ทิศทางทองวันนี้ 13 พ.ย.68 คุณชวไนย อรรคพัฒนกุล ARR Gold Trading
พูดคุยกับ คุณชวไนย อรรคพัฒนกุล นักวิเคราะห์ ARR Gold Trading (บจ.ออโรร่า เทรดดิ้ง)
ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com
ทองคำยังทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง เป้าต่อไป god spot ลุ้นทดสอบ $4,250 จับตาตัวเลขศก.หลังยุติ Shutdown
คุณชวไนย อรรคพัฒนกุล นักวิเคราะห์ ARR GoldTrading กล่าวกับ goldaround ว่า
สถานการณ์ราคาทองคำปัจจุบันยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น แม้จะมีรายงานที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาเรื่องการชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ราคาทองคำยังคงมีแรงหนุนให้ปรับตัวสูงขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดแถว 4,220 ดอลลาร์ ( ณ เวลา 11.45 น.)
ทั้งนี้คุณชวไนย มองแนวโน้มราคาทองคำ gold spot ระยะสั้น ว่ายังจะปรับตัวขึ้นไปจนกว่าจะมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญออกมา แต่คาดการณ์ว่าเมื่อตัวเลขดังกล่าวถูกเผยแพร่ ไม่ว่าผลจะออกมาดีหรือไม่ดี ตลาดน่าจะมีปรากฏการณ์ “Sell on Fact” หรือการเทขายทำกำไรออกมา แต่นักลงทุนระยะสั้นสามารถเก็งกำไรได้ในช่วงที่แรงดันยังคงมีอยู่
โดยมีจุดเข้าซื้อโซน 4,200 ดอลลาร์ หรืออาจเข้าเลยในราคาปัจจุบัน (แถว 4,210-15 ดอลลาร์) และไปรอขายทำกำไรแถว 4,250 ดอลลาร์ มองว่าราคามีโอกาสขึ้นไปทดสอบโซนดังกล่าวในระยะถัดไป มีจุดตัดขาดทุนแถว 4,150 ดอลลาร์
มาดูปัจจัยที่ยังคงหนุนราคาทองคำ หากมองภาพรวมตลาดได้ซึมซับข่าวสารไปเกือบหมดแล้ว ปัจจัยหลักที่ยังคงเหลือและจะใช้ในการขับเคลื่อนราคาทองคำคือตัวเลขเศรษฐกิจ การรอลุ้นตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาสออกมาหลังจากนี้ อาจแสดงถึงความอ่อนแอ ซึ่งจะไปสนับสนุนการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจมีการ ลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.
นอกจากนั้นดูนโยบายของ Fed หลังมีรายงานว่าจะหยุดทำ QT (Quantitative Tightening) ในเดือน ธ.ค.และอาจจะกลับมาทำ QE (Quantitative Easing) ในระยะถัดไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ แต่คุณชวไนยแนะนำให้ รอฟังการแถลงการณ์จากเจ้าหน้าที่ Fed โดยตรง เพื่อยืนยันความชัดเจน
ส่วนมุมมองราคาทองคำไทย ยังได้แรงหนุนจาก ราคาทองคำ gold spot และอัตราแลกเปลี่ยนที่เกื้อหนุน หาก gold spot ขยับเพิ่ม ประมาณ 50 ดอลลาร์ คาดว่าราคาทองไทยยังบวกเพิ่มได้ประมาณ 300-400 บาท แต่ทั้งนี้คาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตัวเลขเศรษฐกิจที่กำลังจะประกาศ และอาจจะดันราคาไปถึง 65,000 บาท ได้ในช่วงสัปดาห์หน้า
ส่วนมุมมองระยะกลาง คุณชวไนย ยังคงมองว่าราคาในปีนี้น่าจะไปได้ถึงเพียง ระดับสูงสุดเดิม (High เดิม) เท่านั้น หากไม่มีปัจจัยใหม่ที่รุนแรงเข้ามากระทบ และมองว่าการทะลุแนวต้านสำคัญที่ 4,388 ดอลลาร์ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากในบริบทปัจจุบัน
รับชมคลิป







Comments are closed.