Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

GOLD TALK: มิจฉาชีพผสมโลหะในทองคำมาหลอกขาย แม้รูปลักษณ์ใกล้เคียงแต่เทคโนโลยีพิสูจน์ได้!

- Advertisement -

12

- Advertisement -

กูรูแนะเข้มงวดตรวจสอบทองคำแท่ง หลังมิจฉาชีพใช้โลหะผสมทองคำหลอกขาย ชี้แม้รูปลักษณ์ใกล้เคียงแต่เทคโนโลยี่พิสูจน์ได้

ในโลกของการลงทุน “ทองคำ” คือสินทรัพย์ปลอดภัยที่ทุกคนไว้วางใจ แต่ในระยะหลังได้มีกระแสข่าวที่กลุ่มมิจฉาชีพ ได้นำโลหะอื่นที่คล้ายทองคำมาหลอกขาย ซึ่งได้สร้างความเสียหายกับผู้ประกอบการและสร้างความกลัวและสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภคชาวไทย

วันนี้ GoldAround มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณดอกคูณ บุญเดช ผู้จัดการทั่วไป บจ.เฮลมุท ฟิสเชอร์ (ไทยแลนด์)

และท่านยังดำรงค์ตำแหน่งเป็น กรรมการสมาคมเครือข่ายอุตสาหกรรมชุบโลหะไทย, กรรมการสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย, กรรมการสมาคมการกัดกร่อนโลหะและวัสดุไทย และผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบทองคำผู้ให้คำปรึกษาการตรวจสอบทองคำแก่สมาคมค้าทองคำ

คุณดอกคูณฯ กล่าวว่า เรื่องราวดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เนื่องจากราคาทองคำได้พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงเป็นสิ่งล่อตาล่อใจให้กลุ่มมิจฉาชีพอาจเข้ามาลงมือมากขึ้น

- Advertisement -

ซึ่งวิธีการยังไม่ต่างจากเดิมมาก โดยการนำธาตุรีเนียมและทังสเตนมาผสมในทองคำ ในสัดส่วนประมาณ ทองคำ 70% โลหะอื่นๆ 30%

ทำให้เมื่อมองจากรูปลักษณ์ภายนอก อาจดูไม่ออกว่าทองคำแท่งดังกล่าวมีโลหะอื่นผสม ต้องตรวจสอบโดยละเอียด ไม่ว่าจะเป็นวิธีการหลอม, การตัด, การเอ็กซ์เรย์ ฯลฯ จึงจะเห็นว่าทองคำแท่งดังกล่าวมีส่วนประกอบของโลหะอื่น ๆ

คุณดอกคูณฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่กลุ่มมิจฉาชีพนำรีเนียมและทังสเตนมาผสม ทำให้ได้น้ำหนักที่ใกล้เคียงกับทองคำแท้ เพราะทั้งรีเนียมและทังสเตนมีความหนาแน่นสูงมาก (รีเนียมมีค่าความหนาแน่นประมาณ 21 g/cm³ ซึ่งสูงกว่าทองคำที่มีค่า 19.32 g/cm³) เมื่อนำมาผสมในสัดส่วนที่เหมาะสม จะทำให้น้ำหนักโดยรวมของชิ้นงานเท่ากับทองคำพอดี และสีพื้นผิวจะยังคงดูเหมือนทองคำแท้ ๆ จนน่าตกใจ

แต่ความแตกต่างอยู่ที่โลหะทั้ง 2 ชนิดนี้ คือมีจุดหลอมเหลวสูงกว่าทองคำมาก (ทองคำละลายที่ 1,064°C แต่ รีเนียมจุดหลอมเหลวสูงถึง 3,184°C) ทำให้เมื่อมิจฉาชีพนำธาตุโลหะดังกล่าวมาผสม โลหะเหล่านี้จะไม่ละลายไปกับเนื้อทอง แต่จะแทรกตัวอยู่ภายใน

เมื่อนำไปทดสอบเบื้องต้นด้วยการฟังเสียงจากการตกกระทบ หรือการดูรอยจากการตัด จะมีความต่างจากทองคำแท้ เพราะการที่มีโลหะอื่นมาผสมจะทำให้มีความแข็งแต่เปราะ ร่องรอยจากการตัดจะต่างออกไป หรือหากจะนำไปตรวจสอบอย่างละเอียด จะเห็นได้ว่าโลหะเหล่านี้มักจะตกตะกอนอยู่ด้านล่างของชิ้นงานทองคำ

- Advertisement -

อย่างไรก็ดี การตรวจสอบเบื้องต้นผู้ประกอบการและผู้บริโภคอาจจะดูได้ว่า ทองคำแท่งที่ถูกนำมาขายมีตราประทับของร้านค้าที่เป็นสมาชิกของสมาคมค้าทองคำหรือไม่ เพราะหากเป็นของปลอมจะมีเรื่องของการปลอมแปลงตราสัญลักษณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง หากไม่มีตราประทับของร้านค้าให้ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ที่อาจจะเป็นชิ้นงานทองที่มีโลหะอื่นปลอมปนได้

นอกจากนั้น กลุ่มมิจฉาชีพมักใช้จิตวิทยาเสนอขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดเล็กน้อย เพื่อดึงดูดใจผู้ซื้อให้รีบตัดสินใจโดยไม่ตรวจสอบให้ถี่ถ้วน

อย่างไรก็ดี ขอยืนยันว่าทองรูปพรรณที่ซื้อขายกันตามร้านค้าทองคำ ปลอดภัย! เพราะการใช้รีเนียมและทังสเตนมาผสม โลหะจะมีความแข็ง จึงไม่สามารถขึ้นรูปชิ้นที่เป็นทองรูปพรรณได้ แต่ถ้าเป็นทองคำแท่งหากมีข้อสงสัยต้องหลอมหรือตัดดูรอยด้านในเท่านั้นคุณดอกคูณฯ กล่าว

สำหรับนักลงทุนและร้านทอง หากเจอกรณีที่น่าสงสัย คุณดอกคูณฯ แนะนำว่า อย่าเพิ่งทำอะไรกับชิ้นงานนั้น ๆ ให้ส่งมาตรวจสอบที่ห้องปฏิบัติการของ Helmut Fischer เพื่อตรวจพิสูจน์หาต้นตอและเทคนิคการผลิตได้ทันที

คุณดอกคูณฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่กลุ่มมิจฉาชีพ พยายามหาแนวทางการทำทองปลอม หรือการนำโลหะอื่น ๆ มาผสมทองคำแล้วนำมาหลอกขาย เนื่องจากราคาทองคำยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะนอกจากทองคำจะมีความสำคัญในภาคการลงทุน และเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศแล้ว ทองคำยังมีความต้องการอยากมากที่จะนำมาใช้ในอุตสาหกรรม Semiconductor และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง (ประมาณ 20% ของตลาด)

แต่กำลังการผลิตของทำจากเหมืองต่าง ๆ ยังอยู่ในปริมาณจำกัด และการที่จะนำโลหะอื่น ๆ มาผสมจนทำให้มีคุณสมบัติเหมือนทองคำ ยังไม่สามารถทำได้ จึงทำให้ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

คุณดอกคูณฯ มองว่า แม้ว่ากลุ่มมิจฉาชีพจะพยายามหาวิธีในการปลอมแปลงทองคำอย่างต่อเนื่อง แต่กลุ่มผู้ค้าทองคำ และกลุ่มผู้ตรวจสอบทั้งภาครัฐและเอกชน ก็ได้พยายามพัฒนาวิธีการ และเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อให้ทันกับกลุ่มมิจฉาชีพ รวมถึงต้องพยายามติดตามข่าวสารจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อดูว่ากลุ่มมิจฉาชีพได้มีแนวทางอื่น ๆ หรือไม่

รับชมคลิป

- Advertisement -

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More