ทิศทางราคาทองวันนี้ 10 มิ.ย.26 พูดคุยกับคุณมรุต วสุนธรา อินเตอร์โกลด์
พูดคุยกับ คุณมรุต วสุนธรา (ไผ่) เทรดเดอร์อินเตอร์โกลด์ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด (InterGOLD)
ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com
ราคาทองดิ่งทดสอบด่าน $4,180 ชวนตั้งรับไม้สุดท้ายแถว $4,000 ดักทาง “Buy on Fact” ลุ้นรีบาวด์ใหญ่
คุณมรุต วสุนธรา เทรดเดอร์ บจ.อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด กล่าวกับ goldaround ว่า
ราคาทองคำเคลื่อน ไหวในโซนปรับฐานลึก กรอบแนวรับ 4,100 ดอลลาร์
ขณะที่แนวต้านเหนือ 4,300 ดอลลาร์ ขึ้นไป ทองไทยที่ 65,000 บาท ล่าสุดราคาทองคำปรับตัวลงแรงต่อเนื่องไหลลงมาใกล้บริเวณ 4,180 ดอลลาร์ สะท้อนความกังวลเรื่องสภาพคล่องโลกและทิศทางดอกเบี้ยที่กลับมากดดันสินทรัพย์แทบทุกประเภท
อย่างไรก็ตาม การปรับฐานรอบนี้เป็นจังหวะทยอยสะสมมากกว่าการไล่ขาย เนื่องจากภาพใหญ่ระยะกลางถึงยาวยังมีปัจจัยหนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์คอยค้ำจุนอยู่
โดยการลงทุนช่วงนี้เน้นกลยุทธ์ทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัว รอจังหวะรีบาวด์ใหญ่
มาดูปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางทองคำ
1. ตลาดกำลังจับตาการประกาศตัวเลขดัชนี CPI และ PPI ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายดอกเบี้ยในระยะถัดไป หากเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อ Fed และทำให้ตลาดกังวลว่าดอกเบี้ยอาจต้องตรึงสูงนานขึ้นหรืออาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นก็เป็นอีกจุดที่ต้องเฝ้าระวังหลังตัวเลข PPI ล่าสุดสูงกว่าคาด และกำลังรอดูดัชนี CPI ในสัปดาห์ถัดไป ซึ่งหากเงินเฟ้อญี่ปุ่นเร่งตัวขึ้น อาจบีบให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต้องคุมเข้มนโยบายการเงินและส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องโลกซ้ำเติม
2. ธนาคารกลางโลกส่งสัญญาณร่วม กดดันสภาพคล่องสินทรัพย์เสี่ยง โดยญี่ปุ่นมีโอกาสสูงที่จะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมช่วงกลางเดือนนี้ ขณะที่ยุโรปเริ่มมีสัญญาณเรื่องดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้เช่นกัน ส่วนสหรัฐฯ ตลาดยังรอจับตาการประชุม Fed และถ้อยแถลงสำคัญในวันที่ 18 มิถุนายน
หากธนาคารกลางหลักเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกันจะกดดันทองคำในระยะสั้นจากสภาพคล่องที่ลดลงและต้นทุนการถือครองที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หากตลาดรับรู้ข่าวร้ายไปมากแล้ว อาจเกิดภาวะ “Buy on Fact” หนุนให้สัปดาห์หน้าทองคำมีโอกาสรีบาวด์แรงได้
3. สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาทวีความตึงเครียดขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์โจมตีเฮลิคอป เตอร์ลาดตระเวนของสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะลุกลาม
แต่ในขณะเดียวกัน สัญญาณจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่าการเจรจากับอิหร่านมีทิศทางที่ค่อนข้างดี ตลาดจึงยังคงประเมินทั้งสองด้านพร้อมกัน หากการเจรจาคืบหน้าจะช่วยลดแรงกดดันด้านพลังงานบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและช่วยผ่อนคลายราคาน้ำมันลง ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจแต่จะลดความต้องการทองคำ ทว่าความไม่แน่นอนที่ยังไม่จบก็ยังคงทำหน้าที่ช่วยพยุงสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่เช่นกัน
มาดูมุมมองทางเทคนิค ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันขาลงอย่างหนักในช่วงต้นเดือนมิถุนายน หลุดแนวรับสำคัญไล่เรียงตั้งแต่ 4,500 /4,450 /4,400 /4,350 และ 4,300 ดอลลาร์ ลงมาจนใกล้บริเวณ 4,180 ดอลลาร์ ทำให้ระยะสั้นยังต้องระวังแรงขายต่อเนื่อง แต่ในเชิงกลยุทธ์ การปรับฐานรอบนี้คือโซนตั้งรับสะสมมากกว่าการเร่งขายซ้ำ โดยมีระดับ 4,150 /4,100 และ 4,000 ดอลลาร์เป็นไม้สะสมช่วงท้าย ซึ่งหากเก็บครบทุกไม้ ต้นทุนเฉลี่ยจะอยู่ใกล้บริเวณ 4,300 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจอย่างยิ่งในการรอรอบรีบาวด์ใหญ่
กลยุทธ์การลงทุน รอจังหวะสร้างฐานเพื่อรีบาวด์ใหญ่ โดยมีแนวรับสำคัญ 4,150 ดอลลาร์ หรือราคาทองคำไทย 65,000 บาท โดยมีแนวรับลึกสุดที่ด่าน 4,100 -4,000 ดอลลาร์เป็นไม้เก็บตกช่วงท้ายส่วนแนวต้านเป้าหมาย รอเหนือบริเวณ 4,300 ดอลลาร์ขึ้นไป
ทั้งนี้แนะนำนักลงทุนใช้กลยุทธ์บริหารเงินแบบแบ่งไม้ให้ชัดเจน ไม่ใช้เงินก้อนเดียวในจุดเดียว และควรรอสัญญาณการหยุดไหลรวมถึงความชัดเจนจากผลการประชุม Fed และสถานการณ์ฝั่งอิหร่านให้แน่ชัด ก่อนประเมินการกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นเต็มตัวอีกครั้ง
รับชมคลิป







Comments are closed.