ทองคำพักตัวหลัง “ทรัมป์” ยอมถอย ไม่บุก กรีนแลนด์-ไม่เก็บภาษีเพิ่ม 10 % จับตา gold spot จะกลับมายืน $4,800 ได้หรือไม่
ราคาทองคำไทยเปิดตลาดลดลง 500 บาท ก่อนอีกชั่วโมงครึ่งถัดมาจะปรับขึ้นรวม 100 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ที่ สมาคมค้าทองคำ ประกาศ ณ เวลา 11.00 น.
อยู่ที่ 70,150 บาท ส่วนราคารับซื้อ 70,050 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 71,950 บาท ส่วนราคารับซื้อ69,629.88 บาท เงินบาท 31.39 บาทต่อดอลลาร์
ด้าน ฮั่วเซ่งเฮง แนะนำ
ทยอยขายตามแนวต้านที่ระดับ 71,150 และ 71,450 บาท และทยอยซื้อตามแนวรับที่ 70,850 และ 70,700 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 70,700 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ส่วนราคาทองคำ gold spot ปิดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน รวมกว่า 200 ดอลลาร์ โดยวานนี้ปิดบวก 70 ดอลลาร์ หรือ 1.43 % และทำ All Time High ที่ระดับ 4,888 ดอลลาร์ สะท้อนกระแสเข้าซื้อ สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างมีนัยสําคัญ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ดีราคาได้ร่วงลงแรงลงไปแถว 4,755 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวมาปิดตลาดที่ 4,831 ดอลลาร์ และเช้านี้ได้ลงไปทดสอบแถว 4,770 ดอลลาร์ และกลัมาเคลื่อนไหวแถว 4,785 ดอลลาร์ ทําให้ภาพรวมราคาทองคําเข้าสู่ช่วงพักฐานระยะสั้น
ทั้งนี้มีแรงขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมถอยจากคำขู่เกี่ยวกับกรีนแลนด์ หลังตนและเลขาธิการ NATO ได้ร่วมกันจัดทำกรอบข้อตกลงในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับกรีนแลนด์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ตัดสินใจที่จะไม่เรียกเก็บภาษีศุลกากรจาก 8 ประเทศในยุโรป ซึ่งเดิมมีกำหนดจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.พ.
ทั้งนี้หากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปลดลง จะเป็นแรงกดดันให้เกิดแรงขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
แต่วันนี้ยังมีเรื่องให้ติดตามหลายเรื่อง ทั้งความคืบหน้าจากการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศคืนนี้ จะมีดัชนี Core PCE เดือนพ.ย. เมื่อเทียบเป็นรายเดือนคาดจะคงที่ที่ระดับ 0.20% เมื่อเทียบเป็นรายปี คาดจะลดลงแต่ระดับ 2.70% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 2.80%
ขณะที่ ดัชนี GDP q/q ไตรมาส 3/2025 คาดจะคงที่ที่ 4.30% , ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ คาดจะเพิ่มขึ้นแตะ 203,000 ราย จากสัปดาห์ก่อนหน้าอยู่ที่ 198,000 ราย ส่วนดัชนีการใช้จ่ายส่วนบุคคล เดือนพ.ย. คาดจะคงที่ที่ 0.50% และดัชนีรายได้ส่วนบุคคล เดือนพ.ย. คาดจะคงที่ที่ 0.40%
ด้านกองทุน SPDR ขายทองคำออกมา 4 ตัน เป็นการขายออก 2 วันติดต่อกัน ทำให้ตอนนี้ถือครองทองคำรวม 1,077.66 ตัน
ไปดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศไทย ทาง Shining Gold มองว่า
ราคาทองคำปรับตัวลงแรง หลังปัญหาเรื่องกรีนแลนด์และการขึ้นภาษีต่อประเทศสหภาพยุโรป 8 ชาติ ชะลอออกไป ส่งผลให้ปัจจัยหนุนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่เคยสนับสนุนราคาทองคำหายไปในทันที และพลิกกลับมาเป็นแรงกดดันต่อราคา
ระยะสั้นราคาทองคำมีความเสี่ยงที่จะปรับฐานลึกลงต่อ
หากไม่สามารถรักษาแนวรับสำคัญบริเวณ 4,750 ดอลลาร์ เอาไว้ได้ แต่หากการย่อตัวไม่หลุดแนวรับดังกล่าว ประเมินได้ว่าเป็นเพียงแรงขายทำกำไรตามรอบเท่านั้น ยังไม่ใช่การไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างมีนัยยะสำคัญ และราคาทองคำยังมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นได้อีกครั้ง
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น ทองคำเริ่มทีแรง Take Profit และอาจเข้าสู่ช่วงพักฐานได้ จึงไม่เหมาะสำหรับการเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นเป็นรอบๆ แต่ยังเหมาะกับนักลงทุนระยะกลางที่ต้องการ ทยอยสะสม ควรแบ่งเงินเข้าซื้อเป็นไม้ๆ ไม้ละไม่เกิน 20% เพื่อลดความเสี่ยง
แนวรับที่น่าสนใจสำหรับการสะสม ได้แก่ 4,770–4,715 / 4,655 และ 4,577 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,836/4,869 และ4,900 ดอลลาร์ กลยุทธ์นี้ไม่กำหนด Stop Loss เนื่องจากเป็นการทยอยเข้าซื้อในสัดส่วนเงินลงทุนที่ค่อนข้างต่ำในแต่ละระดับราคา เพื่อบริหารความเสี่ยงและรองรับความผันผวนของตลาด
ด้าน IInterGOLD มองว่า
ราคาทองคำช่วงนี้เหมือน “พักหายใจ” หลังตลาดหันไปเล่นโหมด Risk-on มากขึ้น ทำให้มนต์ขลัง Safe Haven ถูกลดน้ำหนักชั่วคราว แต่ภาพใหญ่ยังไม่หลุดธีมเดิมแค่ต้องรอจังหวะให้ “ย่อ” แล้วค่อยทยอยสะสมแบบมีวินัย สายเทรดสั้น ไม่ไล่ซื้อแถวแนวต้าน 4,880 ดอลลาร์ รอซื้อโซน 4,650 ดอลลาร์ หรือ 69,800 บาท แบบ “แบ่งไม้” เช่น ไม้แรกเมื่อแตะโซน / ไม้ถัดไปเมื่อยืนได้ หากหลุดแนวรับสำคัญและยืนไม่ได้ ให้คุมความเสี่ยงด้วยการลดพอร์ตตามแผน
ส่วนสายลงทุนระยะยาว: ถ้ามีของอยู่แล้วให้ถือต่อ และมองการย่อตัวเป็น “จังหวะเติม” มากกว่าความผิดพลาดของรอบขาขึ้น ทั้งนี้ให้เน้นวินัยทยอยสะสมเป็นงวด ๆ และให้ความสำคัญกับการบริหารเงินมากกว่าทายจุดต่ำสุดจะอยู่ตรงไหน
ขณะที่ YLG Bullion มองว่า
วานนี้ราคา gold spot พุ่งทำ ATH ก่อนจะเกิดการพักตัวลงหลังราคาเข้าสู่สภาวะ Overbought ทั้งใน 1 และ 4 ชม. วันนี้ประเมินว่าหากระหว่างวันราคายังสามารถยืน 4,755 ดอลลาร์ได้ มองว่ายังไม่เสียโมเมนตั้มขาขึ้นในระยะสั้น
กลับกันหากราคาหลุด 4,755 ดอลลาร์ต้องระวังว่าราคาจะเข้าสู่ชุดพักในดีกรีใหญ่กว่า โดยประเมินแนวรับถัดไปไว้ที่บริเวณ 4,665-4,653 ดอลลาร์
กลยุทธ์การลงทุน เสี่ยงซื้อหากราคาพักตัวแต่ไม่หลุด 4,755 ดอลลาร์ หากหลุด 4,755 ดอลลาร์ชะลอการเข้าซื้อไปที่แนวรับต่ำกว่า ตัดขาดทุนหากราคาหลุด 4,655 ดอลลาร์ ไปขายทำกำไรหากไม่ผ่าน 4,839-4,888 ดอลลาร์ หากผ่าน 4,888 ดอลลาร์ได้ ให้ชะลอขายไปที่ต้านถัดไป
ด้าน GCAP Gold มองว่า
ราคาทองคำอ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังบรรยากาศความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและEU เริ่มผ่อนคลาย ส่งผลให้แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยชะลอลง ขณะเดียวกันดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวระยะสั้น กดดันให้ราคาทองคำปรับฐานลงราว 70 ดอลลาร์
อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนยังคงอยู่ เนื่องจาก ปธน.ทรัมป์ ยังย้ำว่ามาตรการภาษีเป็นเครื่องมือสำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐ สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านการค้าและการเมืองยังไม่หมดไป ทำให้นักลงทุนยังมองว่าการอ่อนตัวของทองคำครั้งนี้ยังถูกมองเป็นเพียงการพักฐานระยะสั้น ขณะที่แนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้น
กลยุทธ์การลงทุนแนะรอซื้อที่ 4,767 ดอลลาร์ มีแนวรับที่ 4,767 /4,759 และ4,751 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนหากหลุด 4,745 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,821 /4,828 และ4,835 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ MTS Gold มองในเชิงเทคนิคว่า
ราคาทองคําเผชิญแรงขายทํากําไรหลังทํา ATH ส่งผลให้โมเมนตั้มระยะสั้นเริ่มชะลอลงและเข้าสู่ช่วงพักฐาน อย่างไรก็ดีโครงสร้างแนวโน้มหลักยังคงเป็นขาขึ้น โดยลักษณะการ เคลื่อนไหวยังอยู่ในกรอบ “Sideway Up” คือแกว่งตัวผันผวนแต่ยกฐานสูงขึ้นต่อเนื่อง
ทั้งนี้ หากเกิดการปรับฐานในระดับที่ลึกขึ้น มีโอกาสที่ราคาจะถอยลงไปทดสอบโซน “Gap” เดิมที่เปิดตลาดวันจันทร์ บริเวณ 4,650–4,600 ดอลลาร์ ประเมินแนวรับที่บริเวณ 4,750–4,710 ดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,835–4,890 ดอลลาร์ ขณะที่ทองไทยจะมีแนวรับที่ 70,200 บาท และแนวต้านที่ 71,400 บาท
รับชมคลิป







Comments are closed.