Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

ทิศทางลงทุนทองคำไตรมาส4/23 พูดคุยกับ คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ YLG

- Advertisement -

2,427

- Advertisement -

สรุปภาพรวมทองคำไตรมาส 3 และกลยุทธลงทุนไตรมาส 4 ปี 2023

สัมภาษณ์พิเศษ คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ – ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส (YLG)

YLG ชี้ไตรมาส 4 ทองคำมีโอกาสฟื้นคืนชีพ แต่ระยะสั้น-กลาง ยังเป็นดาวน์เทรนด์ชัดเจน แนะซื้อสะสมช่วงราคาปรับลงแรง

ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com

.

- Advertisement -

.

รับชมคลิป สรุปภาพรวมทองคำ

คุณฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ฟิวเจอร์ส กล่าวกับ GoldAround ว่า

ประสิทธิผลของทองคำในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมาถือว่าน่าพอใจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะราคาทองคำในประเทศ ถือว่ายังดีอยู่เพราะว่าได้อานิสงส์ของเงินบาทที่อ่อนค่าจนไปแตะระดับ 37 บาทต่อดอลลาร์

และถ้าดูแนวโน้มเงินบาท ก็ยังมีโอกาสอ่อนค่าได้อยู่ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ามีโอกาสจะไปแตะ 38 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้แรงกกดดันจากนโยบายภาครัฐทำให้มีการถอนเงินออกไปบ้างบางส่วน

- Advertisement -

แต่ว่าถ้าดูจากการคาดการณ์ของธนาคารพาณิชย์ เชื่อว่าในช่วงเดือน ต.ค. เงินบาทน่าจะอ่อนค่ามากที่สุดแล้ว หลังจากนั้นเชื่อว่าจะมีอานิสงส์จากภาคการท่องเที่ยวที่กลับเข้ามา จะช่วยให้เงินบาทค่อย ๆ แข็งค่าจนถึงประมาณต้นปีหน้า อาจจะได้เห็นเงินบาทกลับไปเคลื่อนไหวแถว ๆ 34-35 บาทต่อดอลลาร์

ขณะที่ เงินดอลลาร์ยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่า เพราะธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง 5.25-5.5% โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี อาจจะได้เห็นการปรับขึ้นอีก 0.25% แต่ตอนนี้ความเห็นของนักวิเคราะห์ ก็แยกออกเป็น 2 ส่วน โดยหากจะดูจาก FED Watch Tool จะเห็นได้ว่าบางกลุ่มมองว่าจนถึงปลายปีน่าจะคงดอกเบี้ยในระดับนี้ และไม่น่าจะปรับขึ้นอีก แต่เฟดจะยังมีโอกาสคงดอกเบี้ยในระดับสูงไปอีกระยะ

ขณะที่ อีกฝั่งก็มองว่า เฟดอาจจะขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบในการประชุมเดือน พ.ย. จากนั้นจะคงดอกเบี้ยในระดับสูงอีกระยะ ซึ่งตรงประโยคที่ว่า น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงไปอีกระยะ เป็นตัวที่กดดันทำให้ตัวราคาทองคำ spot ถูกเทขายออกมาอย่างหนัก และทำให้ราคาปรับลดลงมาค่อนข้างมาก

ขณะที่ ดัชนีดอลลาร์ได้ขึ้นไปแตะระดับ 107 และยังมีโอกาสที่จะไปต่อ เพราะเรื่องของดอกเบี้ยยังอยู่ในอัตราที่สูง ซึ่งปัจจัยดังกล่าว น่าจะกดดันราคาทองคำ spot ซึ่งวันนี้ราคาทองคำ spot เคลื่อนไหวแถว 1,820 ดอลลาร์ ก็ยังมีโอกาสที่ยังจะปรับตัวลดลงต่อ โดย YLG มองแนวรับอยู่ที่ประมาณ 1,800 ดอลลาร์

โดยในระยะสั้น ภาพการเคลื่อนไหวของทองคำ spot ยังคงเป็น sideway อย่างช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา จะเห็นว่าทองคำจะวิ่งในกรอบ 1,800 ถึง 1,830 ดอลลาร์ จนกว่าราคาจะเบรกเอาท์ด้านใดด้านหนึ่ง

แต่หากว่ารอบนี้ราคาทองคำ spot ไม่หลุดแนว 1,800 ดอลลาร์ YLG ยังมองว่า มีโอกาสที่ราคาจะดีดขึ้นไปได้ แต่จะเป็นการดีดขึ้นเพื่อลงต่อ เพราะภาพราคาทองคำในระยะสั้นกับระยะกลางยังเป็นขาลง แต่เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำ spot ได้ปรับตัวลดลงมาติดต่อกัน จนทำให้ในเชิงเทคนิคราคาลงไปอยู่ในโซน oversold ค่อนข้างมาก ก็เลยทำให้มองว่ามีโอกาสที่ราคาจะ rebound ขึ้นมาบ้าง แต่ยังเป็นภาพของรีบาวด์เพื่อลงต่อ

ทั้งนี้ YLG ให้แนวรับแถว 1,798 ดอลลาร์ ถ้าหลุดลงไป มองแนวรับถัดไปที่ประมาณ 1,726 ดอลลาร์ และ 1,676 ดอลลาร์ ตามลำดับ ซึ่งแนวรับดังกล่าวเป็นมุมมองใน time fame รายเดือน หากนักลงทุนตีเส้นเทรนด์ไลน์ โดยลากมาตั้งแต่ปี 2015 จะเห็นว่า ถึงแม้ว่าในช่วงนี้ราคาทองคำ spot จะปรับตัวลดลงแต่ภาพใหญ่ของราคาทองคำ spot ยังเป็น sideway up อยู่

ตราบใดที่ยังไม่หลุด 1,676 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 29,000 บาท ก็ยังถือว่าดูดีอยู่ เพราะก่อนหน้านี้ราคาทองคำ spot ได้ขึ้นไปแตะโซน 2,080 ดอลลาร์ ประมาณ 3 รอบ แต่ไม่ผ่าน เลยทำให้ราคาทองคำ spot ปรับตัวลดลง

โดยราคาทองคำ spot ได้ทำจุดสูงสุดต่ำลงและจุดต่ำสุดต่ำลงด้วย จึงทำให้ภาพราคาทองคำ spot ในช่วงระยะกลางและระยะสั้นเป็นดาวน์เทรนด์ แต่ตอนนี้ในทางเทคนิคถือว่าราคาได้เข้าเขต oversold มากที่สุดตั้งแต่ปี 2018

“หากว่าราคาทองคำ spot ยังไม่สามารถทะลุแนว 1,832- 1,833 ดอลลาร์ขึ้นไปได้ ราคายังจะวิ่งอยู่ด้านล่างจนกว่าจะทะลุด้านในหนึ่ง ถ้าทะลุ 1,800 ดอลลาร์ YLG ก็มองว่าจะลงไปอีกประมาณ 50 ดอลลาร์ ไปแถว 1,750 และ 1,726 ดอลลาร์ แต่ถ้าสามารถยืนเหนือ 1,832 ดอลลาร์ ได้ มองว่าราคาจะกลับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 1,860 ดอลลาร์ แต่เป็นการรีบาวด์เพื่อลงต่อ เพราะว่าตอนนี้ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำ spot ก็คือ การปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด และมองว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงไปอีกนาน“ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ฟิวเจอร์ส กล่าว

ประกอบกับที่ผ่านมาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ได้โดนเทขายออกมาค่อนข้างมาก เลยทำให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรับบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4.7% ซึ่งถือว่าสูงมาก จึงเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนในการเข้าไปถือครองแทนทองคำ เพราะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าทองคำ จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันราคาทองคำให้ปรับลดลงแรง

อย่างไรก็ตาม มองว่าการที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงมาในรอบนี้ เป็นจังหวะดีที่นักลงทุนจะทยอยเก็บสะสม เพราะถ้าไปดูภาพรวมของเศรษฐกิจทั่วโลก จะเห็นได้ว่า ยังไม่มีพื้นที่ส่วนไหนที่ฟื้นตัว

ดังนั้น การที่ธนาคารกลางต่าง ๆ จะคงดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงนาน ๆ ยิ่งไม่เป็นผลดีสำหรับเศรษฐกิจ และจะเป็นปัจจัยที่มาหนุนให้ทองคำกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้น

ประกอบกับในฝั่งจีนยังคงซื้อทองคำเก็บสะสมต่อเนื่อง ก็จะเป็นอีกเหตุผลที่จะหนุนให้ราคาทองคำฟื้นกลับมาได้
ส่วนในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งปกติจะเป็นช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้มองว่า ถ้าในช่วง 1-2 วันนี้ ราคาทองคำ spot สามารถยืนเหนือ 1,832 ดอลลาร์ ได้ ก็มีโอกาสที่จะขึ้นไปทดสอบ 1,860 ดอลลาร์ และอาจจะไปแตะใกล้ ๆ 1,900 ดอลลาร์ ได้เหมือนกัน

โดยไตรสมาสที่ 4 มองว่า ราคาทองคำมีโอกาสจะปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะในช่วงปลายปีจะมีความต้องการในกลุ่มของการใช้งานทองคำ ที่จะใช้ในงานเทศกาลสำคัญ ประกอบกับราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาได้ปรับลดลงมามาก ก็เชื่อว่ายังมีโอกาสที่จะทำให้ราคาทองคำขยับขึ้นได้

แต่อาจจะต้องดูในช่วงนี้ก่อนว่า ราคาทองคำจะเลือกไปทางไหน จะยืนเหนือ 1,800 ดอลลาร์ ได้หรือไม่ โดยกรอบราคาในช่วงไตรมาส 4 แนวรับแรกอยู่ที่ 1,800 ดอลลาร์ และ 1,760 ดอลลาร์ และ 1,676 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,988 และ 2,080 ดอลลาร์ ซึ่งอาจจะดูว่าเป็นกรอบราคาที่ค่อนข้างกว้าง แต่ตัวเลขดังกล่าวมาจากการตีเส้นเทรนด์ไลน์

ส่วนราคาทองไทย ถ้าหากว่าราคาทองคำ spot ลงไปแถว 1,800 ดอลลาร์ ราคาทองไทยน่าจะอยู่ทีประมาณ 31,400 บาท โดยคิดจากเงินบาทที่ 37 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 1,726 ดอลลาร์ ราคาไทยอยู่ที่ประมาณ 30,800 บาท และแนวรับสุดท้ายที่ 1,676 ดอลลาร์ ราคาทองไทยจะอยู่แถว 29,000 บาท

ส่วนแนวต้านที่ 1,988 ดอลลาร์ ราคาทองไทยจะประมาณ 34,000 บาท คำนวณจากค่าเงินบาท 37 บาทต่อดอลลาร์ และที่แนวต้านถัดไปที่ 2,079 ดอลลาร์ ราคาทองไทยจะอยู่แถว 36,000 บาท แต่เชื่อว่าถ้าราคาทองคำ spot ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปถึงแนวต้านทั้ง 2 เงินบาทน่าจะลงมาอยู่สัก 35 หรือ 34 บาทต่อดอลลาร์ ก็อาจจะเห็นราคาทองไทยอยู่ประมาณ 33,000-34,000 บาท

อย่างไรก็ดี ในภาพรวมแล้วยังมองว่าทองคำยังมีแนวโน้มที่ดี เพราะว่าในช่วงปลายปีคาดว่าจะมีเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวเข้ามาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะทางฝั่งจีนที่จะเริ่มทยอยเข้ามา หลังรัฐบาลได้ออกโครงการฟรีวีซ่า ซึ่งจะทำให้เม็ดเงินจากฝั่งจีนกลับเข้ามาจำนวนมาก และน่าจะช่วยในเรื่องของค่าเงินบาทให้กลับมาแข็งค่าได้ในระดับหนึ่ง

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More