ทิศทางทองวันนี้ 31 ต.ค.68 น.พ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ MTS Gold แม่ทองสุก
สัมภาษณ์พิเศษ น.พ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ MTS Gold แม่ทองสุก
ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com
ชี้การปรับฐานอาจจบหากวันนี้ยืน $4,000 ได้ หลังผ่าน 2 เรื่องใหญ่-SPDR กลับมาซื้อทองคำ ลุ้นกลับไปทำ ATH หรือปิดปีเหนือ $4,300
ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ตลาดทองคำได้เผชิญกับช่วงเวลาที่มีความผันผวนรุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบกว่า 10 ปี โดยราคา Gold Spot ได้มีการขึ้นลงถึงประมาณ 400 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศปรับตัวลดลงจาก 67,200 บาท ลงมาทำจุดต่ำสุดที่ 59,800 บาท
น.พ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท MTS Gold แม่ทองสุก ได้ชี้ว่า
ความผันผวนรุนแรงในช่วงนี้ มาจากปฏิกิริยาของตลาดต่อ 2 เหตุการณ์ใหญ่ ที่ส่งผลกระทบในทิศทางที่ “สร้างความผิดหวัง” หรือ “ไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดหวัง” คือ
1 ประเด็นสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ซึ่งในช่วงแรก ราคาทองคำพุ่งขึ้นจากความกังวลที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์เกี่ยวกับการเก็บภาษี 100% กับจีนในประเด็นที่จีนจำกัดการ ส่งออกแร่ง Rare Earth ต่อมามีกระแสข่าวการพบปะพูดคุยกันระหว่างผู้นำทั้ง 2 แต่เมื่อการพบกันจบลงโดยที่ไม่มีสาระสำคัญในการลดความขัดแย้ง และประเมินว่าสงครามการค้ายังคงอยู่ ส่งผลให้ราคาทองคำเหวี่ยงตัวรุนแรง
2.การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) แม้ Fed จะประกาศลดดอกเบี้ยในวันที่ 29 ตุลาคมตามที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้ทองคำขึ้นมารับข่าวประมาณ 40 ดอลลาร์ แต่หลังจากที่ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ออกมาพูดในทำนองว่าการลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ยังไม่แน่นอนก็ทำให้ราคาทองคำร่วงลงมาแตะ 3,940 ดอลลาร์ โดยประมาณ หลังจากการรับข่าวใหญ่ทั้ง 2 ไปแล้ว
น.พ.กฤชรัตน์ วิเคราะห์ว่า สภาวะตลาดได้กลับเข้าสู่ “สภาพปกติ” และเชื่อว่าการปรับฐานของราคาอาจหยุดลงแล้ว และโดยไม่ถือว่าเป็นการแตกของฟองสบู่ แต่เป็นการปรับฐานที่กำลังเสร็จสมบูรณ์
สัญญาณสำคัญก็คือเมื่อคืนวันที่ 30 ตุลาคม SPDR ได้ กลับเข้ามาซื้อทองคำ 4 ตัน หลังจากที่ก่อนหน้านั้นมีการขายออกไป 22.8 ตัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาทองร่วงลงมาโดยรวม 380 ดอลลาร์
เมื่อมามองแนวรับทางเทคนิคได้พบสัญญาณ Double Bottom ที่บริเวณ 3,990 ดอลลาร์ และหากว่าราคาไม่หลุด 4,000 ดอลลาร์ ในคืนวันที่ 31 ตุลาคม ก็เชื่อว่าการปรับฐานที่รุนแรงนี้ได้จบแล้ว
ส่วนทิศทางหลังจากนี้คาดว่าราคาจะเคลื่อนตัวในกรอบ Sideway Swing ระหว่าง 4,000 ถึง 4,150 ดอลลาร์ และจะเคลื่อนไหวในลักษณะนี้เป็นอย่างน้อย 2 อาทิตย์และหากดีดขึ้นเหนือ 4,150 ดอลลาร์ได้ ก็จะเป็นการทรงตัวเพื่อทดสอบระดับ 4,300 ดอลลาร์ ซึ่ง น.พ.กฤชรัตน์ มองว่าหากสิ้นปีสามารถจบที่ระดับนี้ได้ก็ถือว่าดีเยี่ยม
ส่วนการจะขึ้นไปทำ ATH เหนือ 4,380 ก็ยังมีความเป็นไปได้แต่อาจจะริบหรี่ เพราะความไม่แน่นอนจากนโยบายของ Fed ทำให้เป้าหมายที่ควรโฟกัสในขณะนี้คือการขึ้นไปทรงตัวที่ระดับ 4,300 ดอลลาร์ หากทำได้ก็จะถือเป็นผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งมากแล้วสำหรับปีนี้
น.พ.กฤชรัตน์ แนะนำเรื่องกลยุทธ์การลงทุนว่าในช่วงที่ราคาทองคำขึ้นแรง นักลงทุนไทยส่วนใหญ่มักบุกซื้อ และเมื่อราคาลงมาหนักๆ ก็กลับเป็นฝ่ายขาย หรือถูกบังคับขายไป ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบให้กำลังใจว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุน และสำหรับผู้ที่ติดดอยอยู่แต่ไม่ได้ใช้เงินร้อนหรือ Margin ถือว่ารอดแล้ว เพียงแต่ต้องใช้โอกาสนี้ฝึกกำลังใจและสร้างวิทยายุทธ์ใหม่ เพื่อเตรียมกลับมาสู้
สำหรับนักลงทุน/นักออม : ให้แบ่งเงินเป็นส่วน เช่น 20 ส่วน และ ทยอยซื้อไปเรื่อยๆ ในช่วงนี้ เพราะเชื่อว่ามรสุมได้ผ่านไปแล้วและตรงนี้เป็นจังหวะที่ดีในการเข้าซื้อ
รับชมคลิป







Comments are closed.