gold spot ดีดเบรกกรอบแตะ $4,285 ส่วนทองคำไทยลุ้นได้แรงหนุนเพิ่ม จากเงินบาทอาจอ่อนค่ารับนายกฯ ยุบสภาฯ
ราคาทองคำไทย ราคาแรกของวันที่สมาคมค้าทองคำ ประกาศเพิ่มขึ้นแรง 500 บาท
จากนั้นอีก ชั่วโมงถัดมาจะปรับราคาขึ้น-ลง 2 ครั้ง ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง ณ เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 63,950 บาท ส่วนราคารับซื้อ 63,850 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 64,750 บาท ส่วนราคารับซื้อ 62,580.48 บาท เงินบาท 31.67 บาทต่อดอลลาร์
ช่วงนี้ต้องเกาะติดสถานการณ์ค่าเงินบาทใกล้ชิด หลัง นายกฯ อนุทินประกาศยุบสภาฯ อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะ สุญญากาศทางการเมือง เป็นเวลา 45-60 วัน เพื่อรอการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งตามสถิติแล้วตลาดทุนมักจะไม่ชอบความไม่แน่นอน และอาจกดดันให้ฟันด์โฟลว์ ไหลออกจากตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยชั่วคราว ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้บาทมีโอกาสอ่อนค่า และช่วยหนุนราคาทองคำไทยปรับตัวขึ้นได้แรงกว่าราคาทองโลก
กลยุทธ์การลงทุนทองไทย ทาง ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า
ราคาทองในประเทศมีการปรับตัวขึ้นตามทองโลก ในขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่า จึงแนะนำทยอยขายตามแนวต้านที่ระดับ 64,050 และ 64,200 บาท และทยอยซื้อตามแนวรับที่ 63,700 และ 63,400 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 63,400 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ภาพรวมการคลื่อนไหวราคาทองคำ gold spot วานนี้ปรับตัวขึ้น 50 ดอลลาร์ ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 4,285 ดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากดัชนีเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวลงเป็นวันที่ 2 สู่ระดับ 98.33 หน่วย อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับ 4.15% ซึ่งเป็นผลมาจากกาประชุม FED เมื่อคืนวันพุธ ซึ่งที่ประชุมได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 3.50 – 3.75%
ด้านนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ Bank of America (BoFA) คาดการณ์ว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยอีก2 ครั้งในเดือนมิ.ย.และก.ค.ปี 2026 เนื่องด้วยประธานเฟดคนใหม่ที่อาจทำให้เฟดเพิ่มความเสี่ยงในการผลักดันนโยบายเข้าสู่โหมดผ่อนคลาย และส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในปี 2026 อยู่ในช่วง 3.0% – 3.25%
อย่างไรก็ตาม CME FedWatch ได้คาดการณ์ถึง 75.6% และ 50.4% ว่า เฟดอาจตรึงดอกเบี้ยที่ 3.50 – 3.75% ตามลำดับ หลังถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ที่ได้แสดงความ เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันเป็นระดับที่เหมาะสมแล้ว ในขณะที่กรรมการเฟดทุกคนมีความเห็นตรงกันว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงเกินไป และเฟดต้องการให้เงินเฟ้อปรับตัวลดลง
ไปดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศไทย ทาง ShiningGold bullion มองว่า
วานนี้ราคาทองคำสามารถ Break ทะลุกรอบ Sideway ที่สร้างกันมานานกว่าเกือบครึ่งเดือน แถว 4,165-4,255 ดอลลาร์ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นเลือก Break ทะลุเพื่อการปรับตัวขึ้นต่อ
ท่ามกลาง Volume ตลาดที่เบาบางลง และปัจจัยหนุนเชิงบวกที่มีมาเป็นระลอก เช่น วุฒิสภาไม่สามารถต่ออายุเงินอุดหนุนประกันสุขภาพ Obama care ทำให้ค่าประกันอาจพุ่งต้นปีหน้า และอาจมีผลต่อเงื่อนไขการต่อรองก่อนถึง Deadline พิจารณางบประมาณสหรัฐในช่วงต้นปีหน้ารวมถึงความคาดหวังว่า BOJ จะมีมาตรการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหนุนดอลลาร์อ่อนค่าในระยะสั้นได้
การลงทุนทองคำจะเป็นลักษณะย่อ Buy เช่นเดิม โดยการลงทุนระยะสั้น Open Long ที่ 4,272 และ 4,257-55 ดอลลาร์ เผื่อถัวเฉลี่ย 4,228-22 ดอลลาร์ เคร่งครัด SLที่ 4,214 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,293/4,306และ4,333 ดอลลาร์
ด้าน InterGOLD มองในเชิงเทคนิคว่า
ภาพรวมตลาดทองคำส่งสัญญาณ Bullish ชัดเจน หลังค่าเงินดอลลาร์ทำ New Low ในรอบหลายเดือน และ Bond Yields หลุดระดับสำคัญลงมา เป็น “Technical Confirmation” ว่าโมเมนตั้มของราคาทองคำกำลังได้เปรียบฝั่งซื้ออย่างมาก
กลยุทธ์การลงทุน กราฟและปัจจัยพื้นฐานสอดคล้องกัน แนะนำให้หาจังหวะ “ย่อซื้อ” ที่โซนแนวรับ 4,200 ดอลลาร์ หรือราคาทองไทย 63,200 บาท หลีกเลี่ยงการสวนเทรนด์ฝั่งขาย ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,300 ดอลลาร์ หรือ ราคาทองไทย 64,000 บาท
ขณะที่ Ausiris มองว่า
ราคาทองคำเมื่อคืนวานกลับมาปิดบวก หลังระหว่างวันย่อตัวลงมาแต่ไม่ทำราคาหลุดต่ำกว่ากรอบแนวรับบริวเณ 4,200-4,180 ดอลลาร์ ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาสามารถดันราคาขึ้นทำไฮที่ระดับ 4,285 ดอลลาร์
อย่างไรราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นต่อได้จะต้องเบรกกลับยืนเหนือ 4,300 ดอลลาร์ให้ได้ ส่งผลให้ภาพรวมตอนนี้มองว่าราคาทองคำยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แต่สัญญาน RSI ในกราฟราย 4H เคลื่อนไหวเข้าเขต Overbought บ่งบอกว่าราคาทองคำมีโอกาสที่ย่อกลับลงมาได้จากแรงขายทำกำไร
วันนี้แนะนำผู้ที่ถือซื้อไว้ให้ทยอยขายทำกำไรที่แนวต้าน 4,284 และ4,304 ดอลลาร์ ส่วนผู้ไม่มีสถานะให้รอย่อซื้อตามกรอบแนวรับระหว่างวัน 4,247 และ 4,228 ดอลลาร์
ปิดท้ายที่ GCAP Gold มองว่า
ราคาทองคำยังคงเคลื่อนตัวในโครงสร้างขาขึ้นชัดเจน หลังราคาสร้างHigher High ต่อเนื่อง พร้อมแรงซื้อทะลุกรอบสะสมด้านบน ทำให้แนวโน้มยังหนุนไปทางบวก
หากราคาไม่หลุด Higher Low ล่าสุด โมเมนตั้มขาขึ้นยังมีโอกาสต่อไป ทั้งนี้ให้แนวต้านที่ 4,293/ 4,300 และ 4,307 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 4,244 / 4,238 และ 4,232 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.