ดีลปรองดองสหรัฐ-หร่าน เอาไม่อยู่ เช้านี้ goldspot ดิ่งทดสอบ 4,165 ดอลลาร์ ทองไทยยืนไม่ไหวร่วงแรง 1,350 บาท
ตลาดทองคําในช่วงนี้ยังเคลื่อนไหวผันผวน แม้ปัจจัยการลงนามสงบศึกระหว่างสหรัฐและอิหร่าน จะช่วยให้ราคารีบาวด์กลับมาได้บ้าง แต่แรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่า และความกังวลว่าเฟดอาจจะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี ยังคงเป็นปัจจัยจํากัดการฟื้นตัวของราคาทองคํา
ราคาทองคำไทยเช้านี้ ( 19 มิ.ย.) เปิดตลาดลงแรง 1,250 บาท ก่อนอีกชั่วโมงครึ่งจะปรับลงรวม 100 บาท ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ของ สมาคมค้าทองคำ ณ เวลา 10.30 น. อยู่ที่ 64,950 บาท
ส่วนราคารับซื้อ 64,750 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 65,750 บาท ส่วนราคารับซื้อ 63,459.76 บาท คำนวนจากเงินบาทท 32.86 บาทต่อดอลลาร์
ส่วนราคาทองคำ gold spot ปรับตัวลดลง 48 ดอลลาร์ แม้ช่วงต้นราคาจะดีดทดสอบ 4,329 ดอลลาร์ ก่อนจะถูกเททดสอบ 4,201 ดอลลาร์ และมาปิดตลาดที่ 4,208 ดอลลาร์ ขณะที่เช้านี้ยังร่วงต่อทดสอบ 4,165 ดอลลาร์
ทั้งนี้ตลาดกลับมากังวลต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของเฟด โดยข้อมูล CME FedWatch ชี้ว่านักลงทุนให้นํ้าหนักกว่า 70% ว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. โดย 49% มองจะขึ้น 0.25% และอีก 19% มองอาจขึ้นแรงถึง 0.50%
ด้านดัชนีดอลลาร์ เคลื่อนไหวบริเวณ 100.62 จุด ซึ่งเป็นการกลับขึ้นมาทดสอบโซนสูงเดิม และอยู่ในระดับสูง สุดในรอบราว 1 ปี ส่งผลให้ราคาทองคํายังถูกกดดันในระยะสั้น
ขณะที่ผลพวงจากความเป็นไปได้ของการลงนามข้อ ตกลงสงบศึกระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะช่วยลดแรงกดดันด้านราคานํ้ามันและเงินเฟ้อในระยะถัดไป แต่ความขัดแย้งในภูมิภาคอื่นยังคงดําเนินต่อไป ทั้งอิสราเอล–เลบานอน และรัสเซีย–ยูเครน ทําให้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยัง ไม่หายไปทั้งหมด
ไปดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในประเทศ ShiningGold bullion มองว่า
ตลาดกำลังเปลี่ยนโฟกัสจากสงครามไปสู่ผลกระทบจากสงครามหลังข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว ทำให้นักลงทุนเริ่มหันมาประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะผลของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นก่อนหน้า ซึ่งยังมีแนวโน้มส่งผ่านไปสู่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระยะถัดไป
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่ Fed อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในปีนี้ หากเงินเฟ้อยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าที่คาด ซึ่งถือเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนอย่างทองคำ
แม้ในช่วงเช้าวานนี้ราคาทองคำจะมีแรงรีบาวน์ตอบรับข่าวการลงนามข้อตกลง แต่ตลาดยังคงมีความระมัดระวังเนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าความขัดแย้งจะยุติลงอย่างถาวร ทำให้ยังคงเห็นแรงขายออกมาเป็นระยะเมื่อราคารีบาวน์ โดยนักลงทุนบางส่วนอาศัยจังหวะดังกล่าวในการสลับต้นทุนและปรับพอร์ตเพื่อรอความชัดเจนของสถานการณ์ในระยะต่อไป
กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น หากราคาไม่สามารถผ่าน 4,218 หรือ 4,252 ดอลลาร์ได้ สามารถเปิด Open Short ได้ เผื่อถัวเฉลี่ย 4,294 ดอลลาร์เคร่งครัด Stop Loss ที่ 4,320 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 4,218 / 4,256 และ 4,292 ดอลลาร์
ขณะที่ MTS Gold มองในเชิงเทคนิคว่า
ราคาทองคํากลับมาถูกกดดันอีกครั้งและยังเคลื่อนไหวในกรอบ “Sideway Down” โดยภาพรวมยังอยู่ใน แนวโน้มขาลง หลังราคายังคงเคลื่อนไหวตํ่ากว่า เส้นค่าเฉลี่ย 50 สัปดาห์ ซึ่งสอดคล้องกับ กรอบ Daily Chart ราคายังคงเคลื่อนไหวตํ่ากว่า เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน เช่นกัน สะท้อนว่าโมเมนตัมหลักยังอยู่ฝั่งขาย และมีโอกาสที่ราคาจะผันผวน หรือปรับฐานต่อได้
กลยุทธ์ระยะสั้นควรเน้นเก็งกําไรตามกรอบ พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด ส่วนการลงทุนระยะยาว ยังสามารถทยอยสะสมได้บางส่วน แต่ควรรอจังหวะให้ราคาสร้างฐานชัดเจนมากขึ้นก่อนเพิ่มนํ้าหนักการลงทุน ประเมินแนวรับราคาทองคํา gold spot ที่ 4,150 และ 4,100 ดอลลาร์ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,220 และ 4,270 ดอลลาร์ ส่วนทองคําไทยแนวรับอยู่ที่ 64,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ 65,700 บาท
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์ มองว่า
มีแนวโน้มเป็นขาลงชัดเจนหลังจากทิ้งตัวลงแรงโดยปัจจุบันราคาอยู่ที่ 4,185 ดอลลาร์ และกำลังลงมาทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,170 ดอลลาร์ ซึ่งหากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับนี้ได้ก็อาจมีการดีดตัวขึ้นสั้นๆ โดยให้แนวต้านที่ 4,230 และ 4,280 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 4,170 และ4,105 ดอลลาร์
รับชมคลิป







Comments are closed.