ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (18 ส.ค.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ปรับตัวในกรอบแคบ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้
ทองคำทรงตัวแถว $4,335 หลังย่อตัวจากบริเวณ $4,450 โดยถูกกดดันจาก Bond Yield สหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ทำให้ต้นทุนการถือครองทองคำซึ่งไม่มีดอกเบี้ยสูงขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันที่ขยับตัวสูงขึ้นและความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม ทองคำยังได้รับแรงหนุนจาก ข้อมูลเงินเฟ้อและยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ ส่งผลให้ตลาดลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และให้น้ำหนักราว 65% ต่อการคงดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ซึ่งอาจกดดันดอลลาร์และช่วยพยุงทองคำ
กลยุทธ์การเทรด จากกราฟทองคำ H1 ภาพรวมระยะสั้นยังให้น้ำหนักไปทาง ขาลง (Bearish) หลังราคาทำจุดสูงสุดบริเวณ $4,435 แล้วถูกแรงขายกดลงต่อเนื่องจนเกิดโครงสร้าง Lower High และ Lower Low ปัจจุบันราคาแถว $4,340 มีโอกาสเป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้น โดยโซน $4,380–$4,392 เป็นแนวต้านสำคัญ หากราคาดีดขึ้นไปแล้วเกิดแรงขายหรือแท่งกลับตัว โซนดังกล่าวเหมาะสำหรับจับตาโอกาส Short ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ $4,316 หากหลุดมีโอกาสลงต่อหา $4,307 และ $4,298 แต่หากราคาสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ $4,392 ได้อย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณว่าภาพขาลงเริ่มอ่อนแรงและมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นหา$ 4,410–$4,435
แนวรับ 4,316 – 4,307 – 4,298 ราคาทองคำไทยประมาณ 67,665 – 67,530 – 67,390
แนวต้าน 4,380 – 4,386 – 4,392 ราคาทองคำไทยประมาณ 68,670 – 68,760 – 68,860
ขอขอบคุณ : บริษัท จีแคป จำกัด






Comments are closed.