคาขึ้นแตะ 3,374 ดอลลาร์ แต่ไม่สามารถรักษาระดับสูงไว้ได้ เนื่องจากตลาดให้น้ำหนักกับท่าทีของ ปธน.ทรัมป์ที่เปิดรับการเจรจาทางการค้า ซึ่งกดดันแรงซื้อในตลาดทองคำ
ขณะที่นักลงทุนกำลังจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิถุนายนของสหรัฐในคืนนี้ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสูง ปัจจัยนี้อาจเป็นแรงหนุนให้เฟดยังคงระมัดระวังในนโยบายการเงิน เมื่อพิจารณาภาษีใหม่นั้นมีแนวโน้มจะเร่งเงินเฟ้อ
กลยุทธ์การลงทุน รอซื้อที่ 3,336 ดอลลาร์ แนวรับ3,336 /3,331 และ3,326 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนที่ 3,320 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,358 /3,362 และ3,366 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
แนวรับรายวันที่ 3,330-3,325 ดอลลาร์ และ 3,310-3,300 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านรายวันอยู่ที่ 3,370-3,375 ดอลลาร์ และ 3,390-3,400 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.