Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

สรุปแนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์ลงทุน วันนี้ 2 ก.พ.2569

- Advertisement -

1,295

- Advertisement -

ทองคำเปิดเดือนก.พ.ยังปั่นป่วนหนัก gold spot ยังไหลไม่หยุดลงแตะ $4,580 ทองไทยร่วงแรงด้วยแตะ70,800 บาท

ราคาทองคำไทยเปิดตลาดดเดือนก.พ.ยังผันผวนแรง เพียงแค่ 2 ชั่วโมงหลังเปิดตลาด สมาคมค้าทองคำ ปรับราคาไปแล้ว 11 ครั้ง

โดยเปิดตลาดร่วงแรง 1,650 บาท จากนั้นปรับลงอีก 1,550 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 11.00 น. อยู่ที่ 70,700 บาท ส่วนราคารับซื้อ 70,500 บาท

ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 71,800 บาท ส่วนราคารับซื้อ 69,387.32บาท เงินบาท 31.65 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ Shining Gold  มองว่า

- Advertisement -

ราคาทองคำไทยหลังจากเร่งตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 81,900 บาท ได้เผชิญแรงเทขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กราฟ รายวันเริ่มปรากฏสัญญาณกลับตัว ทำให้โครงสร้างแนวโน้ม ระยะสั้นมีความเปราะบางมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวม ระยะกลางยังไม่เสียโครงสร้างขาขึ้น

กลยุทธ์แนะนำให้ ทยอยแบ่งไม้เข้าซื้อเฉพาะบริเวณแนวรับสำคัญ โดยมูลค่าการลงทุนรวมรวมเฉลี่ยเดิม ไม่ควรเกิน 70% ของพอร์ต ส่วนเงินที่เหลือควรเก็บไว้เพื่อ รอประเมินทิศทางตลาดเพิ่มเติม โดยเฉพาะการติดตามว่า ราคาจะสามารถ ยืนฐานเหนือระดับ 68,000 บาทได้อย่างมั่นคงหรือไม่โดยให้แนวต้านที่ 76,000/77,300 และ 79,000 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 72,000/69,000 และ 68,000 บาท

ส่วนราคาทองคำ gold spot สัปดาห์ที่ผ่านมาสร้างผันผวนหนักสุดในประวัติศาสตร์ โดยราคาทองคำ goldspot ร่วงลงแรงหลังขึ้นทำ ATH ที่ 5,602 ดอลลาร์ ในวันพฤหัส โดยลงแตะจุดต่ำสุดที่ 4,680 ดอลลาร์ในศุกร์ ก่อนจะดีดกลับมาปิดสัปดาห์ และปิดเดือนมกราคมที่ 4,895 ดอลลาร์ โดยรวมในวันศุกร์ปิดลงแรงถึง 482 ดอลลาร์ หรือ -9% แต่หากจะมองในภาพรายเดือนยังปับเพิ่มขึ้น 13% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6

ขณะที่เช้าวันนี้ตลาดมีความผันผวนสูง เปิดการซื้อขายด้วยสเปรดที่กว้างขึ้น และยังคงมีแรงขายทํากําไรออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาผันผวนอย่างรุนแรง โดยเหวี่ยงตัวในกรอบประมาณ 250 ดอลลาร์ภายในเวลา 1 ชั่วโมง โดยการเคลื่อนไหวของราคาในรอบนี้ถูกขับเคลื่อนจาก แรงขายเชิงเทคนิคเป็นหลัก และไม่ได้มีปัจจัยข่าวใหม่ที่ชัดเจนเข้ามาสนับสนุนตลาด

แรงกดดันหลักมาจากการขายของกองทุนเพื่อปรับพอร์ตการลงทุน รวมถึงแรงบังคับปิดสถานะ รวมถึงเศรษฐกิจในช่วงวันศุกร์ ประกอบกับกระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับว่าที่ประธาน Fed คนใหม่ ภายใต้การคัดเลือกของปธน.ทรัมป์ ก็คือ “เควิน วอร์ช” ซึ่งมีแนวคิดเชิงนโยบายการเงินที่เข้มงวด ไม่สนับสนุนมาตรการ QE ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยดัชนีดอลลาร์ดีดกลับขึ้นเหนือระดับ 97 จุดอีกครั้งในวันศุกร์

- Advertisement -

ไปดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศไทย ทาง T.D.C. Gold มองว่า

ราคาทองคำผันผวนแรงเป็นประวัติการณ์ปรับตัวลดลงระหว่างชั่วโมงการซื้อ-ขายแตะ 4,680 ดอลลาร์ ในคืนวันศุกร์ หลังรายชื่อประธาน Fed คนใหม่เป็นสายเหยี่ยวมากกว่าคาด

และประเด็นที่สำคัญ คือ แรงขายทำกำไร หลังจากเม็ดเงินไหลเข้าไปเก็งกำไรในตลาดทองคำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีที่ผ่านมา คาดว่าเปิดตลาดมายังมีโอกาสที่ตลาดจะปรับตัวลดลงต่อในช่วงการชื่อ-ขายของตลาดเอเชีย ต้องใช้ความระมัดระวัง

ขณะที่  InterGOLD มองว่า

เช้าวันนี้ราคากลับดิ่งลงอย่างรุนแรงจนหลุดระดับ 70,000 บาท มาอยู่ที่ประมาณ 69,900 บาท ขณะที่ราคาทองคำGold Spot ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 4,585 ดอลลาร์ ในสภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูงเช่นนี้ แนะเน้นการเก็งกำไรระยะสั้น เป็นหลัก โดยใช้กลยุทธ์ Grid Trading หรือการวางโซนซื้อขายเป็นชั้นๆ ช่วงความผันผวน

ปัจจุบันทองคำเหวี่ยงตัวอยู่ที่ประมาณ 130 ดอลลาร์ต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองไทยบวกหรือลบได้ถึง 1,500 – 2,000 บาท ภายในระยะเวลาสั้นๆ ดังนั้นการวางโซนแนะนำให้แบ่งไม้ซื้อโดยเว้นระยะห่างกันประมาณ 1,500 บาท เช่น หากซื้อไม้แรกที่ 71,000 บาท ไม้ถัดไปอาจรอที่ 69,500 บาท

ทั้งนี้ยังย้ำว่าการลงทุนควรใช้เงินเย็น เพราะแม้ราคานี้จะดูเหมือนการ “ติดดอย” แต่ในรอบวัฏจักรนี้ การติดดอยทองคำอาจใช้เวลาไม่นาน (ประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 3 เดือน) การใช้เงินเย็นจะช่วยให้ถือรอการรีบาวด์ (Rebound) ได้โดยไม่เดือดร้อน

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำได้ลงมาปิด Gap และแตะแนวรับสำคัญที่ 4,600 ดอลลาร์แล้ว หากในสัปดาห์นี้สามารถรีบาวด์กลับไปยืนที่ 75,000 บาท ได้ สัปดาห์หน้าก็มีลุ้นที่จะกลับไปทดสอบระดับ 77,000 – 78,000 บาท อีกครั้ง โดยให้แนวรับที่ 4,600 ดอลลาร์ หรือ 70,000 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,900 ดอลลาร์ หรือ 74,500 บาท

ด้าน YLG Bullion มองว่า

เมื่อวันศุกร์ราคาทองคำปรับตัวลงแรง ทำให้ราคาเข้าสู่ช่วงของการปรับฐานในดีกรีที่ใหญ่กว่า อย่างไรก็ดีราคาเริ่มเข้าสู่สภาวะ Oversold ใน Timeframe ย่อย ทำให้มองว่าราคาอาจดีดได้ในระยะสั้น

วันนี้หากการดีดตัวยังไม่ผ่าน 4,884-4,848 ดอลลาร์ต้องระวังว่าชุดการปรับตัวลงจาก 5,596 ดอลลาร์ยังไม่จบ แต่หากราคาทะลุผ่าน 4,884-4,848 ดอลลาร์ได้ ราคาจะเข้าสู่ชุดดีดอีกครั้งและยังต้องระวังว่าอาจเป็นการ “ดีดเพื่อลง”

กลยุทธ์การลงทุน เปิดสถานะขายหากราคาไม่ผ่าน 4,884 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากผ่าน 4,884ดอลลาร์เพื่อไปรอขายที่สูงกว่าเดิม รอซื้อคืนหากราคาไม่หลุด 4,590-4,540 ดอลลาร์ แต่หากหลุดแนวดังกล่าวสามารถชะลอการซื้อคืนไปที่ 4,483 ดอลลาร์

ขณะที่ Ausiris มองว่า

สถานะปัจจุบันตลาดอยู่ในสภาวะ “ปรับฐานลงรุนแรง” หลังจากมีการเทขายทำกำไรอย่างหนักในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แนวโน้มหลักระยะสั้นเป็นขาลงชัดเจน โดยกราฟราย 4 ชั่วโมง ราคาหลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สำคัญ (SMA 50 และ EMA 100) ลงมา

ส่วนระยะกลาง-ยาว ยังคงภาพรวมเป็นขาขึ้น แต่กำลังเผชิญกับการพักตัวครั้งใหญ่ เพื่อลดความร้อนแรงหลังจากราคาพุ่งขึ้นไปทำ New High ในช่วงก่อนหน้า

สำหรับสัญญาณ RSI อยู่ที่ระดับประมาณ 27 เข้าเขต Oversold แต่ยังไม่มีสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน ระวังการเด้งสั้นๆ เพื่อลงต่อ ส่วนผู้ไม่มีสถานะแนะทยอยสะสมตามโซนแนวรับจิตวิทยาแถว 4,580 /4,500 และ4,400 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,830/4,885 และ4,950 ดอลลาร์

ปิดท้ายที่ MTS Gold  มองในเชิงเทคนิคว่า

ราคาทองคําในระยะสั้นยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้ม Sideway Down นักลงทุนควรให้ความสําคัญกับการบริหารพอร์ตและการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก พร้อมหลีกเลี่ยงการใช้ Leverage ในระดับสูง ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงอย่างมากในสภาวะตลาดปัจจุบัน โดยสถานการณ์ในขณะนี้สามารถเปรียบเสมือน “สงครามด้าน การลงทุน” ที่ผู้ลงทุนจําเป็นต้องรักษาวินัยและสภาพคล่องเป็นอันดับแรก

สําหรับมุมมองทางเทคนิค ประเมินแนวรับของราคาทองคําตลาดโลกอยู่ที่บริเวณ 4,630–4,550 ดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,900–5,000 ดอลลาร์ และหากราคาหลุดระดับแนวรับดังกล่าวจะมีแนวรับทางจิตวิทยาสําคัญถัดไปที่บริเวณ 4,500 ดอลลาร์

ส่วนราคาทองคําในประเทศประเมินแนวรับอยู่ที่ระดับ 69,000 บาท และแนวต้านที่ระดับ 72,000 บาท

รับชมคลิป

- Advertisement -

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More