ราคาทอง 8 ก.ค.69
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 4,200 เหรียญ ได้ ก่อนอ่อนตัวลงหลุดระดับ 4,100 เหรียญ และเคลื่อนไหวบริเวณ 4,070 เหรียญ โดยแรงกดดันหลักมาจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์สหรัฐฯ–อิหร่าน หลังมีสัญญาณว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาได้ ทำให้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเป็นปัจจัยกดดันตลาดอีกครั้ง ภาพความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังถูกมองว่าอาจยืดเยื้อ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับทั้งมิติด้านความมั่นคง พลังงาน และยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ส่งผลให้ตลาดยังคงกังวลต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะถัดไป
อีกปัจจัยกดดันสำคัญ คือรายงานการประชุมเฟดที่ยังสะท้อนความกังวลด้านเงินเฟ้อ และยังไม่ปิดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น ขณะเดียวกัน ดัชนีดอลลาร์ ยังทรงตัวในระดับสูง โดยประเมินว่า หากยังเคลื่อนไหวเหนือบริเวณ 100.6 จุด จะยังเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำ
ด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงการถือครอง โดยปัจจุบันถือครองอยู่ที่ 1,002.51 ตัน ขณะที่ภาพรวมเดือนกรกฎาคมขายสุทธิ 2.57 ตัน สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังคงมีท่าทีระมัดระวังต่อการลงทุนในทองคำ
วิเคราะห์ว่า ภาพรวมทองคำยังเหมาะกับการลงทุนระยะยาวในลักษณะทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว มากกว่าการไล่ซื้อในจังหวะที่ราคาดีดขึ้นแรง ส่วนการลงทุนระยะสั้นควรเน้นซื้อขายตามกรอบ เนื่องจากราคายังผันผวนกว้างและเคลื่อนไหวตามข่าวค่อนข้างมาก จึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง หรือผู้ที่เทรดในตลาดฟิวเจอร์สเป็นหลัก
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังเป็นไปตามภาพที่ประเมินไว้ก่อนหน้า โดยแนวต้านบริเวณ 4,200 เหรียญ ยังคงเป็นจุดสำคัญที่ราคายังไม่สามารถผ่านได้ ส่งผลให้เกิดแรงขายกลับลงมา ขณะที่แนวรับสำคัญระยะสั้นอยู่บริเวณ 4,000 เหรียญ
วิเคราะห์ว่า หากราคายังสามารถประคองตัวเหนือ 4,000 เหรียญ ได้ ภาพรวมยังมีโอกาสแกว่งตัวสะสมฐานและฟื้นตัวกลับขึ้นได้อีกครั้ง แต่หากราคาหลุดต่ำกว่า 4,000 เหรียญ มองว่ายังเป็นจังหวะทยอยสะสมมากกว่าการเร่งขาย โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนระยะยาวหรือผู้ที่ใช้กลยุทธ์ออมทอง
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,000 เหรียญ และ 3,950 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,120 เหรียญ และ 4,170 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,000 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEQ26) แนวรับอยู่ที่ 4,010 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,130 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,050 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,170 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10Q26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,400 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,400 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคาในแนวโน้มการปรับฐานขาลงในภาพใหญ่
– นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss
– นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss
ขอขอบคุณ MTS Gold






Comments are closed.