ราคาทอง 5 พ.ค.69
เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มสะดุด และแรงซื้อธนาคารกลางยังหนุนเป้าหมาย $5,400
ราคาทองคำจะกลับมาผงาดได้หรือไม่? หลังดัชนีภาคบริการสหรัฐฯ ดิ่งเหว ปลุกความหวัง Fed หั่นดอกเบี้ย ท่ามกลางศึกแย่งชิงเม็ดเงินจากตลาดหุ้นที่กลับมาคึกคัก
ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบพักตัว $4,500 – $4,600 (70,000 – 71,000 บาท) โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการอ่อนค่าของดอลลาร์หลังตัวเลข ISM Services PMI ออกมาย่ำแย่เกินคาด อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมขาขึ้นเริ่มแผ่วลงในระยะสั้นเนื่องจากนักลงทุนบางส่วนโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงหลังคลายกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอย
เจาะลึก 5 ปัจจัยกำหนดทิศทางทองคำ: จากตัวเลขเศรษฐกิจสู่เป้าหมายระยะยาว
1. เซอร์ไพรส์ตลาด! ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดิ่งเหว ปลุกความหวัง Fed ลดดอกเบี้ย
ดัชนีภาคบริการ (ISM Services PMI) และข้อมูลตลาดแรงงานล่าสุดชะลอตัวลงอย่างหนักจนต่ำกว่าคาด สัญญาณเศรษฐกิจที่เริ่มสะดุดนี้ทำให้นักลงทุนเทขายดอลลาร์และส่งผลให้ Bond Yield ร่วงลง ตลาดเริ่มกลับมาเดิมพันว่า Fed อาจถูกบีบให้ต้องลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงที่ช่วยจุดไฟให้ราคาทองคำในรอบนี้
2. ดีลนิวเคลียร์ชะงัก! ความตึงเครียดตะวันออกกลางช่วยพยุงราคา
การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่หยุดชะงักกลับมาจุดชนวนความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง แม้ทองคำจะเผชิญแรงกดดันจากการพักฐานตามเทคนิค แต่ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางทำหน้าที่เป็น “เบาะรองรับ” ชั้นดี ทำให้ยังมีแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) คอยพยุงราคาไม่ให้ร่วงลึกลงไปมากกว่านี้
3. แบงก์ชาติแห่ตุนทอง! ขาใหญ่ดันเป้าระยะยาวพุ่งแตะ $5,400
ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (WGC) ยืนยันว่าธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้ากวาดซื้อทองคำเข้าทุนสำรองอย่างหนักหน่วงในไตรมาสแรกของปี 2026 แรงซื้อระดับมหภาคที่แข็งแกร่งนี้ทำให้สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Goldman Sachs และ JPMorgan ยังคงเป้าหมายระยะยาวในช่วงปลายปีไว้ที่ $5,000 – $5,400
4. ทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง: คู่แข่งตัวฉกาจของทองคำ
แม้ภาคบริการจะแย่ แต่ตัวเลข GDP สหรัฐฯ ไตรมาสแรกที่ออกมาแข็งแกร่งช่วยลดความกังวลเรื่อง Recession ลงได้มาก ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนเริ่มเปลี่ยนโหมดเป็น Risk-on โยกเงินกลับเข้าไปเก็งกำไรในตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ภาวะนี้จึงเข้ามาแย่งสภาพคล่องและสกัดกั้นรอบขาขึ้นของทองคำในช่วงสั้น
5. สัญญาณเทคนิค: โมเมนตัมแผ่ว ระวังแรงขายทำกำไร
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำ (XAUUSD) กำลังเข้าสู่รอบพักตัวหลังจากการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในเดือนก่อน โดยมีแนวต้านสำคัญที่ $4,600 หากราคายังไม่สามารถทะลุและยืนเหนือระดับนี้ได้ มีความเสี่ยงที่จะย่อตัวลงไปทดสอบแนวรับจิตวิทยาที่ $4,500 ขณะที่สัญญาณ RSI เริ่มเตือนถึงแรงซื้อที่เริ่มอ่อนแรงลง
บทสรุปและกลยุทธ์การลงทุน
ภาพรวมตลาดทองคำในขณะนี้เปรียบเสมือนการ “พักหายใจ” ของกระทิงทอง แม้ปัจจัยมหภาคอย่างการอ่อนค่าของดอลลาร์และการเข้าซื้อของธนาคารกลางจะยังเป็นบวก แต่ในระยะสั้นทองคำต้องสู้กับกระแสเงินที่ไหลเข้าตลาดหุ้น ซึ่งนักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้จะสะดุดในภาคบริการแต่ยังแข็งแกร่งในภาพรวม GDP
การที่ตัวเลข ISM ออกมาแย่ถือเป็น “ดาบสองคม” ด้านหนึ่งช่วยหนุนทองจากความหวังเรื่องดอกเบี้ยขาลง แต่อีกด้านก็อาจถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัวจนนักลงทุนบางกลุ่มเลือกถือเงินสดเพื่อรอดูความชัดเจน ดังนั้นความผันผวนในกรอบ $4,500 – $4,600 จึงเป็นสิ่งที่เราจะเห็นได้ในสัปดาห์นี้
กลยุทธ์แนะนำ:
- สถานะตลาด: Sideway Down / Consolidation (พักฐานในกรอบ)
- แนวรับสำคัญ: $4,500 (70,000 บาท) เป็นจุดรับจิตวิทยาที่แข็งแกร่ง เหมาะสำหรับการทยอยสะสมสำหรับผู้ที่เน้นลงทุนระยะยาวตามเป้าหมายสถาบันใหญ่ที่ $5,000
- แนวต้านสำคัญ: $4,600 (71,000 บาท) เป็นด่านชี้ชะตา หากผ่านไปได้จะกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นเต็มตัว แต่หากไม่ผ่าน แนะนำให้ขายทำกำไรลดความเสี่ยงเมื่อราคาเข้าใกล้โซนนี้
- คำแนะนำ: สำหรับนักเก็งกำไรระยะสั้น ควรเทรดในกรอบอย่างระมัดระวัง ไม่แนะนำให้ไล่ราคาที่บริเวณแนวต้าน และควรรอจังหวะสะสมที่แนวรับเพื่อความได้เปรียบทางต้นทุน
ขอขอบคุณ InterGOLD







Comments are closed.