ราคาทอง 28 เม.ย.59
ทิศทางราคาทองคำ
ภาพรวมราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบโดยปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบางเนื่องจากตลาดยังรอความชัดเจนของปัจจัยหลักโดยเฉพาะสถานการณ์สงครามและประเด็นการหยุดยิงแม้อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอใหม่ให้แก่สหรัฐฯ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซและยุติสงคราม โดยเลื่อนการเจรจานิวเคลียร์ออกไปในภายหลังแต่ประเด็นนิวเคลียร์ยังคงเป็นจุดขัดแย้งหลักขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่าอิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ส่งผลให้ภาพรวมสถานการณ์ยังคงไม่มีความชัดเจน
ด้านกองทุนทองคำ SPDR ขายออก 2.29 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,044.34 ตัน โดยภาพรวมเดือนเมษายนขายสุทธิ 1.80 ตัน และตั้งแต่ต้นปีขายสุทธิ 27.66 ตัน สะท้อนแรงขายของนักลงทุนในระยะที่ผ่านมา
ด้านตลาดการเงิน ดัชนีดอลลาร์ เคลื่อนไหวที่ระดับ 98.56 จุด ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่ามาที่ระดับ 32.43 บ. ส่งผลในทิศทางบวกทำให้ราคาทองคำในประเทศยังคงทรงตัวบริเวณ 71,700 บาท
ตลาดจับตาการประชุม FOMC โดยเฟดจะแถลงมติในวันพุธ (29 เม.ย. ตามเวลาสหรัฐฯ) ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของ เจอโรม พาวเวล ในฐานะประธานเฟด โดย FedWatch Tool ให้น้ำหนัก 100% ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50–3.75%
ขณะเดียวกัน นักลงทุนบางส่วนยังคงมองว่าแม้ในระยะสั้นยังถูกกดดันจากเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงอย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นในระยะถัดไปบริเวณ 4,900 เหรียญ จากระดับปัจจุบัน
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังคงมีทิศทางไม่ชัดเจนในระยะสั้น และยังคงถูกกดดันจากปัจจัยข่าว โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 4,650 เหรียญ หากหลุดระดับดังกล่าวจะเพิ่มแรงกดดันในระยะสั้น ขณะที่หากยังสามารถยืนได้ ราคาจะยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,650 – 4,610 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,720 – 4,760 เหรียญส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 71,200 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 72,500 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEM26) แนวรับอยู่ที่ 4,670 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,740 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOM26) แนวรับอยู่ที่ 4,700 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,770 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10J26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 71,600 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 72,900 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideways” ในกรอบ รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา
– นักลงทุนที่ถือ Long Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบแนวต้าน รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับ แต่หากราคาหลุดกรอบ Sideway ควรมีการตั้ง Stop Loss
– นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งขายทำกำไรตามกรอบ หากจะเปิดสถานะใหม่ รอราคาเกิดการกลับตัวตามกรอบแนวต้าน แต่หากราคาทะลุกรอบ Sideway ขึ้นไป ควรมีการตั้ง Stop Loss
ขอขอบคุณ : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS GOLD)







Comments are closed.