ทองคำเปิดเดือนก.พ.ยังปั่นป่วนหนัก gold spot ยังไหลไม่หยุดลงแตะ $4,580 ทองไทยร่วงแรงด้วยแตะ70,800 บาท
ราคาทองคำไทยเปิดตลาดดเดือนก.พ.ยังผันผวนแรง เพียงแค่ 2 ชั่วโมงหลังเปิดตลาด สมาคมค้าทองคำ ปรับราคาไปแล้ว 11 ครั้ง
โดยเปิดตลาดร่วงแรง 1,650 บาท จากนั้นปรับลงอีก 1,550 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 11.00 น. อยู่ที่ 70,700 บาท ส่วนราคารับซื้อ 70,500 บาท
ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 71,800 บาท ส่วนราคารับซื้อ 69,387.32บาท เงินบาท 31.65 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ Shining Gold มองว่า
ราคาทองคำไทยหลังจากเร่งตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 81,900 บาท ได้เผชิญแรงเทขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กราฟ รายวันเริ่มปรากฏสัญญาณกลับตัว ทำให้โครงสร้างแนวโน้ม ระยะสั้นมีความเปราะบางมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวม ระยะกลางยังไม่เสียโครงสร้างขาขึ้น
กลยุทธ์แนะนำให้ ทยอยแบ่งไม้เข้าซื้อเฉพาะบริเวณแนวรับสำคัญ โดยมูลค่าการลงทุนรวมรวมเฉลี่ยเดิม ไม่ควรเกิน 70% ของพอร์ต ส่วนเงินที่เหลือควรเก็บไว้เพื่อ รอประเมินทิศทางตลาดเพิ่มเติม โดยเฉพาะการติดตามว่า ราคาจะสามารถ ยืนฐานเหนือระดับ 68,000 บาทได้อย่างมั่นคงหรือไม่โดยให้แนวต้านที่ 76,000/77,300 และ 79,000 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 72,000/69,000 และ 68,000 บาท
ส่วนราคาทองคำ gold spot สัปดาห์ที่ผ่านมาสร้างผันผวนหนักสุดในประวัติศาสตร์ โดยราคาทองคำ goldspot ร่วงลงแรงหลังขึ้นทำ ATH ที่ 5,602 ดอลลาร์ ในวันพฤหัส โดยลงแตะจุดต่ำสุดที่ 4,680 ดอลลาร์ในศุกร์ ก่อนจะดีดกลับมาปิดสัปดาห์ และปิดเดือนมกราคมที่ 4,895 ดอลลาร์ โดยรวมในวันศุกร์ปิดลงแรงถึง 482 ดอลลาร์ หรือ -9% แต่หากจะมองในภาพรายเดือนยังปับเพิ่มขึ้น 13% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6
ขณะที่เช้าวันนี้ตลาดมีความผันผวนสูง เปิดการซื้อขายด้วยสเปรดที่กว้างขึ้น และยังคงมีแรงขายทํากําไรออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาผันผวนอย่างรุนแรง โดยเหวี่ยงตัวในกรอบประมาณ 250 ดอลลาร์ภายในเวลา 1 ชั่วโมง โดยการเคลื่อนไหวของราคาในรอบนี้ถูกขับเคลื่อนจาก แรงขายเชิงเทคนิคเป็นหลัก และไม่ได้มีปัจจัยข่าวใหม่ที่ชัดเจนเข้ามาสนับสนุนตลาด
แรงกดดันหลักมาจากการขายของกองทุนเพื่อปรับพอร์ตการลงทุน รวมถึงแรงบังคับปิดสถานะ รวมถึงเศรษฐกิจในช่วงวันศุกร์ ประกอบกับกระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับว่าที่ประธาน Fed คนใหม่ ภายใต้การคัดเลือกของปธน.ทรัมป์ ก็คือ “เควิน วอร์ช” ซึ่งมีแนวคิดเชิงนโยบายการเงินที่เข้มงวด ไม่สนับสนุนมาตรการ QE ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยดัชนีดอลลาร์ดีดกลับขึ้นเหนือระดับ 97 จุดอีกครั้งในวันศุกร์
ไปดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศไทย ทาง T.D.C. Gold มองว่า
ราคาทองคำผันผวนแรงเป็นประวัติการณ์ปรับตัวลดลงระหว่างชั่วโมงการซื้อ-ขายแตะ 4,680 ดอลลาร์ ในคืนวันศุกร์ หลังรายชื่อประธาน Fed คนใหม่เป็นสายเหยี่ยวมากกว่าคาด
และประเด็นที่สำคัญ คือ แรงขายทำกำไร หลังจากเม็ดเงินไหลเข้าไปเก็งกำไรในตลาดทองคำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีที่ผ่านมา คาดว่าเปิดตลาดมายังมีโอกาสที่ตลาดจะปรับตัวลดลงต่อในช่วงการชื่อ-ขายของตลาดเอเชีย ต้องใช้ความระมัดระวัง
ขณะที่ InterGOLD มองว่า
เช้าวันนี้ราคากลับดิ่งลงอย่างรุนแรงจนหลุดระดับ 70,000 บาท มาอยู่ที่ประมาณ 69,900 บาท ขณะที่ราคาทองคำGold Spot ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 4,585 ดอลลาร์ ในสภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูงเช่นนี้ แนะเน้นการเก็งกำไรระยะสั้น เป็นหลัก โดยใช้กลยุทธ์ Grid Trading หรือการวางโซนซื้อขายเป็นชั้นๆ ช่วงความผันผวน
ปัจจุบันทองคำเหวี่ยงตัวอยู่ที่ประมาณ 130 ดอลลาร์ต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองไทยบวกหรือลบได้ถึง 1,500 – 2,000 บาท ภายในระยะเวลาสั้นๆ ดังนั้นการวางโซนแนะนำให้แบ่งไม้ซื้อโดยเว้นระยะห่างกันประมาณ 1,500 บาท เช่น หากซื้อไม้แรกที่ 71,000 บาท ไม้ถัดไปอาจรอที่ 69,500 บาท
ทั้งนี้ยังย้ำว่าการลงทุนควรใช้เงินเย็น เพราะแม้ราคานี้จะดูเหมือนการ “ติดดอย” แต่ในรอบวัฏจักรนี้ การติดดอยทองคำอาจใช้เวลาไม่นาน (ประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 3 เดือน) การใช้เงินเย็นจะช่วยให้ถือรอการรีบาวด์ (Rebound) ได้โดยไม่เดือดร้อน
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำได้ลงมาปิด Gap และแตะแนวรับสำคัญที่ 4,600 ดอลลาร์แล้ว หากในสัปดาห์นี้สามารถรีบาวด์กลับไปยืนที่ 75,000 บาท ได้ สัปดาห์หน้าก็มีลุ้นที่จะกลับไปทดสอบระดับ 77,000 – 78,000 บาท อีกครั้ง โดยให้แนวรับที่ 4,600 ดอลลาร์ หรือ 70,000 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,900 ดอลลาร์ หรือ 74,500 บาท
ด้าน YLG Bullion มองว่า
เมื่อวันศุกร์ราคาทองคำปรับตัวลงแรง ทำให้ราคาเข้าสู่ช่วงของการปรับฐานในดีกรีที่ใหญ่กว่า อย่างไรก็ดีราคาเริ่มเข้าสู่สภาวะ Oversold ใน Timeframe ย่อย ทำให้มองว่าราคาอาจดีดได้ในระยะสั้น
วันนี้หากการดีดตัวยังไม่ผ่าน 4,884-4,848 ดอลลาร์ต้องระวังว่าชุดการปรับตัวลงจาก 5,596 ดอลลาร์ยังไม่จบ แต่หากราคาทะลุผ่าน 4,884-4,848 ดอลลาร์ได้ ราคาจะเข้าสู่ชุดดีดอีกครั้งและยังต้องระวังว่าอาจเป็นการ “ดีดเพื่อลง”
กลยุทธ์การลงทุน เปิดสถานะขายหากราคาไม่ผ่าน 4,884 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากผ่าน 4,884ดอลลาร์เพื่อไปรอขายที่สูงกว่าเดิม รอซื้อคืนหากราคาไม่หลุด 4,590-4,540 ดอลลาร์ แต่หากหลุดแนวดังกล่าวสามารถชะลอการซื้อคืนไปที่ 4,483 ดอลลาร์
ขณะที่ Ausiris มองว่า
สถานะปัจจุบันตลาดอยู่ในสภาวะ “ปรับฐานลงรุนแรง” หลังจากมีการเทขายทำกำไรอย่างหนักในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แนวโน้มหลักระยะสั้นเป็นขาลงชัดเจน โดยกราฟราย 4 ชั่วโมง ราคาหลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญ (SMA 50 และ EMA 100) ลงมา
ส่วนระยะกลาง-ยาว ยังคงภาพรวมเป็นขาขึ้น แต่กำลังเผชิญกับการพักตัวครั้งใหญ่ เพื่อลดความร้อนแรงหลังจากราคาพุ่งขึ้นไปทำ New High ในช่วงก่อนหน้า
สำหรับสัญญาณ RSI อยู่ที่ระดับประมาณ 27 เข้าเขต Oversold แต่ยังไม่มีสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน ระวังการเด้งสั้นๆ เพื่อลงต่อ ส่วนผู้ไม่มีสถานะแนะทยอยสะสมตามโซนแนวรับจิตวิทยาแถว 4,580 /4,500 และ4,400 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,830/4,885 และ4,950 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ MTS Gold มองในเชิงเทคนิคว่า
ราคาทองคําในระยะสั้นยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้ม Sideway Down นักลงทุนควรให้ความสําคัญกับการบริหารพอร์ตและการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก พร้อมหลีกเลี่ยงการใช้ Leverage ในระดับสูง ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงอย่างมากในสภาวะตลาดปัจจุบัน โดยสถานการณ์ในขณะนี้สามารถเปรียบเสมือน “สงครามด้าน การลงทุน” ที่ผู้ลงทุนจําเป็นต้องรักษาวินัยและสภาพคล่องเป็นอันดับแรก
สําหรับมุมมองทางเทคนิค ประเมินแนวรับของราคาทองคําตลาดโลกอยู่ที่บริเวณ 4,630–4,550 ดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,900–5,000 ดอลลาร์ และหากราคาหลุดระดับแนวรับดังกล่าวจะมีแนวรับทางจิตวิทยาสําคัญถัดไปที่บริเวณ 4,500 ดอลลาร์
ส่วนราคาทองคําในประเทศประเมินแนวรับอยู่ที่ระดับ 69,000 บาท และแนวต้านที่ระดับ 72,000 บาท
รับชมคลิป







Comments are closed.