ราคาทอง 25 พ.ค.69
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำเปิด Gap ดีดขึ้นราว 60 เหรียญ ก่อนปรับตัวขึ้นต่อในช่วงเช้าวันนี้ โดยแรงหนุนหลักมาจากข่าวการเจรจา แม้ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แต่หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าการพูดคุยเป็นไปด้วยดี ทำให้ตลาดเริ่มตอบรับเชิงบวกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการเจรจายังมีทั้งปัจจัยบวกและลบ โดยตลาดยังโฟกัสหลักไปที่ประเด็นการเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเริ่มส่งสัญญาณไม่ต้องการยกระดับความขัดแย้ง และต้องการหาทางออกผ่านการเจรจามากขึ้น
ขณะที่ผลประกอบการของกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ขนาดใหญ่ยังแข็งแกร่ง หนุนให้ Nasdaq ปรับขึ้นเล็กน้อยราว 0.19% ในขณะเดียวกัน เควิน วอร์ช ระบุว่า AI อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และช่วยชะลอเงินเฟ้อในระยะยาว ซึ่งอาจเปิดทางให้เฟดมีพื้นที่พิจารณาลดดอกเบี้ยได้มากขึ้นในอนาคต
ด้านตลาดการเงิน ดัชนีดอลลาร์ วันศุกร์เปิดบริเวณ 99.1 จุด ก่อนอ่อนตัวลงมาอยู่บริเวณ 98.9 จุด ในปัจจุบัน ขณะที่ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.51 บ.ต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 32.65 บ.ต่อดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาทองคำไทยเช้านี้ยังทรงตัวบริเวณ 70,000 บาทต่อบาททองคำ
ด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าขายออก 2.86 ตัน สะท้อนแรงขายบางส่วนของนักลงทุนสถาบันในระยะสั้น ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลงราว 5% มาแตะบริเวณ 98.30 เหรียญต่อบาร์เรล สะท้อนแรงกดดันด้านพลังงานที่เริ่มผ่อนคลายลง
วิเคราะห์ว่า ภาพรวมตลาดในระยะนี้ยังขึ้นอยู่กับพัฒนาการของการเปิดหรือปิด ช่องแคบฮอร์มุซ เป็นหลัก หากการเจรจาเดินหน้าได้ต่อและไม่เกิดการยกระดับความรุนแรง จะช่วยลดแรงกดดันต่อราคาน้ำมัน และสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนโดยรวม
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังอยู่ในทิศทางขาลงระยะสั้น เนื่องจากราคายังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญหลายระดับ แม้เช้านี้จะมีแรงดีดกลับจากการเปิด Gap ขึ้นมา จากระดับปิดบริเวณ 4,509 เหรียญ ขึ้นมาแถว 4,560 เหรียญ อย่างไรก็ตาม ราคายังต้องยืนเหนือแนวต้านระยะสั้นให้ได้ เพื่อยืนยันการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น จึงแนะนำให้บริหารความเสี่ยงอย่างใกล้ชิดในช่วงที่ราคายังผันผวนตามข่าวการเจรจาและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,520 – 4,480 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,590 – 4,630 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 69,400 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 70,600 บาท
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำซื้อขายในกรอบ “Sideway Down” และพิจารณาการลดสถานะการซื้อลง รอให้เกิดสัญญาณกลับตัวตามกรอบแนวรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ราคาอาจปรับตัวลงต่อ พร้อมบริหารความเสี่ยง
– นักลงทุนที่ถือ Long Position
ลดสถานะการซื้อ หรือ Long position ในระยะสั้นต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงการปรับฐาน ราคาอาจจะขึ้นเพื่อลงต่อจนกว่าจะสร้างฐานราคาใหม่ได้
– นักลงทุนที่ถือ Short Position
แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
ขอขอบคุณ MTS Gold







Comments are closed.