ราคาทอง 27 พ.ค.69
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวลดลง 64 เหรียญ เมื่อวานนี้ และกลับมาทรงตัวบริเวณ 4,500 เหรียญ ขณะที่ราคาทองคำไทยหลุดระดับ 70,000 บาท ลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 69,500 บาท หลังตลาดรับรู้ประเด็นกองทัพสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายใกล้ช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ซึ่งอิหร่านระบุว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์กลับมากดดันบรรยากาศการลงทุนอีกครั้ง แม้ตลาดยังประเมินว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้าบางส่วน โดยเฟสแรกเกี่ยวข้องกับการเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ และเฟสถัดไปเกี่ยวข้องกับประเด็นยูเรเนียม แต่เหตุการณ์โจมตีล่าสุดสะท้อนว่าความเสี่ยงในพื้นที่ยังคงเปราะบาง และอาจกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
ขณะที่แรงกดดันเพิ่มเติมยังมาจากราคาน้ำมันดิบที่กลับมาปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังทรงตัวในระดับสูง โดยบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี อยู่ที่ 4.48% และบอนด์ยีลด์อายุ 30 ปี อยู่ที่ 5.01% ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนอย่างทองคำ
ด้านตลาดการเงิน ดัชนีดอลลาร์ ยังทรงตัวบริเวณ 99 จุด ขณะที่ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.64 บ.ต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.62 บ.ต่อดอลลาร์
ด้านนโยบายการเงิน ตลาดเริ่มกังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจอาจทำให้ธนาคารกลางหลักยังคงใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป โดยฝั่งยุโรปเริ่มมีสัญญาณว่า ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ตลาดบางส่วนเริ่มประเมินว่าเฟดอาจมีโอกาสกลับมาขึ้นดอกเบี้ยได้ หากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง
ด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันถือครองที่ 1,034.85 ตัน ขณะที่ตั้งแต่ต้นปีขายสุทธิ 37.13 ตัน ส่วนตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง โดย Nasdaq ทำระดับสูงสุดใหม่ทะลุ 30,000 จุด และดัชนี S&P500 ทำระดับสูงสุดใหม่บริเวณ 7,540 จุด
ขณะเดียวกัน โรงกษาปณ์หลวงอังกฤษรายงานว่า ในไตรมาสแรกยอดขายโลหะมีค่าทำสถิติสูงสุด โดยยอดขายทองคำแท่งเพิ่มขึ้น 94% และยอดขายเงินแท่งพุ่งขึ้น 1,000% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่านักลงทุนยังมองทองคำและเงินเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังอยู่ในแนวโน้ม ขาลงระยะสั้น และกลับมาทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 4,500 เหรียญ อีกครั้ง หากราคาหลุดต่ำกว่าระดับ 4,480 เหรียญ อาจเปิด Downside เพิ่มเติม และมีโอกาสปรับตัวลงลึกต่อในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม หากราคายังสามารถยืนเหนือโซน 4,500 เหรียญ ได้ จะยังมีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับในกรอบจำกัด แต่ภาพรวมยังคงต้องระมัดระวังความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางดอกเบี้ย
กลยุทธ์ในช่วงนี้ควรเน้นความระมัดระวัง รอความชัดเจนของทิศทางราคา และหลีกเลี่ยงการใช้ Leverage สูง เนื่องจากตลาดยังผันผวนตามปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,480 เหรียญ และ 4,450 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,540 เหรียญ และ 4,570 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 69,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 70,000 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEM26) แนวรับอยู่ที่ 4,480 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,540 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOM26) แนวรับอยู่ที่ 4,505 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,565 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10M26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 69,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 70,500 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำซื้อขายในกรอบ “Sideway Down” และพิจารณาการลดสถานะการซื้อลง รอให้เกิดสัญญาณกลับตัวตามกรอบแนวรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ราคาอาจปรับตัวลงต่อ พร้อมบริหารความเสี่ยง
– นักลงทุนที่ถือ Long Position
ลดสถานะการซื้อ หรือ Long position ในระยะสั้นต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงการปรับฐาน ราคาอาจจะขึ้นเพื่อลงต่อจนกว่าจะสร้างฐานราคาใหม่ได้
– นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
ขอขอบคุณ MTS Gold







Comments are closed.