สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นบททดสอบกำลังใจของนักลงทุนทองคำอย่างแท้จริง เพราะแม้จะมีปัจจัยลบถาโถมเข้ามา
ทั้งความกังวลว่าวัฏจักรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะถูกเลื่อนออกไป และการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่มีแนวโน้มดีขึ้น แต่ราคาทองคำก็ยังแสดงความแข็งแกร่ง โดยสามารถยืนเหนือระดับ 3,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ไว้ได้
ทั้งนี้ ราคาทองคำ gold spot เปิดสัปดาห์ที่ระดับ 4,084 ดอลลาร์ และพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 4,129 ดอลลาร์ ก่อนจะรูดลงอย่างรวดเร็ว ไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,020 ดอลลาร์ และร่วงทะลุ 4,000 ดอลลาร์ ลงไปแตะจุดต่ำสุดของสัปดาห์ที่ 3,886 ดอลลาร์ ก่อนจะมาปิดสัปดาห์เหนือแนวรับ-ต้านจิตวิทยาสำคัญที่ 4,002 ดอลลาร์
โดยราคาทองคำแสดงให้เห็นถึงความผันผวนอย่างหนัก แต่ความสามารถในการกลับมายืนแนว 4,000 ดอลลาร์ ได้ในช่วงสุดสัปดาห์ เป็นสัญญาณเชิงบวกที่แสดงถึงความยืดหยุ่นของทองคำ
จากผลสำรวจล่าสุดของ Kitco News พบว่า นักวิเคราะห์ ยังมองภาพเป็น “กลาง” (Neutral) ขณะที่นักลงทุนรายย่อย (Main Street) กลับมองว่าทองคำยังอยู่ในแนวโน้ม “กระทิง” (Bullish) มากขึ้นหลังเห็นราคาปักหลักเหนือ 4,000 ดอลลาร์ได้
นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าทองคำยังต้องพักฐานอีกระยะ, บางคนยังเชื่อว่าแนวโน้มระยะยาวยังดี แต่ระยะสั้นยังขาดแรงผลักดัน และอาจเห็นราคาหลุดลงไปทดสอบใต้ 4,000 ดอลลาร์ อีกครั้ง
สาเหตุอาจมาจากความตึงเครียดสหรัฐฯ-จีน ที่คลี่คลายลง หรือ Fed ที่ส่งสัญญาณไม่รีบลดดอกเบี้ย
อย่างไรก็ดี มีบางคนกลับมองว่า การที่ราคาทองคำกลับมายืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ ได้หลังถูกเทขายอย่างหนัก ถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก โดยมีแนวรับที่ 3,895 ดอลลาร์ ที่ยังคงแข็งแกร่ง และเชื่อว่าปัจจัยพื้นฐานยังหนุนทองคำอยู่
พร้อมระบุว่า แนวโน้มที่หนุนทองคำในระยะยาวยังไม่เปลี่ยนแปลงไป โลกยังคงมีหนี้มหาศาล และทางเดียวที่รัฐบาลจะกอบกู้คือการลดค่าเงิน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ทองคำต้องขึ้นในระยะยาว
ปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาในสัปดาห์หน้า (3 – 7 พ.ย.) นักวิเคราะห์ชี้ตรงกันว่า ทองคำยังต้องเผชิญกับข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ และความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยเฉพาะคำเตือนของ ประธานเฟดที่ระบุว่าการลดดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ไม่ได้เป็นเรื่องแน่นอน
ขณะเดียวกัน ต้องมารอดูการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ทั้ง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) ของ ISM ในวันจันทร์ ตามมาด้วยข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) และดัชนีภาคบริการของ ISM ในวันพุธ)
รวมถึงยังต้องติดตามความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์/การเมือง โดยเฉพาะการปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ (Government Shutdown) ที่ยืดเยื้อ
รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของมาตรการภาษี (Tariffs) ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จากต่างประเทศมองว่า นักลงทุนควรใช้ช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวในกรอบ ระหว่าง 3,800 ถึง 4,300 ดอลลาร์ในการสะสมทองคำ เพราะตามสถิติแล้วฤดูกาลทองคำ (Seasonal Backdrop) จะแข็งแกร่งที่สุดในช่วง พฤศจิกายนถึงมกราคม
กรอบการลงทุนทองคำ ควรโฟกัสแนวรับสำคัญ 3,870 ดอลลาร์ ซึ่งเก็นจุดต่ำสุดที่นักวิเคราะห์หลายคนให้ความสนใจ และราคาไม่ควรหลุด3,750 ดอลลาร์ ส่วน แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,075 ดอลลาร์ หากทะลุผ่านไปได้จะดึงดูดแรงซื้อใหม่
สรุปการเคลื่อนไหวราคาทองคำ แม้จะมีปัจจัยลบระยะสั้น แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากยังคงมองว่า “พื้นฐาน” ของทองคำในระยะยาวยังคง “แข็งแกร่ง” การลดลงของราคาอาจเป็นเพียงการ “ปรับฐาน” หรือการ “สะสมกำลัง” ก่อนจะพุ่งขึ้นต่อจากปัจจัยหนี้สินและการลดค่าเงิน
ที่มา: Kitco.com







Comments are closed.