Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

สรุปข่าวและแนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์หน้า 8-12 ธ.ค.2568

- Advertisement -

4,094

- Advertisement -

นักลงทุนทองคำอยู่ในโหมดลังเลขั้นสุด gold spot ปิดสัปดาห์แนว $4,200 รอคำชี้ชะตาจากที่ประชุมเฟด

ภาพรวมการคลื่อนไหวราคาทองคำ gold spot ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังแกว่งตัวรุนแรงในกรอบราว 100 ดอลลาร์

ทั้งนี้ ราคาเคลื่อนไหวในกรอบ 4,185 ถึง 4,245 ดอลลาร์ อยู่หลายวัน ก่อนจะเผชิญแรงขายครั้งใหญ่ในช่วงโค้งสุดท้ายของสัปดาห์

โดยราคาร่วงแรงกว่า 50 ดอลลาร์ ในเวลาไม่กี่นาที ก่อนจะมาปิดสัปดาห์ที่ระดับต่ำกว่าแนวรับสำคัญ 4,200 ดอลลาร์ โดยรวมลดลง 17 ดอลลาร์

เมื่อมามองในทางเทคนิค

- Advertisement -

กราฟแท่งเทียนปิดเป็นแท่งแดงลักษณะการลังเลชัดเจน และราคาที่ปิดเป็นการยืนในจุดวัดใจและรอความชัดเจนการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่จะมาถึงในช่วงกลางสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นวาระการประชุมที่ตลาดเฝ้ารอคอย หลังข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายตัวถูกเลื่อนการประกาศออกไป

เรามาดูผลสำรวจทองคำรายสัปดาห์ล่าสุดของ Kitco News ก่อนการประชุม FED ในสัปดาห์หน้า

พบว่า นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีท มีความเห็นที่ แตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างเท่ากัน ระหว่างมุมมองที่เป็นกลาง (Neutral) และมุมมองขาขึ้น (Bullish) ในขณะที่ นักลงทุนรายย่อย ยังคงมีความเชื่อมั่นในทิศทางขาขึ้นอย่างท่วมท้น

ทั้งนี้ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สกุลเงินจาก Forexlive.com มองว่า ข้อมูลล่าสุดที่บ่งชี้ว่า ความคาดหวังด้านเงินเฟ้อ และรายงานดัชนี PCE เดือน ก.ย. ลดลง เป็นปัจจัยเชิงบวกที่ทำให้ FED สามารถลดดอกเบี้ยได้

ขณะที่ Jim Wyckoff นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Kitco ชี้ว่า หากราคาทองคำสามารถปิดเหนือ 4,265 ดอลลาร์ ได้ จะเป็นการส่งสัญญาณถึงการทดสอบจุดสูงสุดใหม่ที่ 4,380 ดอลลาร์

- Advertisement -

ขณะที่ นักวิเคราะห์อีกคน เสริมว่า ปีหน้าราคาทองคำอาจจะแตะระดับ 5,000 ดอลลาร์ ได้ เนื่องจากธนาคารกลางยังคงซื้อสะสม และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นจะเป็น “ปัจจัยขาขึ้น‘ อย่างชัดเจนสำหรับทองคำ”

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์อาวุโสจาก FxPro เตือนว่า แม้การลดดอกเบี้ยจะเป็นปัจจัยบวก แต่มีโอกาสสูงที่จะเกิดปฏิกิริยา “Sell on Facts” หลังการประกาศผลประชุม ดันให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นชั่วคราว และกดดันราคาทองคำให้ร่วงลงสู่แนวรับในระยะสั้น ก่อนที่สัญญาณผ่อนคลายจาก FED จะกลับมาสร้างแรงซื้อครั้งใหม่

ทั้งนี้ นักลงทุนควรจับตาแนวรับ 4,200 ดอลลาร์ และ 4,170 ดอลลาร์ อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงขาลง และเตรียมพร้อมสำหรับแรงซื้อที่อาจเกิดขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อเห็นความชัดเจนของนโยบายดอกเบี้ยในระยะต่อไป

โดยในช่วงดึกคืนวันพุธที่ 10 ต่อเช้าวันพฤหัสที่ 11 ธ.ค. จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องมารอดูว่า ที่ประชุมจะลดดอกเบี้ย 0.25% ตามที่ตลาดคาดการณ์หรือไม่

ล่าสุดจากข้อมูลของ FED Watch นักลงทุนให้น้ำหนัก 86% เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% นอกจากนั้นต้องรอดู FOMC Economic Projections และ Dot Plot ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางที่ชัดเจนของทองคำ

และหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ต้องรอฟังถ้อยแถลงของประธานเฟด เกี่ยวกับผลการประชุมและนโยบายของเฟดในอนาคต ซึ่งอาจทำให้ราคาทองคำผันผวนได้

อย่างไรก็ตาม ในโลกของการเงิน มีความเป็นไปได้ที่ FED อาจจะตัดสินใจ “เซอร์ไพรส์ตลาด” ซึ่งผลลัพธ์ที่แตกต่างกันจะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในทิศทางที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

มาดูการวิเคราะห์ 3 สถานการณ์จำลอง จากผลการประชุมเฟดที่อาจจะเกิดขึ้น

scenario 1:

ลดดอกเบี้ยตามคาดการณ์ (0.25%) อาจเกิด “Sell on Facts” นี่คือสถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้สูงที่สุด เนื่องจากตลาดได้ Priced In การลดดอกเบี้ยไว้ล่วงหน้าแล้ว มีโอกาสที่ทองคำจะร่วงลงไปทดสอบแนวรับแข็งแกร่งที่ 4,170 – 4,100 ดอลลาร์ และหากถ้อยแถลงของ FED ยังคงแสดงท่าทีผ่อนคลาย โดยชี้ให้เห็นถึงการลดดอกเบี้ยต่อเนื่องในปีหน้า แนวโน้มขาขึ้นในระยะยาวจะยังคงอยู่ และการร่วงลงในระยะสั้นจะเป็น โอกาสทองในการซื้อสะสม ก่อนที่ราคาจะกลับมาทดสอบแนวต้านอีกครั้ง

scenario 2:

เฟดคงอัตราดอกเบี้ย หรือลดน้อยกว่าคาด จะสร้างความผิดหวังครั้งใหญ่ ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ขณะที่ตลาดหุ้นและตลาดโลหะมีค่าจะเผชิญกับ การเทขาย (sell-off) ครั้งใหญ่

นักวิเคราะห์จากฝั่งวอลล์สตรีทมองว่า หากผลการประชุมออกมาในแนวทางนี้ ราคาทองคำจะถูกกดดันให้ทะลุแนวรับสำคัญที่ 4,100 ดอลลาร์ ลงไปได้ง่ายดาย และอาจร่วงลึกไปที่ระดับ 4,000 ดอลลาร์ หรือต่ำกว่านั้น

นักลงทุนควรระมัดระวัง และอาจต้องพิจารณาลดสถานะความเสี่ยงในระยะสั้น จนกว่าตลาดจะซึมซับมุมมองที่แข็งกร้าวของ FED และมองหาจุดกลับตัวทางเทคนิคที่ต่ำลงอีกครั้ง

scenario 3:

FED ลดดอกเบี้ยมากกว่าคาด หรือส่งสัญญาณว่าจะลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในปีหน้า เช่น ลดถึง 4 ครั้ง จะทำให้ เงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะอ่อนค่าลงอย่างมาก และทองคำจะได้รับแรงซื้อครั้งใหญ่ในทันที

โดยราคาอาจจะทะลุแนวต้านสำคัญที่ 4,273 และ 4,300 ดอลลาร์ ได้อย่างรวดเร็ว และมุ่งหน้าสู่การทดสอบจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,380 ดอลลาร์ และทะลุ 4,400 ดอลลาร์ ไปได้

สถานการณ์นี้จะเป็นการยืนยันถึง “ขาขึ้นระยะยาว” ของทองคำ ซึ่งการกลยุทธ์การเข้าซื้อเมื่อราคาทะลุแนวต้านสำคัญ จะเป็นกลยุทธ์ที่ทำกำไรได้ดี โดยเชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นของเป้าหมายที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ ในปีนี้ตามที่นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ไว้

มาดูมุมมองของ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ มองว่า

สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำ gold spot เคลื่อนไหว sideway รอติดตามผลการประชุม FED ครั้งสุดท้ายของปี โดยสัปดาห์นี้ลุ้นราคาเบรกออกจากกรอบ นักลงทุนต้องระวังความผันผวน

ทั้งนี้ ให้โซนแนวรับสำคัญที่ 4,130 – 4,110 ดอลลาร์ และ 4,050 – 4,020 ดอลลาร์ หากราคาหลุดแนว 4,160 ดอลลาร์ มีโอกาสกลับลงไปทดสอบที่ระดับ 4,100 ดอลลาร์ หากยังรับไม่อยู่ ราคาอาจลงลึกได้

ส่วน โซนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,255-4,265 ดอลลาร์ และ 4,350-4,380 ดอลลาร์ หากราคากลับขึ้นไปทะลุผ่านแนวต้าน 4,265 ดอลลาร์ ลุ้นไปต่อ และมีโอกาสกลับขึ้นไปที่โซนจุดสูงสุดเก่า

ด้านราคาทองคำไทย

ราคาปิดสัปดาห์ปรับลดลง 200 บาท ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ที่ สมาคมค้าทองคำ ประกาศ ณ วันเสาร์ 6 ธ.ค. อยู่ที่ 63,500 บาท ส่วนราคารับซื้อ 63,400 บาท

ขณะที่ ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 64,300 บาท ส่วนราคารับซื้อ 62,125.68 บาท เงินบาท 31.98 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลงไป 1,050 บาท

โดยราคาทองคำไทยได้รับแรงกดดันจากเงินบาทแข็งค่าหลุด 32 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน และสูงสุดในภูมิภาค รับแรงหนุน “เฟด” จ่อผ่อนคลายนโยบายการเงิน

โดยธนาคารกรุงไทยมองกรอบสิ้นปีนี้ 31.85 – 32.45 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินทุนต่างชาติทยอยไหลเข้าซื้อบอนด์ไทยมองแนวต้านแถว 64,000 – 64,300 และ 64,600 – 64,800 บาท ส่วนแนวรับอยู่ที่ 63,100 – 63,000 และ 62,600 – 62,500 บาท

ทั้งนี้ ผลการประชุม FED ในช่วงกลางสัปดาห์หน้า นอกจากจะสร้างความผันผวนระยะสั้นแล้ว ยังจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาในไตรมาสถัดไป นักลงทุนควรวางแผนด้วยความระมัดระวัง และเตรียมพร้อมรับมือกับ ความผันผวนสูง

รับชมคลิป

- Advertisement -

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More