“สหรัฐ-จีน” จับมือลดภาษีกดทองคำร่วง Goldspot แตะ $3,207 ลุ้นจะทำนิวโลว์หรือไม่ ทองไทยได้บาทอ่อนค่าช่วงพยุงลดลงไปมาก
มาดูภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทย เช้านี้ ( 13 พ.ค.) ผันผวนหนัก ชั่วโมงแรก สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาไปแล้ว 6 ครั้ง บวกเพิ่ม 100 บาท
ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.10 น. อยู่ที่ 51,100 บาท ส่วนราคารับซื้อ 51,000 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 51,900 บาท ส่วนราคารับซื้อ 50,088.64 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 33.42 บาทต่อดอลลาร์
ราคาทองคำไทย ยังคงทรงตัวอยู่ได้แม้ว่าราคาทองคำ gold spot จะลดลงแรง เพราะเงินบาท ปรับตัวอ่อนค่า เนื่องจากดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก
หลังการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในเบื้องต้น ออกมาดีเกินกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่วนวันนี้คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.55 บาท/ดอลลาร์
ด้าน Shining Gold มองว่า
ราคาทองคำไทยเข้าสู่โหมดทยอยเข้าสะสมตามแนวรับสำคัญแบบพีระมิดฐานกว้าง ควรมี 5-6 ไม้ คนที่เริ่มสะสมไปแล้ววานนี้ 51,400 และ 50,800 บาท เมื่อราคารีบาวน์สามารถขายทำกำไร เพื่อรอย่อตัวสะสมใหม่ ควรมีเผื่อไม้ด้านล่างเช่นเดิม 50,200 บาท และกรณีที่หลุด 50,000 บาท ถึงจะได้มีโอกาสเห็น 49,300 บาท ที่เหลืออีก 1 ไม้ เอาไว้เติมเมื่อราคาปรับฐาน หรือกลับตัวขึ้น
สำหรับคนที่มีไม้สำหรับถัวเฉลี่ยตามแผนแบบนี้ แนะนำเข้าซื้อเฉพาะจุดรับสำคัญเพื่อเล่นรอบทำกำไรช่วงสั้นๆ จนกว่าจะพบสัญญาณการกลับตัว โดยให้แนวรับที่ 51,100/50,680 และ 50,200 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 51,300/51,650 และ 51,850 บาท
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ gold spot วานนี้ โดนแรงเทขายร่วม 90 ดอลลาร์ หรือ -2.61% โดยลงไปทดสอบจุดต่ำสุดบริเวณ 3,207 ดอลลาร์ ก่อนจะวกมาปิดตลาดที่ 3,236 ดอลลาร์ ส่วนในช่วงเช้าราคายังคงเคลื่อนไหวนแดนลบ โดยลงมาทดสอบแถว 3,216 ดอลลาร์ ต้อมาดูว่าจุดต่ำสุดเดิมที่ 3,202 ดอลลาร์จะรับอยู่หรือไม่
ทั้งนี้ราคาทองคำได้รับแรงกดดันหลังจากมีการประกาศข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐและจีนในการลดภาษีศุลกากร ทั้ง 2 ฝ่ายมีการปรับลดอัตราภาษีศุลกากรฝ่ายละ 115% เป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้อัตราภาษีของสหรัฐที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากจีน ลดลงสู่ระดับ 30% จากเดิมที่ระดับ 145% ขณะที่อัตราภาษีของจีนที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากสหรัฐ ลดลงสู่ระดับ 10% จากเดิมที่ระดับ 125%
สถานการณ์ดังกล่าวลดความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอย พร้อมกับบั่นทอนการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด หนุนให้ดอลลาร์ให้แข็งค่า พร้อมกับกระตุ้นแรงขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
นอกจากนั้นมีรายงานว่าวันนี้ประธานาธิบดีทรัมป์จะลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารวันนี้เพื่อลดราคายาครั้งใหญ่ในสหรัฐ ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความใน Social ว่าจะลดราคายาลง 59%
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในไทย ทาง YLG Bullion มองว่า
หากราคา gold spot ไม่หลุด 3,201 ดอลลาร์ ระยะกลางยัง Sideway ในรูปแบบ Barrier Triangle ขณะที่ระยะสั้นราคาเริ่ม Oversold และเกิด Bullish Divergence หากเช้านี้ยืน 3,220 ดอลลาร์ ได้มองว่าอาจเกิดการดีดตัวได้ระยะสั้น
แต่หากราคาดีดไม่ผ่าน 3,249 ดอลลาร์ ยังต้องระวังการปรับตัวลง แต่หากราคาทะลุ 3,249 ดอลลาร์ได้อาจดีดได้สูงขึ้น โดยมีต้านบริเวณ 3,260-3,311 ดอลลาร์ แต่หากราคาร่วงหลุด 3,201 ดอลลาร์มีโอกาสปรับฐานในระยะกลางในรูปแบบที่ลึกขึ้น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนหลังแบ่งขายทำกำไรทองคำไปแล้ว การเข้าสถานะใหม่ดูจังหวะที่ราคาดีดแล้วให้ขายหากราคาไม่ผ่าน 3,311-3,260 ดอลลาร์ รอซื้อคืนหากไม่หลุด 3,220-3,201 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน 3,311ดอลลาร์
ขณะที่ InterGOLD มองว่า
หลัง ปธน.ทรัมป์ ยอมถอย โดยภาษีการค้าจีนลงเหลือ 30% กดดันราคาทองไทยมีลุ้นลงไปทดสอบ 50,000 บาท ทั้งนี้ให้แนวรับที่ 3,200 ดอลลาร์ หรือ 50,800 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,270 ดอลลาร์ หรือ 51,500 บาท
ด้าน ARR Goldtrading มองว่า
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องหลังสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงปรับลดอัตราภาษีศุลกากรฝ่ายละ 115% เป็นเวลา 90 วัน ทำให้นักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงชนิดอื่นที่มีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าในระยะนี้
นักลงทุนพิจารณารอสัญญาณการกลับตัวหรือแบ่งเงินส่วนน้อยเข้าเก็งกำไร โดยให้แนวรับที่ 3,230/3,220 และ 3,210 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3,245/3,250 และ3,260 ดอลลาร์
ด้านทองคำแท่งในประเทศได้แรงหนุนจากค่าเงินที่กลับมาอ่อนค่า พิจารณาซื้อสะสมที่ 51,100 – 51,000 บาท
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับรายวันที่ 3,208 และ3,150 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านรายวันอยู่ที่ 3,328 และ3,267 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.