Gold Around
ราคาทองคำ ข่าวสารและแนวโน้มราคาทองคำวันนี้

เส้นทาง “ทองคำ” ยังสดใส เม็ดเงินไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำมหาศาล

- Advertisement -

69

- Advertisement -

แม้ว่าแรงซื้อทองคำแท่งและเหรียญของนักลงทุนรายย่อยในสหรัฐฯ จะลดลงอย่างน่าตกใจ แต่ข้อมูลล่าสุดจาก สภาทองคำโลก (WGC) กลับเผยตัวเลขความต้องการทองคำในสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 58% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2024

อะไรคือปัจจัยเบื้องหลังที่ทำให้ความต้องการโดยรวมของทองคำยังคงแข็งแกร่ง? คำตอบคือ “กองทุน ETF”

โดย WGC ชี้ชัดว่า ความต้องการทองคำโดยรวมในสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 186 ตัน ในไตรมาส 3 มาจากการไหลเข้าของเม็ดเงินในกลุ่มกองทุน ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ

กองทุน ETF ที่ลงทุนในทองคำ (Gold-backed ETFs) ในสหรัฐฯ ได้ดึงดูดเม็ดเงินไหลเข้าถึง 137 ตัน ในไตรมาส 3 เป็นการเพิ่มขึ้นถึง 160% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้คิดเป็น 62% ของความต้องการ ETF ทั่วโลกทั้งหมดในไตรมาสเดียวกัน

WGC ระบุว่า หากไม่มีเงินทุนจาก ETF ไหลเข้ามามากขนาดนี้ ความต้องการทองคำโดยรวมของสหรัฐฯ จะลดลงถึง 44% เลยทีเดียว นี่แสดงให้เห็นว่า ETF ทำหน้าที่เป็นเครื่องช่วยหายใจ ที่ช่วยพยุงภาพรวมความต้องการทองคำสหรัฐฯ ไว้ได้ทั้งหมด

- Advertisement -

ทั้งนี้ การที่สถาบันขนาดใหญ่เลือกถือทองคำผ่าน ETF บ่งชี้ว่านักลงทุนยังมีความเชื่อมั่นในทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ในช่วงที่ตลาดโลกมีความไม่แน่นอน โดยกองทุนสถาบันกำลังอัดฉีดเงินเข้าสู่ ETF อย่างบ้าคลั่ง นักลงทุนรายย่อยกลับมีพฤติกรรมตรงกันข้าม

โดยความต้องการทองรูปพรรณ (Jewellery) ไตรมาส 3 ลดลง 12% เหลือ 25 ตัน แนวโน้มการบริโภคที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 ทองแท่งและเหรียญ (Bar & Coin) ลดลงฮวบ 64% เหลือเพียง 7 ตัน โดยเป็นไตรมาสที่มีความต้องการอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ก่อนวิกฤต COVID-19 (ปี 2017–2019)

ทั้งนี้ การที่นักลงทุนรายย่อยในสหรัฐฯ ลดการถือครองทองคำแท่ง/เหรียญ (Physical Demand) บ่งชี้ว่ามีการขายทำกำไรออกมาในระดับสูง หลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

สัญญาณความร้อนแรงจากวอลุ่มการซื้อขายความเคลื่อนไหวของราคาได้สร้างสถิติใหม่ในตลาดซื้อขาย โดยปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) และ Options ในตลาดล่วงหน้า (COMEX) พุ่งขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในเดือน ก.ย. และ ต.ค.

การที่ราคาทองคำทำราคาสูงสุดใหม่ถึง 13 ครั้ง ในเดือน ก.ย. และ 11 ครั้ง ในเดือน ต.ค. ผลักดันให้ปริมาณการซื้อขายรายวันพุ่งสูงขึ้นทำสถิติใหม่ (สูงถึง 208 พันล้านดอลลาร์/วัน ในเดือน ต.ค.) และแม้ราคาทองคำจะเผชิญกับการปรับฐานลงอย่างรวดเร็วถึง 8% ในช่วงปลายเดือน ต.ค. แต่การปรับฐานนี้กลับกระตุ้นการลงทุน ทำให้ปริมาณการซื้อขายพุ่งขึ้นอีก 51% แสดงว่านักลงทุนเข้าเก็งกำไรทั้งในขาขึ้นและขาลง

- Advertisement -

ขณะเดียวกัน ในรายงาน WGC ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักลงทุนรายย่อยในปัจจุบัน ที่กลับมาซื้อมากขึ้น โดยนับตั้งแต่สิ้นสุดไตรมาส 3 เป็นต้นมา มีสัญญาณว่านักลงทุนรายย่อยเปลี่ยนจากผู้ขายสุทธิเป็นผู้ซื้อสุทธิ ทำให้สภาพคล่องในตลาดรองเริ่มลดลง

ทั้งนี้ ธุรกิจทองคำของ Costco (ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่) กำลังเฟื่องฟูอย่างมาก ทั้งช่องทางออนไลน์และในร้านค้า โดยปัจจัยหลักคือความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในแบรนด์ และการที่ราคาผลิตภัณฑ์ทองคำมีการกำหนดราคาที่มั่นคง แม้ราคาทองคำจะพุ่งสูงขึ้น

โดยเฉพาะความต้องการ “ทองคำแท่งแบบแบ่งย่อย” (Fractional Gold Bar) ก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน ทำให้ดีลเลอร์ยินดีจ่ายค่าพรีเมียมที่สูงขึ้นสำหรับทองคำขนาดเล็ก

มาดูแนวโน้มราคาทองคำ ปี 2026 นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ราคาเฉลี่ยในไตรมาส 4 ปี 2025 ไว้ที่ประมาณ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้เป้าหมายปี 2026 ถูกปรับให้สูงขึ้น โดยมีช่วงคาดการณ์กว้างตั้งแต่ 4,500 ถึง 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

กลยุทธ์สำหรับนักลงทุน ระยะสั้นมีการซื้อขายที่มีปริมาณสูงในช่วงการปรับฐาน แสดงว่าตลาดยังคงมีการเก็งกำไรอย่างรุนแรง ควรเข้าซื้อ-ขายอย่างระมัดระวังตามกรอบแนวรับ/แนวต้านที่

ส่วนการลงทุนชัดเจนระยะยาว การที่สถาบันขนาดใหญ่ยังคงมองทองคำในแง่บวกอย่างยิ่งผ่าน ETF และเป้าหมายราคาในระยะยาวถูกปรับสูงขึ้น แสดงว่าทองคำยังคงมีบทบาทสำคัญในการเป็น “สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ” การทยอยสะสม (DCA) หรือเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับที่แข็งแกร่ง จึงยังเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ

อ้างอิง: Kitco.com

- Advertisement -

- Advertisement -

Comments are closed.

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More