ทิศทางทองคำวันนี้ 9 มิ.ย.2569 คุยกับคุณอารีรัตน์ มุราชัย GCAP GOLD
พูดคุยกับ คุณอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP Gold)
ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com
ทองคำ ยังน่าห่วงแม้จะมีแรงรีบาวด์สั้น หากยืน $4,372 อาจร่วงหลุด $4,300 จับตา CPI หากแตะ 4.2% อาจกดดันเพิ่ม
คุณอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP Gold) กล่าวว่า
ภาพ รวมราคาทองคำในระยะสั้นว่า หลังจากที่ราคาทองคำ goldspot ทิ้งตัวลงมาอย่างรุนแรงเกือบ 100–200 ดอลลาร์ ทำให้โครงสร้างราคาเริ่มเสียทรง แม้ในระยะสั้นจะเห็นความพยายามในการสร้างฐานและรีบาวด์กลับขึ้นมาเพื่อรักษาระดับเหนือโซน 4,003 ดอลลาร์
แต่ตราบใดที่ราคายังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือแนวต้านสำคัญที่ 4,450 ดอลลาร์ ได้อย่างมั่นคง นักลงทุนยังคงต้องเพิ่มความระมัดระวัง เพราะมีโอกาสสูงที่ราคาจะย่อตัวลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิม (New Low) แถว 4,100 ดอลลาร์ได้อีกระลอก
คาดการณ์การเคลื่อนไหวระยะสั้น หากยืนเหนือ 4,350 ดอลลาร์ ได้ มีลุ้นสเต็ปแรกในการไต่ขึ้นไปทดสอบแนวต้านแถว 4,365 –4,372 ดอลลาร์ และหากแรงส่งดีต่อเนื่อง มีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านถัดไปในโซน 4,400 / 4,410 และ4,420 ดอลลาร์
“การดีดตัวในช่วง 1–2 วันนี้ มองว่าเป็นเพียง “การรีบาวด์ระยะสั้น” เท่านั้น หากราคาขยับขึ้นไปชนแนวต้านโซนดังกล่าวแล้วเริ่มแสดงอาการแผ่วหรือหมดแรง นักลงทุนที่มีสถานะซื้อไว้ควรแบ่งขายทำกำไรออกไปก่อน เพื่อลดความเสี่ยงจากแรงเทขายรอบใหม่”คุณอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ จากบริษัท จีแคป จำกัด (GCAP Gold) กล่าว
หากเปรียบเทียบผลกระทบของข่าวสารที่เข้ามากระทบตลาดทองคำในช่วงที่ผ่านมา สามารถแบ่งออกเป็น 2 ด้านหลักๆ
1.ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ สถานการ์เริ่มทรงตัว โดยเหตุการปะทะกันระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเคยเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ดันราคาจากแถว 4,200 และ 4,165 ดอลลาร์ให้ฟื้นตัวขึ้นมา อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีกระแสข่าวเรื่องการเจรจายุติการยิง ตลาดก็เริ่มรับรู้และเข้าสู่ช่วงสะท้อนราคาแบบ Sideway การเคลื่อนไหวจากประเด็นนี้จึงเริ่มจำกัด ไม่ได้รุนแรงเท่าช่วงแรก
2.ปัจจัยทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน (Fundamentals) ซึ่งเป็นตัวแปรหลักที่แท้จริง โดยความกังวลเรื่อง “อัตราเงินเฟ้อ” และ “นโยบายดอกเบี้ยของเฟด (Fed)” คือปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำให้ดิ่งลงอย่างหนัก ซึ่งหากสังเกตปฏิกิริยาของตลาด จะพบว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Non-Farm Payrolls) มีผลกระทบต่อราคาแรงกว่าข่าวสงครามอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนว่าตลาดกำลังโฟกัสและตื่นตระหนกกับทิศทางดอกเบี้ยเป็นหลัก
สำหรับสัปดาห์นี้จับตาตัวเลข CPI และจุดเปลี่ยนนโยบายเฟด โดยตลาดทองคำกำลังเผชิญหน้ากับบททดสอบสำคัญ นั่นคือการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ โดยทาง GCAP Gold ให้น้ำหนักไปที่ CPI มากที่สุดเนื่องจากกระทบต่อผู้บริโภคและทิศทางดอกเบี้ยโดยตรง
คาดการณ์ผลกระทบจากตัวเลข CPI ตัวเลขคาดการณ์รายปี มีแนวโน้มที่จะดีดตัวขึ้นจาก 3.8% ไปสู่ 4.2% ซึ่งบริเวณนี้เป็นโซนที่เงินเฟ้อลงยากมาก และค้างอยู่นานในยุคของประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ โดยประเมินสถานการณ์ไว้ดังนี้
หากเงินเฟ้อออกมาพุ่งแรงตามคาดหรือสูงกว่า 4.2% คาดว่าราคาทองคำจะถูกกดดันอย่างหนัก เนื่องจากเฟดอาจจำเป็นต้องคงดอกเบี้ยยาว หรืออาจถึงขั้นปรับ “ขึ้นดอกเบี้ย” ในช่วงปลายปี
แต่หากเงินเฟ้อขยับขึ้นเล็กน้อย แต่อยู่ต่ำกว่าคาด เช่น ออกมาที่ 3.9% – 4.0% ราคาทองคำอาจมีการย่อตัวลงบ้างตามเทคนิค แต่จะไม่ลึกมาก โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่แถว 4,250 –4,240 ดอลลาร์ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นโซนที่น่าทยอยสะสมได้
กลยุทธ์การลงทุนจากสถานการณ์ที่ตลาดอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อรับข่าวร้ายเรื่องดอกเบี้ย ซึ่งอาจเปลี่ยนโทนจาก “คงดอกเบี้ย” ไปเป็น “ขึ้นดอกเบี้ย” ในช่วงปลายปี ตลาดจะมีความผันผวนสูง กลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดในช่วง 1–2 เดือนนี้คือ “เน้นเล่นสั้นและบริหารหน้าตักอย่างรัดกุม”
โดยโซนแนวต้านระยะสั้น 4,365 – 4,372 ดอลลาร์ หรือราคาทองไทย 67,700 บาท และโซนแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 4,400 – 4,420 ดอลลาร์ ราคาทองไทยที่ 68,300 – 68,500 บาท ส่วนแนวรับที่ทยอยเข้าซื้อไม้ที่ 4,200 – 4,250 ดอลลาร์ หรือทองไทย 66,000 บาทต้นๆ ไม้ที่ 2 ที่4,180 – 4,200 ดอลลาร์ หรือ ทองไทย 65,000 ปลายๆ – 65,000 ต้นๆ
สำหรับนักลงทุนที่ถือทองคำอยู่แนะนำหาจังหวะขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 4,365 –4,372 ดอลลาร์ หรือราคาไทยประมาณ 67,700 บาท หากมีแรงดันต่อเนื่องไปถึงแถว 4,400 ดอลลาร์ หรือาคาไทยประมาณ 68,300 – 68,500 บาท ให้พิจารณาแบ่งขายออกไปอีกส่วนเพื่อความปลอดภัย
สำหรับนักลงทุนที่มือว่าง หรือรอเข้าซื้อ ให้จับตาดูที่ระดับ 4,300 ดอลลาร์ หากหลุดแนวนี้ลงมา “อย่าเพิ่งรีบรับ” ให้ชะลอเพื่อดูว่าราคาจะสร้างจุดต่ำสุดใหม่ตรงไหน โดยแนวรับสำคัญในการเข้าเก็บสะสม ไม้ที่ 1 โซน 4,240 –4,250 ดอลลาร์ หรือราคาไทยประมาณ 66,000 บาทต้นๆ) สามารถทยอยสะสมได้
ไม้ที่ 2 สำรองเพื่อรองรับความเสี่ยงข่าว CPI หากตัวเลขเงินเฟ้อกดดันหนัก อาจเห็นราคาลงไปทดสอบโซน 4,180 –4,200 ดอลลาร์ ราคาไทยประมาณ 65,000 บาทต้นๆ ถึง 65,000 บาทกลางๆ
“การพักฐานของราคาทองคำในรอบนี้ คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานนักตราบใดที่ราคา ไม่หลุดต่ำกว่าจุดต่ำสุดเดิมที่ 4,100 ดอลลาร์ ประกอบกับหากเริ่มมีข่าวดีหรือความคืบหน้าเชิงบวกจากการเจรจาในฝั่งของโดนัลด์ ทรัมป์ และฝั่งอิหร่านเข้ามาเสริม ก็จะเป็นแรงช่วยสนับสนุนให้ราคาทองคำเริ่มตั้งฐานและฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้” คุณอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ จากบริษัท จีแคป จำกัด (GCAP Gold) กล่าว
รับชมคลิป







Comments are closed.