gold spot ลงทดสอบ $4,400 ก่อนดีดกลับ หากยืนเหนือ $5,000 ไม่ได้ยังไม่ปลอดภัย ทองไทยยังได้ลุ้นกลับมายืน 71,000 บาท
ราคาทองคำไทยฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อย เปิดตลาดบวก 850 บาท ก่อนอีกชั่วโมงครึ่งถัดมาจะปรับราคาขึ้นลง 13 ครั้ง โดยรวมลดลง 500 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 71,500 บาท
ส่วนราคารับซื้อ 71,300 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 72,300 บาท ส่วนราคารับซื้อ 69,872.44 บาท เงินบาท 31.51 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า
ราคาทองไทยฟื้นตัวขึ้นตามทองโลก แนะนำทยอยขายตามแนวต้านที่ระดับ 73,150 และ 74,400 บาท และทยอยซื้อตามแนวรับที่ 70,200 และ 68,600 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 68,600 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ส่วนราคาทองคำ gold spot วานนี้ ยังคงปิดลบต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยลงแตะจุดต่ำสุดที่ 4,402 ดอลลาร์ ก่อนวกมาปิดตลาดที่ 4,661 ดอลลาร์ โดยรวมลดลงไป 234 ดอลลาร์ หรือ 4.80% แต่เช้านี้ราคาได้รีบาวด์ทดสอบ 4,850 ดอลลาร์ ต้องมารอดูว่าจะสามารถยืนได้หรือไม่
อย่างไรก็ดีการที่ราคาทองคำได้รีบาวด์กลับมาได้ ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดเริ่มผ่านพ้นช่วงความผันผวนรุนแรงไประดับหนึ่ง แม้ในระยะสั้นราคายังคงมีความผันผวน แต่หากราคายังไม่ปรับตัวลงตํ่ากว่า 4,600 ดอลลาร์จะถือว่าตลาดเริ่ม กลับเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น
ส่วนปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับราคาทองคำ ต้องรอดูความคืบหน้ากรณีที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เข้าสู่ภาวะชัตดาวน์บางส่วนตั้งแต่เช้าวันเสาร์ (31 ม.ค.) หลังจากสภาคองเกรสไม่สามารถตกลงงบ ประมาณรายจ่ายได้ทันในวันที่ 30 ม.ค. โดยสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดลงมติขั้นสุดท้ายในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ตามเวลาสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน Bureau of Labor Statistics (BLS) ได้ออกแถลงการณ์ว่า จะยังไม่สามารถเผยแพร่รายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมกราคมตามกำหนดเดิมได้ เนื่องจากภาวะชัตดาวน์ที่เกิดขึ้น
นอกจากนั้นตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ประธานาธิบดี ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ และอินเดียบรรลุข้อตกลงทางการค้า โดยอินเดียตกลงจะหยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย แลกกับการที่สหรัฐฯ ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียจาก 25% เหลือ 18% ซึ่งช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์และลดความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ทองคำได้มีการฟื้นตัวในระยะสั้น จากการที่นักลงทุนชาวจีนได้เข้าซื้อทองคำในตลาดเซินเจิ้นเพื่อซื้อทองรูปพรรณและทองแท่งตุนไว้ก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งคาดว่าจะช่วยพยุงราคาไว้ได้ในระดับหนึ่ง
ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามคืนนี้ จะมีการเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานใหม่ (JOLTS) เดือนธ.ค. คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 7.21 ตำแหน่ง จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 7.15 ตำแหน่ง หากออกมาตามคาดอาจกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม
ไปดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศไทย ทาง InterGOLD มองว่า
ราคาทองคำได้ผ่านการปรับฐานหนักมาตอนนี้ Rebound กลับมาขึ้นมาอีกครั้งการปรับฐานหนักรอบนี้ถือเป็นเรื่องดีในภาพใหญ่ของทองคำ เพราะปรับตัวขึ้นมารุนแรงเกินไปในช่วงที่ผ่านมา
ในระยะสั้นทองคำมีโอกาสสร้างฐานราคาใหม่ในกรกอบบริเวณ 4,630 – 5,030 ดอลลาร์ หรือ 70,500-74,500 ดอลลาร์ ก่อนซึ่งถือเป็นการสะสมพลังเพื่อรอเล่นรอบต่อไป
ด้าน YLG Bullion มองว่า
วานนี้ราคาปรับตัวลงแรงก่อนที่ราคาจะเริ่มฟื้นตัวหลังเข้าสู่สภาวะ Oversold ใน Timeframe 1 ชม. วันนี้ หากราคายืน 4,611 ดอลลาร์ได้ต่อเนื่องประเมินว่าราคากำลังเข้าชุดดีด
อย่างไรก็ดี หากการดีดตัวยังไม่ผ่าน 5,140 ดอลลาร์ต้องระวังว่าอาจเป็นการ “ดีดเพื่อลง” กลับกันหากผ่าน 5,140 ดอลลาร์มุมมองเชิงลบจะลดลงและราคาอาจมีโอกาสดีดได้สูงขึ้น
กลยุทธ์การลงทุน เปิดสถานะขายหากราคาไม่ผ่าน 5,140-5,061 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากราคาผ่าน 5,140 ดอลลาร์เพื่อไปรอขายที่สูงกว่าเดิม รอซื้อคืนหากราคาไม่หลุด 4,642-4,596 ดอลลาร์แต่หากหลุดแนวดังกล่าวสามารถชะลอไปซื้อคืนหากไม่หลุด 4,404 ดอลลาร์
ขณะที่ Ausiris มองว่า
ราคาทองคำวานนี้ ยังคงปิดลบอย่างต่อเนื่อง ราคามีแนวโน้มขาลงส่งราคาทำ low ที่ 4,402 ดอลลาร์ ก่อนที่ราคาจะมีการปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อในช่วงเย็น จนถึงเช้านี้ที่ราคายังคงมีแรงซื้อส่งผลให้ราคาวิ่งอยู่บริเวณ 4,700-4,845 ดอลลาร์
แม้ราคาทองโดยรวมยังมองเป็นแนวโน้มขาขึ้นใหญ่ แต่ระยะสั้นยังมีโอกาศลงต่อ หลัง RSI ใน TF4H ที่ราคายังคงวิ่งอยู่ใต้ระดับ 50
คำแนะนำวันนี้ ให้ผู้ที่ถือของแบ่งขายทำกำไรหากราคาสามารถปรับตัวขึ้น และให้รอความชัดเจนของราคาก่อนตัดสินใจเข้าซื้อ โดยให้แนวต้านอยู่ที่ 4,859 และ4,915 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 4,686 และ 4,615 ดอลลาร์
ปิดท้าย เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับที่ 4,787 และ 4,762 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,937 และ 4,962 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.