“ทรัมป์” ยังเดินหน้าเก็บภาษีประเทศคู่ค้า ดัน gold spot เปิดตลาดขึ้นทดสอบ $3,375 สัปดาห์นี้รอดูดัชนี CPI และคืบหน้าสงครามการค้า
ภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทย เช้านี้ ( 14 ก.ค.) สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาแรกของวันเพิ่มขึ้น 50 บาท
ก่อนอีก 45 นาที จะปรับเพิ่ม 50 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ 10.30 น. อยู่ที่ 51,550 บาท ส่วนราคารับซื้อ 51,450 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 52,350 บาท ส่วนราคารับซื้อ 50,422.16 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.46 บาทต่อดอลลาร์
ด้าน Shining Gold มองว่า
เช้านี้ราคาทองคำไทยดีดตัวขึ้นมาทดสอบแนวต้าน 51,600 บาท ซึ่งเป็นบริเวณที่ใกล้กรอบแนวต้านสำคัญ 51,650-700 บาท ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถผ่านแนวดังกล่าวได้ ยังมีโอกาสย่อตัวแบบยก Low ให้เข้าซื้อใหม่แต่ในราคาที่แพงขึ้นกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแบ่งช่วงเป็น 51,470 และ51,200 บาท ซึ่งราคาทองคำระยะสั้นไม่ควรหลุด 51,000 บาทกลับลงมาอีก มิเช่นนั้นต้องเริ่มการสร้างฐานใหม่
ทั้งนี้ให้แนวต้านที่ 51,600/51,800 และ52,000 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 51,470/51,200 และ50,400 บาท
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับลดลงแรงในช่วงต้นสัปดาห์ ลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 3,282 ดอลลาร์ ก่อนจะดีดตัวกลับมาตั้งแต่วันพุธจนถึงวันศุกร์ จนมาแตะจุดสูงสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 3,368 ดอลลาร์ ก่อนจะมาปิดตลาดที่ 3,355 ดอลลาร์ ขณะที่ในช่วงเช้าที่ผ่านมาราคาได้กระโดดขึ้นไปทดสอบ 3,375 ดอลลาร์ ก่อนจะย่อตัวกลับลงมา แถว 3,360 ดอลลาร์ ซึ่งยังคงต้องจับตาใกล้ชิดว่าจะกลับขึ้นไปต่อ หรือจะพักฐานเพื่อรอข่าวใหม่ๆ
ทั้งนี้ราคาทองคำได้แรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลง หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากแคนาดาในอัตรา 35% มีผลตั้งแต่ 1 ส.ค. และมีแผนจะจัดเก็บภาษีแบบเหมารวม 15% – 20% กับประเทศคู่ค้ารายอื่นๆ ล่าสุดประกาศว่าสหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษี 30% สำหรับสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU) และเม็กซิโก โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป
ซึ่งYLG Bullion ระบุว่า
วันศุกร์ ราคาทองคำ gold spot ผ่านระดับ 3,365 ดอลลาร์ถือเป็นการ Confirmation ว่าชุดพักตัวจบแล้ว แต่ราคาเริ่มเข้าสู่โซน Overbought ทำให้อาจต้องระวังการพักตัวสะสมกำลัง อย่างไรก็ดี หากการพักตัวยังสามารถยืน 3,345-3,329 ดอลลาร์ประเมินว่าเป็นการพักตัวเพื่อขึ้นต่อ
กลยุทธ์การลงทุน แบ่งขายหากราคาไม่ผ่าน 3,385-3,404 ดอลลาร์ หากผ่าน 3,404 ดอลลาร์ชะลอไปขายที่ต้านถัดไป พร้อมขยับ trailing stop ขึ้นมาบริเวณ 3,345-3,329 ดอลลาร์เพื่อ Lock กำไร เสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด 3,345-3,329 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด 3,329 ดอลลาร์
ด้าน T.D.C. Gold มองว่า
ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น หลังจาก ปธน.ทรัมป์ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรปและ เม็กซิโกในอัตรา 30% หากว่าไม่มาลงทุนในสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงเล็กน้อย
ขณะที่ราคาทองคำยังได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนเรื่องการค้าโลก มองแนวต้านที่ 3,390 ดอลลาร์ ทั้งนี้แนะนำให้ติดตามงบกลุ่มธนาคารที่จะประกาศตลอดสัปดาห์นี้
ส่วน Ausiris มองว่า
ราคาทองคำเมื่อคืนวันศุกร์ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังเบรกกรอบแนวต้าน 3,330-3,340 ดอลลาร์ขึ้นมาได้ ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาต่อเนื่อง ก่อนจะดันราคาขึ้นไปทำไฮที่ 3,368 ดอลลาร์ แต่อย่างไรราคาทองคำยังไม่สามารถที่จะดันราคาขึ้นไปมากกว่า 3,370-3,380 ดอลลาร์ขึ้นไป ทำให้ย่อกลับลงมาเล็กน้อย แต่ภาพรวมยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
แต่ทั้งนี้ราคาทองคำเริ่มปรับตัวเข้าเขต Overbought มีโอกาสย่อสลับลงมาได้ วันนี้แนะนำผู้ที่ถือซื้อไว้ให้ทยอยขายทำกำไร ส่วนผู้ไม่มีสถานะให้รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับระหว่างวัน โดยให้แนวรับที่ 3,360 และ3,350 ดอลลาร์ หรือราคาทองไทย 51,460 และ 51,315 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,380 และ 3,390 ดอลลาร์ หรือราคาทองไทยที่ 51,670 และ51,840 บาท
ปิดท้ายที่ ARR Goldtrading มองว่า
มีแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีทรัมป์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น หลังประกาศว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษี 30% สำหรับสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU) และเม็กซิโก มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. นี้เป็นต้นไปนักลงทุนควรเก็งกำไรด้วยความระมัดระวัง
นักลงทุนพิจารณาเข้าซื้อบางส่วนหรือรอซื้อตามแนวรับ 3,350/3,340 และ 3,330 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากราคาปรับฐานลงต่ำกว่า 3,330 ดอลลาร์ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวเข้าใกล้แนวต้าน 3,365/3,370 และ 3,380 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.