Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

Gold Outlook 2025 (Second Half) EP1 : คุณธีรรัฐ จุฑาวรากุล อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด

- Advertisement -

400

- Advertisement -

ทองคำครึ่งปีหลังอาจไม่ร้อนแรงมาก เหตุตลาดรับข่าวปัจจัยหนุนไปเกือบหมดแล้ว หากพักตัวแรงแนะซื้อสะสมรันเทรนด์ระยะยาว

คุณธีรรัฐ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด กล่าวกับ GoldAround ว่า

หลังจากที่ราคาทองคำปิดครึ่งแรกของปี 2568 อย่างงดงาม โดยราคาทองคำ gold spot ปรับเพิ่มขึ้น 678 ดอลลาร์ หรือ 25% ขณะทที่ราคาทองคำไทยบวกเพิ่มขึ้น บาทละ 7,950 บาท แต่มองว่าครึ่งปีหลังแม้จะมีหลายปัจจัยที่เคยหนุนทองคำ

แต่หลังจากนี้การปรับขึ้นอาจจะไม่ร้อนแรงเหมือนเดิมและหลาย ๆ ปัจจัยอาจจะกลับมาเป็นแรงกดดันให้ราคาทองคำลงพักฐานได้

เริ่มจากเรื่องการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังจากในช่วงต้นปีมีการคาดการณ์ว่าในปีนี้ เฟดจะลดดอกเบี้ยมากถึง 3 ครั้ง แต่หลังจากการประกาศตัวเลขอัตราการว่างงาน เดือน มิ.ย.ออกมาดีเกินคาด

- Advertisement -

ทำให้นัวิเคราะห์ได้ปรับลดคาดการณ์เหลือเพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น และยังมองว่าเฟดอาจจะยังไม่รีบปรับลดดอกเบี้ย เพราะต้องการรอดูผลกระทบจากสงครามการค้าว่าจะส่งผลต่อการบริโภคในประเทศ หรือจะดันเงินเฟ้อให้กลับมาหรือไม่ เพราะกังวลว่าจะคุมเงินเฟ้อไม่ได้

ปัจจัยต่อมาคือเรื่องสงครามการค้า ซึ่งแลดูว่าตลาดจะไม่ตื่นเต้นเหมือนกับในช่วงที่ ปธน.ทรัมป์ในประกาศในครั้งแรก ที่ดูเหมือนจะเป็นการข่มขู่ประเทศคู่ค้าโดยรวม แต่ท้ายที่สุดมองว่านโยบายที่ออกมา ส่วนหนึ่งก็เพื่อการสร้างรายได้ให้กับประเทศเพิ่มเติม อีกส่วนหนึ่งเพื่อต้องการจะควบคุมประเทศจีน ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ก่อนที่จะประกาศเลื่อนการบังคับใช้ออกไป 90 วัน และเมื่อครบกำหนดต้องมาดูว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจอเมริกาอย่างไรบ้าง

เรื่องต่อมาคือผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งที่ผ่านมาหลาย ๆ เหตุการณ์ได้เกิดขึ้นรวดเร็วและจบลงเร็ว ทำให้ราคาทองคำผันผวน โดยล่าสุดความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล สหรัฐ และอิหร่าน จบลงด้วยการที่สหรัฐได้ถล่มโครงการผลิตนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทำให้การพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านต้องชะลอออกไป และทำให้มองว่าต้องใช้เวลาอีกระยะจึงจะฟื้นโครงการกลับมาได้

ประเด็นสุดท้ายคือการประกาศบังคับใช้กฎหมาย One Big Beautiful Bill ซึ่งมองว่าจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของสหรัฐโดยรวม ไม่ว่าจะทำให้บริษัทมีกำไรมากขึ้น ชาวอเมริกันคนมีกำลังซื้อมากขึ้น ซึ่งจะผลดีต่อเงินดอลลาร์ และกดดันราคาทองคำโดยตรง

- Advertisement -

เมื่อมาดูมุมมองทางเทคนิค ณ วันที่ 7 ก.ค. จะเห็นได้ว่าปัจจัยหนุนต่างๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง รู้สึกว่าไม่ได้ดูร้อนแรงเท่าครึ่งปีแรก ยังเว้นจะมีปัจจัยใหม่ๆ หรือปัจจัยนอกเหนือคาดการณ์เข้ามา ดังนั้นจึงมองว่าราคาทองคำมีโอกาสจะเริ่มซึมตัวลง

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นมาตั้งแต่เดือน พ.ย. 22 ที่ระดับ 1,633 ดอลลาร์ จนมาทำจุดสูงสุดที่ 3,500 ดอลลาร์ ถึงว่าปรับขึ้นมาสูงมาก โดยราคาได้ทำจุดสูงสุดใหม่ และต่ำสุดใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้นหากว่าราคาจะปรับฐานลงแรงไประดับ 2,500 ดอลลาร์ แนวโน้มขาขึ้นก็ยังไม่เสียไป

หากจะวัดแนวโน้มราคาโดยใช้เครื่องมือ Fibonacci จะเห็นได้ว่าหากราคาจะปรับลดลง จะมีจุดพักฐานแถว 3,100-3,090 ดอลลาร์ โดยเมื่อช่วงกลางเดือนพ.ค.ราคาเคยลงไปแถว 3,120 ดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาได้ แต่หากรอบถัดไปราคายังลงไปอีก แนวรับถัดไปจะอยู่แถว 2,800 -2,900 ดอลลาร์ แต่ยังมองว่าจะลงไม่ลึกมาก

ขณะที่ฝั่งแนวต้านมองว่า ราคาคงจะไปไม่ถึง 3,500 ดอลลาร์ ที่เป็น ATH เดิม ซึ่งรอบที่ผ่านมาราคาได้ขึ้นไปแตะแล้วทิ้งตัวลงมา แต่มองว่าราคาอาจจะไปได้แค่ 3,450 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวต้านเดิมที่ราคาเคยขึ้นไปทดสอบ 2-3 รอบ และมองว่าเป็นแนวต้านที่แข็งแรงมาก และหากขึ้นไปอีกครั้งก็ยังไม่น่าจะผ่านไปได้

ส่วนราคาทองคำไทย มองว่าโอกาสขึ้นไปทดสอบ ATH เดิมที่ 54,800 บาท ยิ่งยากมากขึ้น เพราะเงินบาทค่อนข้างแข็งค่า ทั้งที่เศรษฐกิจของประเทศยังไม่สู้ดีนัก แต่มีเม็ดเงินไหลเข้ามาซื้อสินทรัพย์ไทย เพราะมองธนาคารแห่งประเทศไทยมีความแข็งแกร่ง และเสถียรภาพของเงินบาทค่อนข้างดี มีทุนสำรองในระดับสูง ซึ่งค่าเงินบาทจะเป็นกลไกสำคัญที่กดดันราคาทองคำไทยไว้

“การคาดการณ์ข้างต้นเป็นการวิเคราะห์จากปัจจัยที่เกิดขึ้นในขณะนี้ หากจะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาแทรก ทั้งเรื่องของสงคราม เกิดภัยพิบัติ หรืออาจจะเกิดปัญหากับธุรกิจธนาคาร ก็อาจจะทำให้ราคาทองคำปรับเปลี่ยนไปได้

อย่างไรก็ดียังมองว่าทองคำ ยังคงเป็นทรัพย์ที่เติบโตได้ต่อเนื่องในระยะยาว เพราะจะเป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ และปัญหาต่างๆ

ดังนั้นหากราคาทองคำจะกลับตัวระยะสั้น ส่วนตัวแล้วยังคงถือครองต่อไป ยังไม่ขายทำกำไร เพราะมีความเชื่อมั่นในทองคำค่อนข้างสูง โดยมองว่าสุดท้ายแล้วราคาทองคำจะปรับขึ้นต่อไปเรื่อยๆ และมองว่าราคาทองคำจะไม่กลับไปจุดเดิม โดยจะไม่เห็นราคาลงกลับไปที่ระดับ 20,000 บาท หรือ 30,000 บาท

แต่หากว่าราคาลงจะไปพักตัวแถว 40,000 บาท ก็ยังมีโอกาสที่เป็นไปได้ แต่สุดท้ายแล้ว ยังมองว่าราคาจะฟื้นกลับขึ้นมา และมีโอกาสที่จะไปแตะระดับ 50,000 หรือ 60,000 บาทได้ในอนาคต แต่ต้องใช้ปัจจัยหลายๆ อย่างมาร่วมกันหนุนให้ราคาปรับเพิ่มขึ้น” คุณธีรรัฐ จุฑาวรากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด กล่าว

รับชมคลิป

- Advertisement -

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More