gold spot พุ่งไม่หยุดเปิดเดือนก.ย. $3,485 ทองคำไทย ทะยานตามแตะ 53,050 บาท “ทรัมป์” ยังป่วนต่อพร้อมรอดูตัวเลขจ้างงาน
มาดูของราคาทองคำไทยเช้านี้ ( 01 ก.ย.) เคลื่อนไหวผันผวนหนัก แค่ชั่วโมงแรกหลังเปิดตลาดราคาปรับขึ้นลงแล้ว 8 ครั้ง โดยที่ สมาคมค้าทองคำ ประกาศล่าสุด ณ เวลา 10.30 น.
ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 อยู่ที่ 53,050 บาท ส่วนราคารับซื้อ 52,950 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 53,850 บาท ส่วนราคารับซื้อ 51,892.68 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 32.31 บาทต่อดอลลาร์
โดย Shining Gold มองว่า
ราคาทองคำไทยเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกมากขึ้นเรื่อย ๆ พยายามยก Low ยก High ตามลักษณะการเลี้ยงตัวเพื่อขึ้นต่อ นักลงทุนระยะกลางที่มีสะสมไว้อยู่แล้วแนะนำ ถือ Run Profit ต่อส่วนใหญ่ และ Take Profit ตามแนวต้านบางส่วน และเมื่อเกิดการย่อตัวควรซื้อกลับเข้าไปในพอร์ตเช่นเดิม เนื่องจากราคาที่เข้าใหม่จะเริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามเทรนด์ที่เป็น หากวิ่งไล่ตามราคาโดยไม่มีต้นทุนถูกในพอร์ตเลยมาเฉลี่ยดึงทุนลงอาจมีความเสี่ยงสูง
ส่วนภาพรวมราคาทองคำ gold spot เดือน ส.ค.ปรับเพิ่มขึ้นแรง 156 ดอลลาร์ หรือบวก +4.7% ถือเป็นผลตอบแทนรายเดือนสูงสุดนับจากเดือนเม.ย. โดยเฉพาะสัปดาห์สุดท้ายของเดือนราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นร่วม 80 ดอลลาร์ ก่อนจะมาปิดตลาดที่ 3,446 ดอลลาร์ และเช้าวันนี้ราคาได้ปรับขึ้นแรง ทดสอบ 3,485 ดอลลาร์
ราคาทองคำในช่วงท้านเดือนสิงหาคมได้รับแรงหนุนจากดัชนีดอลลาร์ที่ปิดอ่อนค่าลง 2% หลังจากดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนก.ค.ที่ออกมาสอดคล้องกับการคาดการณ์ หนุนให้เฟดยังคงเดินหน้าลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC ที่จะมีขึ้นในวันที่ 16-17 ก.ย. ทั้งนี้ FedWatch ของ CME บ่งชี้โอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนก.ย.ไว้ที่ 87% เพิ่มขึ้นจาก 63%
ประเด็นที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ วันอังคารที่ 2 กันยายน จะมีตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.จาก S&P Global และ ดัชนีภาคการผลิตเดือนส.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM)
วันพุธที่ 3 กันยายน ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือน ก.ค.
ส่วนวันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนส.ค.จาก ADP ,จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ , ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนส.ค.จาก S&P Global และดัชนีภาคบริการเดือนส.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM)
และวันศุกร์ที่ 5 กันยายน ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนส.ค. คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 74,000 ราย จากเดิมอยู่ที่ 73,000 ราย ส่วนตัวเลข Unemployment Rate เดือน ส.ค. คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 7.0% จากเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 6.9%
ส่วนวันนี้ ( 1 กันยายน) ตลาดการเงินและหน่วยงานราชการสหรัฐฯ ปิดทำการ เนื่องในวันแรงงาน
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำ ทาง YLG Bullion มองว่า
วันศุกร์ การพักตัวไม่หลุด 3,393 ดอลลาร์สะท้อนว่าราคายังมีโมเมนตั้มขาขึ้นในระยะสั้น แต่ราคาเริ่มเข้าสู่สภาวะ Overbought ทั้งใน 1 และ 4 ชั่วโมงจึงคาดหวังการพักตัว วันนี้หากการพักตัวไม่หลุด 3,405 ดอลลาร์เป็นการพักตัวเพื่อขึ้นต่อ แต่หากราคาหลุด 3,405 ดอลลาร์จะมีการพักตัวที่ลึกมากขึ้น โดยมีแนวรับถัดไป 3,374-3,355 ดอลลาร์
กลยุทธ์การลงทุน การเข้าสถานะใหม่รอเสี่ยงซื้อหากราคาไม่หลุด 3,434-3,423 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากหลุด 3,405 ดอลลาร์ ขายทำกำไรหากราคาไม่ผ่าน3,455 ดอลลาร์ หากผ่าน 3,455 ดอลลาร์ไปรอขายที่ต้านถัดไป
ด้าน InterGOLD มองในทางเทคนิค
หลังจากทองคำ gold spot ทะลุ 3,400 ดอลลาร์ แนวต้านข้างหน้าถือว่าเบาบาง มีโอกาสขยับไปยังโซน 3,500–3,700 ดอลลาร์ได้ไม่ยาก หากเงินบาทไม่แข็งค่ามากเกินไป ทองคำไทยยังมีโอกาสไต่ระดับไป 54,000 และ 55,000 บาท ได้
กลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนที่ยังไม่มีทองคำเริ่มทยอยสะสมได้ แม้จะเป็นการซื้อบนไหล่คลื่น แต่ภาพรวมยังเป็นขาขึ้น คนที่มีต้นทุน 51,000–52,000 บาท ไม่จำเป็นต้องเพิ่มความเสี่ยง ถือรอจังหวะทยอยขายทำกำไรตามแนวต้าน
คนที่สนใจ Follow Buy รอการยืนเหนือ 3,400–3,450 ดอลลาร์ หรือราคาทองไทยมากกว่า 52,000–52,500 บาท เพื่อยืนยันแนวโน้มขาขึ้น โดยมองว่าปัจจัยข่าวและเทคนิคยังเป็นบวก ทองคำจึงมีโอกาสทดสอบระดับสูงสุดใหม่ในช่วงเดือนกันยายนนี้
ขณะที่ Ausiris มองว่า
หลังราคาทองคำยืนราคาเหนือกรอบแนวรับบริเวณ 3,405-3,395 ดอลลาร์ ซึ่งบริเวณกรอบแนวรับดังกล่าวเคยเป็นแนวต้านที่ราคาเบรกขึ้นมาได้ ทำให้ราคาทองคำมีแรงซื้อกลับเข้ามา และสามารถดันราคาขึ้นทำไฮที่ระดับ 3,453 ดอลลาร์
ประกอบกับราคาทองคำเคลื่อนไหวในลักษณะยก High ยก Low ที่สูงขึ้น บ่งบอกราคาทองคำเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้น และยังมีโอกาสขึ้นต่อได้ วันนี้แนะนำสำหรับผู้ที่ถือไว้ ให้ทยอยขายทำกำไรส่วนผู้ไม่มีสถานะให้รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับระหว่างวัน
ปิดท้ายที่ ARR Goldtrading มองว่า
มีแรงซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การที่ราคาปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจะมีโอกาสเผชิญแรงขายทำกำไรในระยะสั้น
อย่างไรก็ตามแนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้น นักลงทุนอาจพิจารณาแบ่งเงินรอซื้อตามแนวรับ 3,440/3,430 และ 3,420 ดอลลาร์ เมื่อราคาอ่อนตัว และตัดขาดทุนหากราคาปรับฐานลงต่ำกว่า 3,420 ดอลลาร์ รอไปขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวประมาณ 10 ดอลลาร์ จากจุดซื้อหรือทดสอบแนวต้าน 3,460/3,470 และ 3,480 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.