ราคาทอง 24 พ.ย.68
เจาะลึก 5 ปัจจัยราคาทองคำ: ร่วงเช้านี้ เป็น “วิกฤต” หรือ “โอกาส”?
เช้านี้ราคาทองคำมีการปรับตัวร่วงลงมาประมาณ 20 เหรียญ (หรือทองคำไทยผันผวนเล็กน้อย) อย่างไรก็ตาม การย่อตัวลงมาในจังหวะนี้ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะมีข่าวสารใหม่ๆ เกี่ยวกับธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และอัตราดอกเบี้ยเข้ามา ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ลองมาดูปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำในช่วงนี้กัน
1. สัญญาณดอกเบี้ยจากเฟด (Fed) สาขานิวยอร์ก
ปัจจัยแรกที่ต้องจับตามองคือข่าวจากเฟดสาขานิวยอร์ก ที่ส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มสูงมากที่จะมีการ “ลดอัตราดอกเบี้ย” ในเดือนธันวาคมนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตลาดยังมีความไม่แน่นอน
หากดูจาก Fed Watch Tool (เครื่องมือคาดการณ์ดอกเบี้ย) ก่อนหน้านี้โอกาสลดดอกเบี้ยอยู่ที่เพียง 34% แต่ล่าสุดตัวเลขคาดการณ์ได้พุ่งขึ้นไปสูงกว่า 70% แล้ว ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับราคาทองคำ นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานเฟดในปีหน้าที่กำลังจะมาถึง ซึ่งอาจส่งผลต่อนโยบายการเงินในระยะยาว
2. ปรากฏการณ์โยกย้ายเม็ดเงิน (Rebalancing)
หลายคนอาจสงสัยว่า “ในเมื่อข่าวลดดอกเบี้ยเป็นผลดี ทำไมราคาทองถึงร่วง?” คำตอบอยู่ที่กลไกตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่มีการปรับตัวลดลงแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
เมื่อตลาดหุ้นร่วง นักลงทุนรายใหญ่หรือกองทุนมักต้องเผชิญกับ Margin Call (การเรียกหลักประกันเพิ่ม) ทำให้ต้องเทขายสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงอย่าง “ทองคำ” เพื่อนำเงินสดไปเติมในพอร์ตหุ้น หรือบางคนขายทองทำกำไรเพื่อนำเงินไปช้อนซื้อหุ้นที่ราคาถูกลง ปรากฏการณ์นี้ทำให้ทองคำร่วงลงในระยะสั้น แต่ในระยะยาว หากตลาดหุ้นมีปัญหาฟองสบู่จริง ทองคำจะกลับมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่น่าสนใจที่สุดอีกครั้ง
3. ตัวเลขการว่างงานสหรัฐฯ
แม้ตัวเลขการจ้างงาน (Non-farm Payrolls) จะออกมาดูดี แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ “อัตราการว่างงาน” ที่ยังดูไม่ค่อยสดใส ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันให้เฟดต้องพิจารณาลดดอกเบี้ยเพื่อประคองเศรษฐกิจ
โดยปกติเฟดมักจะไม่ประกาศชัดเจนว่าจะลดดอกเบี้ยทันทีเพื่อไม่ให้ตลาดตื่นตระหนก แต่การที่สาขานิวยอร์กออกมาส่งสัญญาณและตัวเลขเศรษฐกิจชี้ไปในทางชะลอตัว ยิ่งตอกย้ำว่าการลดดอกเบี้ยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก และเป็นผลบวกต่อทองคำ
4. กราฟเทคนิครายเดือน: ลุ้นปิดสวยสิ้นเดือนพฤศจิกายน
ในช่วงโค้งสุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญได้จนถึงเวลาปิดแท่งเทียนรายเดือน (เช้าวันศุกร์ที่ 29 พ.ย. ตามเวลาไทย) จะทำให้ภาพรวมกราฟรายเดือนปิดเป็นบวก (สีเขียว)
สถิติย้อนหลังบ่งชี้ว่า ทองคำมักมีการวิ่งของราคาเฉลี่ยเดือนละประมาณ 150-250 เหรียญ หากเดือนพฤศจิกายนปิดสวย ก็มีโอกาสสูงที่เดือนธันวาคมจะเห็นราคาทองคำพุ่งขึ้นต่อตามโมเมนตัมเดิม
5. การสร้างฐานราคาใหม่และการตัดสินใจลงทุน
ในเชิงเทคนิคระยะสั้น ราคาทองคำได้ลงมาพักฐานและยืนราคาได้นิ่งๆ มาสักระยะแล้ว (ประมาณ 2-3 สัปดาห์) การที่ราคาไม่ร่วงหลุดแนวรับลึกๆ แสดงให้เห็นว่ามีการสะสมกำลังและมีแรงซื้อรออยู่
คำแนะนำสำหรับนักลงทุน:
สำหรับพอร์ตว่าง: จังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาและเริ่มยืนฐานได้ เป็นโอกาสที่ดีในการเริ่มทยอยสะสม (“แหย่” ซื้อ) ดีกว่าไปไล่ซื้อตอนราคาพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่
การบริหารความเสี่ยง: แม้แนวโน้มภาพใหญ่จะเป็นขาขึ้นจากปัจจัยดอกเบี้ยและสงครามการค้า แต่ไม่มีใครรู้อนาคต 100% นักลงทุนควรประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองว่ารับได้แค่ไหน และไม่ควรทุ่มเงินทั้งหมดจนเกินตัว
โดยสรุป ตลาดทองคำช่วงนี้แม้จะผันผวนจากการปรับพอร์ตระยะสั้น แต่ปัจจัยพื้นฐานและกราฟเทคนิคยังคงส่งสัญญาณในเชิงบวกสำหรับระยะถัดไปครับ
ขอขอบคุณ : บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด







Comments are closed.