จ้างงาน NFP พุ่งเกินคาดสกัดขาขึ้น ท้าชนเฟดจ่อขึ้นดอกเบี้ย 16 ก.ย. ลุ้นแรงหนุนคลังสหรัฐฯ ซื้อคืนพันธบัตรเปิดทาง ‘ย่อซื้อ’ สู้แนวรับ 4,400 ดอลลาร์
ราคาทองคำสปอตเผชิ
ภาพรวมตลาด: ราคาทองคำในตลาดโลกอยู่ในช่วง “ปรับฐานย่อตัวหลังรับแรงกระแทก NFP เพื่อสร้างฐานสะสมกำลังใหม่” ในกรอบแนวรับ-แนวต้านหลัก 4,400 – 4,470 ดอลลาร์ (68,700 – 69,200 บาท) โดยมีโซนแนวรับถัดไปที่ 4,360 – 4,370 ดอลลาร์ และเป้าหมายแนวต้านถัดไปที่ 4,500 – 4,560 ดอลลาร์ แม้ในภาพรวมทองคำจะถูกกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และกระแสคาดการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ในระยะสั้นมีโอกาสได้แรงหนุนจากการคลายตัวของ Bond Yield ผ่านโครงการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ
5 ปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางทองคำ
- 1. ตัวเลข Nonfarm Payrolls แข็งแกร่งเกินคาด! เงินไหลซบดอลลาร์ กดดันทองย่อหนัก: รายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ประจำเดือนสิงหาคมของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 162,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 56,000 ตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่อัตราการว่างงานยังคงทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4.1% สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นสูง ส่งผลให้เกิดแรงเทขายทำกำไรในทองคำ และผลักดันให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์สกุลดอลลาร์อย่างรวดเร็วในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
- 2. ตลาดจับตาการประชุม Fed 16 ก.ย. นี้! ความเสี่ยง “ขึ้นดอกเบี้ย” ยังคงกดเพดานทองคำ: ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ชี้ว่า ตลาดปรับเพิ่มน้ำหนักโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะ “ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย” ในการประชุมวันที่ 16 กันยายนนี้ ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 58% เทียบกับโอกาสคงดอกเบี้ยที่เหลือเพียง 42% โดยตัวเลขแรงงานที่แข็งแกร่งยิ่งกลายเป็นเหตุผลสนับสนุนให้ นายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานเฟด สามารถเดินหน้านโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไปได้ แม้ว่าอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะออกมาส่งเสียงกดดันให้เฟดปรับลดดอกเบี้ยก็ตาม ความไม่แน่นอนเรื่องนโยบายการเงินจึงยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ค้ำเพดานราคาทองคำตลอดช่วงกลางเดือนกันยายน
- 3. โครงการ Treasury Buyback คลังสหรัฐฯ อาจพลิกสวมบทพระเอกหนุนทองระยะสั้น: ปัจจัยบวกสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์นี้คือ แผนการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Buyback Program) ของกระทรวงการคลัง ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขนาดวงเงินขึ้นเพื่อเสริมสภาพคล่องและลดแรงตึงตัวในตลาดพันธบัตรระยะยาว หากโครงการนี้ช่วยกดให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ระยะยาวปรับตัวลดลง จะส่งผลให้ดอลลาร์ชะลอการแข็งค่าและเปิดโอกาสให้เม็ดเงินบางส่วนไหลกลับเข้าสู่ทองคำ โดยช่วงระหว่างวันที่ 9 กันยายน – 4 พฤศจิกายน จะเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตลาดเฝ้าติดตามความคืบหน้านี้
- 4. จีนและราคาน้ำมันดิบ 2 ตัวแปรหลักที่อาจเปลี่ยนทิศดอลลาร์และเงินเฟ้อ: อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่อาจช่วยกด Bond Yield ลงได้ คืออุปสงค์ (Demand) ในการเข้าถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จากฝั่งประเทศจีน เพื่อช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินหยวน ขณะเดียวกัน แรงกดดันเงินเฟ้อฝั่งต้นทุนของสหรัฐฯ ยังคงผูกติดอยู่กับราคาพลังงาน หากความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถช่วยให้ราคาน้ำมันดิบลดระดับลงได้อย่างมีนัยสำคัญ จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงเร็วขึ้น และลดความจำเป็นที่เฟดจะต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะพลิกกลับมาเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อราคาทองคำ
- 5. สัญญาณเทคนิคอลชี้ “ย่อซื้อระยะสั้น – ขึ้นทยอยขาย” ดักจังหวะเด้งในกรอบ: ในทางเทคนิคัล สัปดาห์นี้ยังให้น้ำหนักไปที่ฝั่งการฟื้นตัว (Rebound) มากกว่า เนื่องจากตลาดมีโอกาสให้น้ำหนักเชิงบวกต่อข่าว Treasury Buyback และการชะลอตัวของ Bond Yield ระยะสั้น แนะนำรอจังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 4,400 ดอลลาร์ (68,700 บาท) หรือโซน 4,360 – 4,370 ดอลลาร์ เพื่อเข้าสะสมเก็งกำไรระยะสั้น และหาจังหวะทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,470 ดอลลาร์ (69,200 บาท) ไปจนถึงโซน 4,500 – 4,560 ดอลลาร์ ก่อนที่จะลดสถานะลงเพื่อเตรียมรับมือความผันผวนจากการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า
บทสรุปและกลยุทธ์การลงทุน
ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันระยะสั้นจากตัวเลขตลาดแรงงานที่ร้อนแรงเกินคาดและกระแสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ทว่าปัจจัยหนุนจากมาตรการเข้าซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ มีโอกาสช่วยพยุงและจำกัดความเสี่ยงด้านล่าง กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “ย่อซื้อระยะสั้นตามแนวรับ และทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาดีดขึ้
- สถานะตลาด: ปรับฐานย่อตัวสู้แนวรับ / ดักจังหวะย่อซื้อเก็งกำไรรอบสั้น (Pullback to Key Support & Buy on Dip)
- แนวรับสำคัญ (จุดพิจารณาตั้งรับซื้อเก็งกำไร): 4,400 ดอลลาร์ (68,700 บาท) เป็นแนวรับแรกทางเทคนิคัลในการดักจังหวะเข้าซื้อสะสม (โดยมีโซนแนวรับสำรองถัดไปอยู่ที่ 4,360 – 4,370 ดอลลาร์)
- แนวต้านสำคัญ (จุดเป้าหมายแบ่งขายทำกำไร): 4,470 ดอลลาร์ (69,200 บาท) เป็นด่านแนวต้านแรกสำหรับการแบ่งไม้ขายทำกำไร (โดยมีโซนแนวต้านหลักถัดไปอยู่ที่ 4,500 – 4,560 ดอลลาร์)
- คำแนะนำเพิ่มเติม: สายเก็งกำไรระยะสั้นเน้นการเข้าเร็ว-ออกเร็วตามกรอบแนวรับ 4,400 ดอลลาร์ และแนวต้าน 4,470 ดอลลาร์ ไม่ควรไล่ราคาฝั่งซื้อ ณ กลางกรอบ และแนะนำให้เริ่มทยอยลดความเสี่ยงหรือปิดสถานะบางส่วนเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายสัปดาห์ เพื่อเตรียมรับมือกับความผันผวนจากการประชุม FOMC วันที่ 16 กันยายน
ขอขอบคุณ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด






Comments are closed.