ราคาทองคำยังอยู่ในกรอบ $5,000-5,085 คาดรอดูตัวเลขแรงงานของสหรัฐคืนนี้ ทองไทยขยับยากเงินบาทจ่อแตะ 31 บาท
ราคาทองคำไทยเปิดตลาดบวกขึ้นมาเล็กน้อย สมาคมค้าค้าทองคำ ประกาศราคาแรกของวันเพิ่มขึ้น 100 บาท
ก่อนจะปรับราคาขึ้น-ลง 2 ครั้ง ราคายังอยู่ที่เดิม ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 74,500 บาท ส่วนราคารับซื้อ 74,300 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 75,300 บาท ส่วนราคารับซื้อ 72,813.48 บาท เงินบาท 31.13 บาทต่อดอลลาร์
ด้าน ShiningGold bullion มองว่า
ราคาทองคำไทยยังเคลื่อนไหวในลักษณะTechnical Rebound แต่จังหวะการฟื้นตัวยังค่อนข้างช้าและจำกัดกว่า เนื่องจากถูกกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าระยะสั้น ภายหลังความชัดเจนทางการเมืองจากผลการเลือกตั้งล่าสุด
ในเชิงเทคนิค แนวต้านสำคัญยังคงอยู่ที่บริเวณ 76,000 บาท ซึ่งถือเป็นโซนที่มีแรงขายทำกำไรสะสมสูง ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถทะลุและยืนเหนือระดับดังกล่าวได้อย่างมั่นคง นักลงทุนระยะสั้นควรเพิ่มความระมัดระวังต่อแรงขายสลับออกบริเวณแนวต้าน
กลยุทธ์การลงทุน ยังคงมองว่าการย่อตัวเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ เพื่อเล่นรอบและสะสม โดยสามารถแบ่งแนวทางการเข้าซื้อออกเป็น 2 ระดับหลัก คือกรณีที่ 1 การย่อน้อย หากราคายังยืนเหนือ 73,800-500 บาท แนะนำใช้เงินเพียง 20–30% สำหรับการเล่นรอบระยะสั้น
กรณีที่ 2 การย่อระดับกลางในกรอบ 72,500–68,000 บาท แนะนำเพิ่มสัดส่วนเป็น 40–50% เพื่อการสะสมเชิงกลยุทธ์
สำหรับเงินลงทุนที่เหลือ แนะนำรอจังหวะเข้าซื้อเพิ่มเติมหากราคาปรับลงต่ำกว่า 68,000 บาท โดยต้องไม่หลุดโครงสร้างแนวโน้มขาขึ้นหลักของทองคำ ซึ่งจะเป็นจุดเสริมพอร์ตสำคัญ เพื่อรองรับรอบขาขึ้นถัดไปในระยะกลาง
ทั้งนี้ให้แนวต้านที่ 74,800/75,800 และ76,800บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 73,800-500 /71,000 และ 68,200บาท
ส่วนราคาทองคำ gold spot วานนี้ เคลื่อนไหวในกรอบแคบ และยังไม่สามารถทำ high ใหม่ได้ โดยขึ้นไปแตะเพียง 5,078 ดอลลาร์ ก่อนจะลงมาปิดตลาดที่ 5,025 ดอลลาร์ ลดลง 32 ดอลลาร์ แต่เช้านี้ราคาขึ้นไปทดสอบ 5,057ดอลลาร์ ต้องมาดูว่าจะมีโมเมนตั้มหนุนให้ราคาปรับขึ้นต่อไปได้หรือไม่
คืนนี้จะมีการเผยข้อมูลสำคัญด้านการจ้างงาน โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร เดือนม.ค. คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 70,000 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 50,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงาน เดือนม.ค.คาดจะคงที่ที่ 4.40% และรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง เดือนม.ค. คาดจะคงที่ที่ 0.30%ภาพรวมหากออกมาตามคาดน่าจะเป็นแรงกดดันราคาทองคำนิดๆ
ขณะที่ปลายสัปดาห์รอดูการเปิดเผย ดัชนี CPI ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อสำคัญ โดยตัวเลขที่ออกมาจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในระยะถัดไป
โดย Ausiris มองว่า
ราคาทองคำยังไม่สามารถพุ่งทะลุแนวต้าน 5,080 ดอลลาร์ ส่งผลให้ราคายังคงวิ่งอยู่ในกรอบ 5,010-5,080 ดอลลาร์ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงเช้านี้ อย่างไรก็ตามคาดว่าราคาจะมีการเลือกทิศทางที่จะชัดเจนมากขึ้นเร็ว ๆ นี้
โดยที่ระดับ 5,100 ดอลลาร์ยังเป็นแนวต้านสำคัญที่ควรเฝ้าระวังว่าหากผ่านไปได้มีโอกาสที่จะมีแรงเข้าซื้อส่งราคาทองขึ้นไปได้อีกครั้ง
แต่หากราคาไม่สามารถผ่านไปได้มีโอกาสที่ราคาจะลงมาลึกเพื่อพักตัวไปก่อน แนะนำรอซื้อขายตามกรอบแนวรับ-ต้านก่อนที่จะเห็นทิศทางราคาอย่างชัดเจน โดยให้แนวรับที่ 5,008 และ4,985ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 5,077 และ5,100 ดอลลาร์
ด้าน YLG Bullion วานนี้
ราคายังคงแกว่งตัวในกรอบ 5,092-4,984 ดอลลาร์ สำหรับวันนี้ หากเกิดการ Breakout ด้านใดด้านหนึ่งทิศทางจะชัดเจนมากขึ้น โดยยังคงดูรับแรกที่ 4,984 ดอลลาร์ หากยืนได้ยังคงมีโอกาสทดสอบแนวต้าน แต่หากราคาหลุด 4,984 ดอลลาร์ จะเข้าสู่ชุดพักอีกครั้ง แต่หากการพักตัวยังไม่หลุด 4,655 ดอลลาร์ ยังมองเป็นพักเพื่อดีดตัวต่อ
กลยุทธ์การลงทุน เสี่ยงซื้อหากราคาไม่หลุด 4,984 ดอลลาร์ หากหลุด 4,984 ดอลลาร์ ชะลอไปเข้าซื้ออหากราคาไม่หลุด 4,826-4,655 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 4,655 ดอลลาร์ ขายทำกำไรหากราคาไม่ผ่านแนวต้าน 5,140-5,092 ดอลลาร์ หากผ่านได้ชะลอไปขายที่แนวต้านถัดไป
ขณะที่MTS Gold มองในเชิงเทคนิคระยะสั้น
ราคายังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway โดยหากราคาทะลุผ่านบริเวณ 5,060 ดอลลาร์ ได้อย่างมีนัยสําคัญ อาจเห็นแรงซื้อหนุนต่อเนื่อง และมีโอกาสปรับขึ้นได้อีกประมาณ +100 ดอลลาร์
ประเมินแนวรับราคาทองคํา Gold Spot ที่ 4,980–4,920 ดอลลาร์ แนวต้านอยู่ที่ 5,100–5,150 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองคําในประเทศ ประเมินแนวรับอยู่ที่ระดับ 73,500 บาท และแนวต้านที่ระดับ 75,000 บาท
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับที่ 4,854 และ 4,902 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 5,075 และ 5,171 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.