Gold Outlook 2026 EP7 : คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด
เจาะลึกทิศทางทองคำปีม้า เมื่อพายุการเมืองโลกผนวกลดดอกเบี้ย” ทองคำพร้อมจะบวกเพิ่มอีก 20-30%
ภาพรวมตลาดทองคำในปีที่ผ่านมาถือว่าปรับขึ้นร้อนแรงอย่างมาก โดย ราคาทองคำ gold spot ปรับตัวขึ้นถึง 67% ขณะที่ราคาทองไทยพุ่งขึ้นประมาณ 53% ส่วนแนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาในปี 2026
ทางคุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บจ.เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ มองว่าเทรนด์หลักยังคงเป็นขาขึ้นชัดเจน แต่อาจจะไม่หวือหวาเท่าปีที่ผ่านมา โดยคาดการณ์การเติบโตปีนี้ไว้ที่ประมาณ 20-30%
ทั้งนี้หากราคาวิ่งตามคาดการณ์อาจได้เห็น ราคาทองคำ gold spot มีโอกาสแตะระดับ 5,200 – 5,600 ดอลลาร์ และราคาทองคำแท่งไทยเป้าหมายอยู่ที่ประมาณ 78,000 – 80,000 บาท และหาก ว่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้น เช่น ความขัดแย้งในกรีนแลนด์ หรืออิหร่าน หรือพื้นที่อื่นๆ ก็มีโอกาสที่ราคาทองคำในฐานะ Safe Haven อาจพุ่งทะลุไปไกล เพราะหากจะดูจากต้นปีที่ผ่านมา ที่มีประเด็น เวเนฯ – กรีนแลนด์ – อิหร่าน ก็บวกเพิ่มมาแล้วประมาณ 5-6 %
มาดูปัจจัยหนุนคุณภัทริน มองว่าหลักๆ ยังเป็นเรื่องของสงครามการเมืองและการค้า โดยนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ทั้งเรื่องภาษี (Tariff) และความขัดแย้งกับประเทศต่างๆ เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตลาดกังวล และผลักดันราคาทองคำให้สูงขึ้น
นอกจากนั้นยังมีนโยบายดอกเบี้ยของเฟด แม้จากการคาดการณ์เบื้องต้น ปีนี้เฟดจะลดดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้ง คือในการประชุมเดือนมิถุนายน และ กันยายน แต่เป้าหมายของฝั่งรัฐบาล ปธน. ทรัมป์ อาจต้องการลดดอกเบี้ยถึง 4 ครั้ง ซึ่งจะเป็นแรงส่งชั้นดีให้กับราคาทองคำ
ขณะที่แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกและกองทุน ETF ทองคำขนาดใหญ่ ยังคงซื้อต่อเนื่อง อย่าง SPDR ยังคงเดินหน้าสะสมทองคำตั้งแต่ต้นปี
กลยุทธ์การลงทุน คุณภัทรินเน้นย้ำว่า “อย่าสวนเทรนด์” เพราะเทรนด์หลักยังเป็นขาขึ้น
ให้เน้นการย่อซื้อยังเป็นหัวหัวใจหลัก ทั้งนี้จุดรับที่น่าสนใจ ของราคาทองคำ gold spot หากมีการปรับฐาน (Correction) รอบใหญ่อาจลงได้ถึง 350 ดอลลาร์ จากระดับปัจจุบัน โดยอาจจะลงมาแถว 4,250 ดอลลาร์ ถือเป็นจังหวะสะสมที่ดีมาก
ส่วนจุดสะสมราคาทองไทย หากย่อลงมาประมาณ 3,000 บาท อาจจะเห็นตัวเลข 65,000 บาท แนะนำให้พิจารณาเข้าซื้อ แต่ทั้งนี้จะต้องมีการวางแผนการเข้าซื้อให้เหมาะสมกับทุนของแต่ละคนโดยอาจจะเริ่มทยอยสะสม เพราะราคาอาจจะไม่ลงลึกขนาดนั้นก็เป็นได้
“สำหรับนักลงทุนระยะยาว (5-10 ปี) การเก็บทองคำยังคงให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินสดเสมอ เพราะตราบใดที่ชื่อของ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ยังเป็นประธานาธิบดีอยู่ ยังมองว่าความร้อนแรงและเหตุการณ์ที่จะสร้างความประหลาดใจจะเกิดขึ้นได้เสมอ และนั่นคือเชื้อเพลิงชั้นดีของราคาทองคำ” คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด
ทั้งนี้เมื่อมองภาพรวมปีนี้ทองคำยังไปต่อได้ แต่อาจมีจังหวะย่อให้หายใจบ้าง ขอให้ใช้จังหวะที่ราคาพักตัวสะสมเพิ่ม และบริหารจัดการเงินลงทุน (Money Management) ให้ดี โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ Leverage สูง
รับชมคลิป







Comments are closed.