ราคาทอง 24 ก.พ.69
กลยุทธ์ : เตรียมซื้อถือยาว หลุดดอยอยู่ไม่ไกล
แนวรับ : $5,100 หรือ 75,500 บาท
แนวต้าน : $5,400 หรือ 79,000 บาท
วิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ 24 กุมภาพันธ์ 2569
ปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นทะลุระดับ $5,100 และนักลงทุนควรวางกลยุทธ์รับมืออย่างไรในช่วงตลาดปรับฐาน?
ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นจากความกังวลนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ความผันผวนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจากการรุกคืบของ AI และสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยมีแนวรับสำคัญที่ $5,100 หากราคายืนเหนือระดับนี้ได้ในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อสู่เป้าหมาย $5,400 ถึง $5,600
5 ตัวแปรขับเคลื่อนราคาทองคำในช่วงนี้มีอะไรบ้าง?
1. นโยบายภาษีของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางการเมือง :
แม้ก่อนหน้านี้ศาลสูงสุดจะมีคำตัดสินในบางประเด็นเกี่ยวกับการเก็บภาษี แต่การที่ฝั่งบริหารยังคงส่งสัญญาณแข็งกร้าวว่าจะใช้ช่องทางอื่นในการขึ้นภาษี (เช่น การขึ้นภาษี 10% ในระยะสั้น 3 เดือน) ทำให้ตลาดเกิดความกังวล ประเด็นนี้กลายเป็นธีมหลักที่ทำให้นักลงทุนเลือกถือครองทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงจากนโยบายเศรษฐกิจที่คาดเดาได้ยาก
นโยบายภาษีและเสถียรภาพการเมืองสหรัฐฯ ส่งผลต่อราคาทองคำอย่างไร?
การที่ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณใช้ช่องทางพิเศษในการขึ้นภาษี 10% ในระยะสั้น ทำให้ตลาดเกิดความไม่แน่นอนสูง นักลงทุนจึงเลือกถือครองทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงจากนโยบายเศรษฐกิจที่คาดเดาได้ยาก
2. การรุกคืบของ AI และผลกระทบต่อตลาดหุ้น :
นวัตกรรม AI ตัวใหม่ๆ (เช่น Agentic AI จาก Amazon หรือ Anthropic) เริ่มแสดงศักยภาพในการทำงานแทนคนได้มากขึ้น เช่น การเขียนโค้ด การจัดระเบียบข้อมูล และการทำงานด้าน Cyber Security ส่งผลให้หุ้นกลุ่ม IT ยักษ์ใหญ่โดนเทขายอย่างหนัก
แรงส่งต่อทองคำ: เมื่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง เงินทุนบางส่วนจึงไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
มุมมองระยะยาว: หาก AI ทำให้เกิดภาวะคนตกงานเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลต่อตัวเลขการจ้างงาน (Non-farm Payrolls) และอาจนำไปสู่ภาวะเงินฝืดในระยะยาวเนื่องจากประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้นแต่กำลังซื้อลดลง
ทำไมการเติบโตของ Agentic AI ถึงส่งผลบวกต่อราคาทองคำ?
เมื่อ AI เริ่มทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น หุ้นกลุ่มไอทีขนาดใหญ่จะเผชิญแรงเทขายจากความกังวลเรื่องการปรับโครงสร้างแรงงาน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเงินฝืดในระยะยาวเนื่องจากกำลังซื้อลดลง เงินทุนจึงไหลออกจากตลาดหุ้นเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
3. สถานการณ์ในอิหร่านและภูมิรัฐศาสตร์
ความตึงเครียดเรื่องดีลนิวเคลียร์ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน โดยมีการยื่นคำขาดให้ปฏิบัติตามข้อตกลง ประกอบกับการเคลื่อนไหวทางการทหารในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นและสร้างกลิ่นอายของความขัดแย้ง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อราคาทองคำ
4. บทบาท “มาเฟียโลก” ของสหรัฐฯ
การปรับเปลี่ยนท่าทีของสหรัฐฯ ในการกดดันประเทศต่างๆ อย่างเข้มงวด (เช่น กรณีการปราบปรามกลุ่มค้ายาในเม็กซิโก) สะท้อนถึงอิทธิพลที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ความดุดันมากขึ้น ความไม่แน่นอนในเสถียรภาพการเมืองระหว่างประเทศเช่นนี้ ทำให้ทองคำยังคงเป็น “หลุมหลบภัย” ที่แข็งแกร่งที่สุดในปีนี้
5. ปัจจัยทางเทคนิค: ทะลุแนวต้านสำคัญ
เมื่อราคาสามารถยืนเหนือ $5,100 ได้สำเร็จ ทิศทางของทองคำได้เปลี่ยนจาก “ไซด์เวย์” เป็น “ขาขึ้น” อย่างเต็มตัว โดยมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ระดับ $5,400
กลยุทธ์การลงทุนและแนวรับสำคัญ
ปัจจุบันทองคำไม่มีแนวต้านที่ชัดเจนขวางกั้น ทำให้ “ทางสะดวก” ในการปรับตัวขึ้นต่อ แนะนำให้หาจังหวะ “ย่อซื้อ” โดยมีแนวรับที่น่าสนใจดังนี้:
แนวรับระยะสั้น: $5,120 – $5,150 (เป็นโซนที่น่าสะสมโซนแรก)
แนวรับสำคัญ: $5,100 (หากหลุดระดับนี้ แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ประมาณ $5,030)
สรุปภาพรวม: หากภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ราคาสามารถปิดยืนเหนือ $5,100 ได้อย่างมั่นคง เดือนมีนาคมจะเป็นโอกาสทองในการเข้าลงทุนเพื่อลุ้นเป้าหมายที่สูงขึ้นไปถึง $5,500 – $5,600
ทริคการหาจุดเข้า (Entry Point) สำหรับทองคำไทย
หากพิจารณาจากค่าเฉลี่ยการเคลื่อนไหวรายวัน ให้สังเกตจุดสูงสุดของวันแล้วลบออกด้วยระยะย่อตัว:
ย่อ $50 เหรียญ: ประมาณ 500 – 750 บาท (จุดรีบาวด์ระยะสั้น)
ย่อ $100 เหรียญ: ประมาณ 1,000 – 1,500 บาท (จุดเก็บของที่ปลอดภัยขึ้น)
สรุป :
แนวรับสำคัญ: $5,100 เป็นจุดตัดสินใจหลัก หากยืนได้ทิศทางจะเป็นขาขึ้นเต็มตัว
แนวต้าน: มีโอกาสทดสอบระดับ $5,400 และขยับสู่ $5,600 ในระยะยาว
ปัจจัยหนุน : ความไม่แน่นอนทางการเมืองสหรัฐฯ, ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการดิสรัปชันจาก AI
ขอขอบคุณ : บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด







Comments are closed.