ทิศทางราคาทองวันนี้ 1 ต.ค.25 พูดคุยกับคุณมรุต วสุนธรา อินเตอร์โกลด์
พูดคุยกับ คุณมรุต วสุนธรา (ไผ่) เทรดเดอร์อินเตอร์โกลด์ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด (InterGOLD)
แม้ gold spot ยังมีสัญญาณหนุนให้ไปต่อ แต่ระยะสั้นระวังพักฐานแนะวางแผนรัดกุม ส่วนทองไทยทะยานแรงคาดแตะ 60,000 บาท
คุณมรุต วสุนธรา เทรดเดอร์ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด กล่าวกับ goldaround ระบุว่า
ราคาทองคำ gold spot เคลื่อนไหวผันผวน แม้ราคาจะลงทดสอบแนว 3,800 ดอลลาร์ แต่ฟื้นตัวกลับมาได้ โดยปัจจัยหนุนระยะสั้นก็คือ รัฐบาลสหรัฐฯ เผชิญกับภาวะชัตดาวน์ ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนอย่างสูงในตลาด การปิดหน่วยงานรัฐบาลอาจทำให้การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญล่าช้า โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะทำให้เฟดตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยได้ยากขึ้น
สถานการณ์นี้เป็นเหมือนดาบสองคม ด้านหนึ่งอาจกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) แต่อีกด้านหนึ่งอาจทำให้เงินทุนไหลเข้าสู่ดอลลาร์เพื่อความปลอดภัยระยะสั้นและกดดันราคาทองคำได้เช่นกัน
ทั้งนี้มีรายงานว่า หลังเที่ยงคืนวันที่ 30 ก.ย. รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะปิดทำการชั่วคราว ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2562 หลังสภาคองเกรสไม่สามารถตกลงร่างงบประมาณชั่วคราวได้ ทั้งนี้การชัตดาวน์รัฐบาลครั้งนี้ ส่งผลให้มีผู้ได้รับผลกระทบหลายแสนคน
ขณะที่ปัจจัยหนุนสำคัญของราคาทองคำยังเป็น การปรับลดดอกเบี้ยของเฟด คาดว่าจะมีอีก 2 ครั้งในปีนี้ โดยฟิลิป เจฟเฟอร์สัน รองประธาน เฟด ได้ตอกย้ำว่า แม้เศรษฐกิจจะเผชิญแรงกดดันสองด้าน ทั้งตลาดแรงงานที่เริ่มอ่อนแอและความเสี่ยงเงินเฟ้อ แต่เฟดยังคงมติเดินหน้าลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ตามแผนเดิม
การส่งสัญญาณที่ชัดเจนนี้ถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อราคาทองคำ เพราะการลดดอกเบี้ยจะกดดันค่าเงินดอลลาร์และเพิ่มความน่าสนใจให้กับทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน
แม้จะมีปัจจัยบวกจากเฟด แต่ราคาทองคำยังคงถูกสกัดไว้ไม่ให้พุ่งทะยาน จากการที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐเริ่มขยับขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) อายุ 10 ปี ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 4.15% ทั้ง 2 ปัจจัยนี้ยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญที่คอยค้ำคอราคาทองคำอยู่ ทำให้การปรับตัวขึ้นของทองคำเป็นไปอย่างจำกัดและต้องจับตาดูทิศทางของทั้งสองอย่างใกล้ชิด
มาดูมุมมองทางเทคนิค กราฟทองคำกำลังร้อนแรงอย่างมากและยังหาแนวต้านไม่เจอ โดยทองคำไทยมีเป้าหมายถัดไปที่ระดับ 60,000 บาท นอกจากนี้ ทองคำในประเทศยังได้รับอานิสงส์เต็มที่จากค่าเงินบาทที่ผ่านจุดแข็งค่าที่สุดไปแล้ว แต่สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่งคือกระแส FOMO (Fear Of Missing Out) ในตลาดที่อาจนำไปสู่การปรับฐานหรือการร่วงลงแรงได้ทุกเมื่อ
กลยุทธ์ที่แนะนำคือ คนที่มีของอยู่แล้วให้ถือต่อไป และรอซื้อ เมื่อมีการปรับฐานเกิดขึ้นสำหรับคนที่ต้องการเข้าสะสมเพิ่ม ทั้งนี้ให้แนวรับที่ 3,740 ดอลลาร์ หรือ 58,300 บาท ส่วนแนวต้านให้ไว้ที่ 3,870 ดอลลาร์หรือ 59,400 บาท
รับชมคลิป







Comments are closed.