ทิศทางทองคำ 16-20 ก.พ.2569 คุณภัทริน วชิรคพรรณ เล่งหงษ์ คอมโมดิตี้ส์
จับตาแนว $5,100 หากไม่ทะลุยัง sideway เทคนิคพร้อมไปต่อ-หากย่อตัวแนะเข้าสะสม ระวังราคาสวิงแรงเหตุตลาดจีนหยุดยาว
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดทองคำแสดงอาการ “ไซด์เวย์” อย่างชัดเจน แม้จะมีความพยายามขยับขึ้นแต่ยังไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านสำคัญไปได้ แต่ยังดีที่ปิดสัปดาห์เหนือ 5,000 ดอลลาร์ได้
คุณภัทริน วชิรคพรรณ Chief Operation Officer บริษัท เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ จำกัด ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ที่ราคาทองคำร่วงลงกว่า 100 ดอลลาร์ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการเทขายในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและคริปโตเคอร์เรนซี โดยนักลงทุนหันไปถือครองพันธบัตรแทน
อย่างไรก็ตามราคาเมื่อคืนวันศุกร์ราคาได้ดีดตัวกลับมายืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง หลังจากตัวเลข CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนม.ค. โดยรวมหมวดอาหารและพลังงานปรับตัวขึ้น 2.4% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับต่ำ สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2568 และต่ำ กว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.5% จากระดับ 2.7% ในเดือนธ.ค. ซึ่งกลายเป็นแรงหนุนสำคัญให้ทองคำฟื้นตัว
ส่วนกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์หน้า ( 16- 20 ก.พ.) คุณภัทรินยังแนะนำกลยุทธ์ “Wait & See” และเน้นการ “ย่อซื้อ (Buy on Dip)” เป็นหลัก โดยต้องมารอดูว่าราคาจะสามารถทะลุกรอบแนวต้านด้านบนแถว 5,100 ดอลลาร์ ที่ราคาขึ้นมาทดสอบในช่วงที่ผ่านมามาหลายรอบแต่ยังไม่ผ่าน หากทะลุไปได้เป้าหมายถัดไปจะอยู่ที่ 5,150 – 5,250 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับอยู่แถว 4,980 ดอลลาร์ โดยมีจุดตัดขาดทุนสำคัญที่ไม่ควรหลุดคือ 4,850 ดอลลาร์
ส่วนราคาทองไทย ยังถูกกดันจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทำให้ราคาทองในประเทศไม่ให้พุ่งแรงเท่าราคาทองคำสปอร์ต ทั้งนี้ให้แนวรับที่ 72,500-72,300 และ 71,500-71,000 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 74,300-74,500 และ75,300-75,500 บาท
“ในเมื่อเทรนด์ใหญ่ยังเป็นขาขึ้นที่ชัดเจน การเล่นฝั่งขาย (Sell) จึงมีความเสี่ยงสูงกว่า เพราะราคาอาจสะบัดกลับได้ทุกเมื่อ ดังนั้นการรอย่อซื้อน่าจะดูได้เปรียบมากกว่า ” คุณภัทริน วชิรคพรรณ กล่าว
ส่วนปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์จะมี FOMC Minutes และInitial Jobless Claims ในคืนวันที่ 19 ก.พ. และ GDP Growth Rate ในคืนวันที่ 20 ก.พ. อย่างไรก็ดีต้องระวังความผันผวน จากปริมาณการซื้อขายที่อาจลดลงเพราะสัปดาห์หน้าจะเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน ตลาดจีนจะหยุดทำการตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งอาจทำให้ปริมาณการซื้อขายในตลาดเอเชียลดลง แต่ตลาดฝั่งอเมริกา และยุโรปยังคงเดิม
ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่พร้อมจะเขย่าตลาดได้เสมอ คงหนีไม่พ้น ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ รวมถึงการส่งเรือรบเข้าไปในพื้นที่ขัดแย้ง ยังคงเป็นปัจจัยบวก (Safe Haven) ต่อราคาทองคำ นอกจากนั้นยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวของ “โดนัลด์ ทรัมป์” และนโยบายต่างๆ ยังเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกจับตา
ส่วนตลาดทองคำไทย ต้องรอดูค่าเงินบาท ปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 30 บาทปลายๆ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับนักลงทุนทองคำในไทย
รับชมคลิป







Comments are closed.