Gold Outlook 2026 EP10 : คุณธีรรัฐ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด
ทองคำปีม้าพุ่งทะยานอย่างแข็งแกร่ง แรงหนุนหลักจากธนาคารกลางที่ซื้อเพิ่มต่อเนื่อง ไร้แนวต้านเหตุข่าวร้ายปกคลุม-ระวังพักฐานแรง
คุณธีรรัฐ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด มองทิศทางการลงทุนทองคำในปี 2026 ว่า ราคาทองคำยังคงความร้อนแรงอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญ 3 ประการ
1. วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดในระดับโลก โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงนโยบายต่างประเทศที่คาดเดาได้ยากของ โดนัลด์ ทรัมป์ เช่น ประเด็นกรีนแลนด์ และ NATO ส่งผลให้ทองคำทำหน้าที่เป็น Safe Haven หรือสินทรัพย์ปลอดภัย ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในช่วงที่ความกังวลเรื่องสงครามพุ่งสูงขึ้น ราคาทองคำอาจดีดตัวขึ้นตามแรงขับเคลื่อนของข่าว (Buy on Rumor) อย่างรุนแรง
2. นโยบายการเงินของ Fed ดอกเบี้ยขาลงคือทางสะดวกของราคาทองคำ โดยตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงหลายครั้งในปีนี้ ยิ่งหากมีการเปลี่ยนประธาน FED คนใหม่ที่มีท่าทีผ่อนคลายนโยบายการเงิน (Dovish) จะยิ่งเป็นแรงส่งชั้นดีที่ทำให้ราคาทองคำทะยานสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำลดลง
3. ธนาคารกลางทั่วโลก เป็น “ขาช้อปทองคำ” รายใหญ่ที่หนุนราคาพุ่งทะบานต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดของราคาทองคำที่ยังเคลื่อนไหวในระดับสูง คือการที่ธนาคารกลางหลายประเทศ (เช่น จีน และรัสเซีย) ยังคงเดินหน้าสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง แม้ตัวเลขการซื้อทองคำเพื่อเป็นทุนสำรองที่รายงานต่อ IMF อาจไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่การเข้าซื้อทองคำแท่งปริมาณมหาศาลเพื่อลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ เป็นการสร้างฐานที่แข็งแกร่ง และสร้างความมั่นใจให้กับราคาทองคำในระยะยาว
แม้ทิศทางราคาทองคำจะเป็นขาขึ้น และทองคำจะปรับขึ้นจาก Buy on Rumor แต่คุณธีรรัฐฯ เตือนให้ระวังปรากฏการณ์ “Sell on Fact” เมื่อข่าวร้ายหรือความกังวลเรื่องสงครามเริ่มคลี่คลาย หรือมีการเจรจาเกิดขึ้น ราคาอาจปรับฐานลงอย่างรุนแรง ประมาณ 100-500 ดอลลาร์ ได้ในระยะสั้น
คำแนะนำการลงทุนสำหรับนักลงทุนไทย คุณธีรรัฐฯ มองว่า ให้หาจุดรับ หากราคามีการปรับฐาน (Correction) ลงมาแถวระดับ 4,600 – 4,900 ดอลลาร์ จะเป็นโอกาสในการเข้าสะสมรอบใหม่
ทั้งนี้ มองว่าราคาทองไทยได้เปรียบ เพราะค่าเงินบาทที่ไม่ได้แข็งค่ามากนักเมื่อเทียบกับภูมิภาค ช่วยหนุนให้ราคาทองคำในประเทศยังคงน่าสนใจ
แต่เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำยังคงร้อนแรง และการย่อตัวน้อย ให้แบ่งพอร์ตการลงทุนออกเป็น 2 พอร์ต คือควรมีทั้งพอร์ตสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้นตามข่าว และพอร์ตสำหรับการถือครองระยะยาว (Let Profits Run) เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสจากรอบการขึ้นใหญ่ในปีนี้
รับชมคลิป






Comments are closed.