ทิศทางทองคำ 6 ก.พ.68 นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ปธ.กลุ่ม MTS Gold
สัมภาษณ์พิเศษ น.พ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท MTS Gold แม่ทองสุก
ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ แก้วประจันทร์ บรรณาธิการข่าว GoldAround.com
ทองคำยังเหวี่ยงแรงเพื่อสร้างจุดสมดุล คาดพักฐานกรอบ $4,650-5,000 อีกระยะ รอสัญญาณเทคนิคเบรคกรอบเพื่อพุ่งต่อ
หลังเหตุการณ์ “Black Friday” ที่ราคาทองคำผันผวนอย่างรุนแรง โดย ร่วงลงกว่า 1,100 ดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 2 วัน ก่อนพยายามจะฟื้นตัวกลับมา แต่ล่าสุดยังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 5,000 ดอลลาร์ได้
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่ม MTS Gold แม่ทองสุก กล่าวว่า
เหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าจะต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การค้าทองคำ แต่เหตุการณ์นี้ได้ทิ้งคำถามสำคัญไว้ว่า “เกิดอะไรขึ้น และเราควรเดินหน้าต่ออย่างไร?”
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ มองว่าสาเหตุที่ทำให้ราคาทองร่วงแรงไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียวแต่เป็น “Perfect Storm” จาก 3 สาเหตุหลัก
1.Panic Selling หลังความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เริ่มลดลงทำให้เกิดแรงเทขายด้วยความตกใจ
2.นโยบายดอกเบี้ย การส่งสัญญาณของ Fed ผ่านมุมมองของ Kevin Warsh ว่าที่ปธ.เฟดคนใหม่ ที่อาจไม่ลดดอกเบี้ยตามคาด ทำให้กองทุนขนาดใหญ่เลือกที่จะ Liquidate หรือขายทำกำไรออกมาก่อน
3. การปรับ Margin ของ CME ขึ้นถึง 25-30% ถือเป็น “หมัดฮุก” ที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกที่ถือสถานะไว้ต้องถูกบังคับปิดสถานะ (Force Sell) จนราคาร่วงกราวรูด
นพ.กฤชรัตน์ มองว่าหลังจากนี้ราคาอาจจะต้องสร้างฐานราคาไปอีกระยะ เพื่อความมั่นคงในการปรับเพิ่มขึ้นในอนาคต
ในอดีตราคาทองคำไทยมักจะสร้างฐานทุกๆ 10,000 บาท ตั้งแต่ฐาน 42,000 บาท, 52,000 บาท จนมาถึงปัจจุบันที่กำลังพยายามสร้างฐานในช่วง 71,500 – 74,500 บาท ทำให้คาดว่ารอบนี้ตลาดต้องใช้เวลา “พักฟื้น” ในกรอบ Sideway ระหว่าง 4,650–5,000 ดอลลาร์อย่างน้อย 1 เดือน เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
“ในภาวะที่ตลาดแกว่งตัวระดับร้อยดอลลาร์ต่อวัน สิ่งที่นักลงทุนต้องมีไม่ใช่แค่ “เงิน” แต่คือ “วินัยและการบริหารพอร์ต ที่สำคัญห้ามใช้ Leverage สูงเกินไปในตลาด Gold Futures เพราะเงินของคุณอาจหายไปได้ภายใน 15 นาทีหากราคาเหวี่ยงผิดทาง” นพ.กฤชรัตน์ กล่าว
ส่วนกลยุทธ์การลงทุน ให้แบ่งพอร์ตออกเป็นหลายส่วน และทยอยซื้อตามแนวรับ ที่สำคัญการลงทุนไม่จำเป็นต้องมี Position ทุกวัน หากตลาดยังไม่ชัดเจน การ “อยู่เฉยๆ” เพื่อรอดูทิศทาง (Breakout) ก็คือกลยุทธ์อย่างหนึ่ง
แต่หากจะเข้าลงทุน ช่วงนี้แนะ”ลงซื้อ ขึ้นขาย” ในกรอบแคบๆ โดยให้แนวรับสำคัญที่ 4,700 ดอลลาร์ หรือประมาณ 71,500 บาท และแนวต้านสำหรับขายทำกำไรระยะสั้นที่ 4,950 -5,000 ดอลลาร์ หรือ 75,000 บาท
ทั้งนี้แม้จะเกิดเหตุการณ์ราคาดิ่งเหว และผันผรวนแรง แต่นพ.กฤชรัตน์ ยังยืนยันว่า ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว เพียงแต่ในระยะสั้นมีการเก็งกำไรอยู่มาก นักลงทุนจึงต้องแยกให้ออกระหว่าง “มูลค่าที่แท้จริง” กับ “อารมณ์ของตลาด”
รับชมคลิป เกาะติดทิศทางราคาทองคำวันนี้







Comments are closed.