สรุปแนวโน้มราคาทองคำและกลยุทธ์ลงทุน วันนี้ 1 พ.ค.68 – GoldAround
gold spot เปิดตลาดวันแรงงาน ดิ่งแรง $50 ร่วงทดสอบ $3,230 ด้านทองคำไทยร่วงตามเกือบ 500 บาท
มาดูภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทย เช้านี้ (1 พ.ค.) ร่วงลงแรง สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาแรกของวันลดลง 400 บาท ก่อนอีกชั่วโมงครึ่งถัดมาจะปรับขึ้น-ลง 50 บาท อีก 3 ครั้ง
ทำให้ราคาขายออกทองคำแท่ง 96.5 ณ เวลา 10.50 น. อยู่ที่ 51,450 บาท ส่วนราคารับซื้อ 51,350 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณราคาขายออก 52,250 บาท ส่วนราคารับซื้อ 50,422.16 บาท คำนวณจากเงินบาทที่ 33.57 บาทต่อดอลลาร์
หากนับตั้งแต่วานนี้จนมาถึงเช้าวันนี้ราคาทองคำไทยปรับลดลงมาแล้วร่วม 1,000 บาท แต่ภาพรวม เดือน เม.ย. ที่ผ่านมาราคาทองคำไทยยังบวกเพิ่ม 1,400 บาท
ไปดูการเคลื่อนไหวราคาทองคำ gold spot เดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ถือว่าผันผวนแรง โดยราคาได้ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 3,500 ดอลลาร์ ส่วนจุดต่ำสุดอยู่ที่ 2,956 ดอลลาร์ มีส่วนต่างเกือบ 550 ดอลลาร์ ก่อนจะปิดเดือน เม.ย. บวกมา 165 ดอลลาร์ หรือ 5.3%
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาเมื่อวานนี้ ปิดลบ 28.63 ดอลลาร์ แม้ราคาจะดีดขึ้นในช่วงต้นการซื้อขายของตลาดสหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2568 การประมาณการครั้งที่ 1 ที่หดตัว -0.3% ซึ่งเป็นการหดตัวลงในรอบ 3 ปี หลังจากที่มีการขยายตัว 2.4% ในไตรมาส 4/2567 และยังสวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าขยายตัว +0.2% ส่วนดัชนี Core PCE พื้นฐาน เดือนมี.ค. ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าปรับตัวขึ้น 0.1%
ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาแย่กว่าคาดการณ์ กระตุ้นคาดการณ์เฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 4 ครั้งปีนี้ ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่านักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน /กรกฎาคม /กันยายน และธันวาคม
อย่างไรก็ดีราคาทองคำไม่สามารถรักษาช่วงบวกไว้ได้ โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไร ขณะที่ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้น 0.23% มาแตะที่ระดับ 99.46
ส่วนประเด็นข่าวที่ต้องติดตาม
คืนนี้ สหรัฐฯ จะเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีภาคการผลิต และภาคบริการ นอกจากนั้น นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ
ในวันศุกร์นี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลข NFP เดือน เม.ย. จะเพิ่มขึ้นเพียง 129,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 228,000 ตำแหน่งใน เดือน มี.ค. และคาดว่าอัตราว่างงาน เดือน เม.ย. จะทรงตัวที่ระดับ 4.2%
ด้านตลาดจีนจะปิดทำการตั้งแต่วันที่ 1-5 พ.ค. เนื่องในวันแรงงาน ทำให้แรงซื้อทองคำอาจเบาบางลงในช่วงเวลาตลาดเอเชีย
มาดูมุมมองการลงทุนจากบริษัทค้าทองคำในไทย
ทาง YLG Bullion มองว่า
วานนี้ ราคาทองคำ gold spot ดีดกลับแต่ไม่ผ่าน 3,353 – 3,330 ดอลลาร์ ทำให้เกิดการปรับตัวลงของราคาอีกครั้ง ก่อนที่เช้าวันนี้ราคาจะหลุด 3,270-3261 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการยืนยันการปรับตัวลงต่อของราคา เพื่อปรับฐานในระยะกลาง โดยมีแนวรับที่ 3,235-3,215 ดอลลาร์ ระหว่างวันหากดีดตัวไม่ผ่าน 3,320 ดอลลาร์ จะยังคงอยู่ในแนวโน้มการปรับตัวขึ้นต่อไป หากผ่าน 3,320 ดอลลาร์ไปได้แสดงว่าการปรับฐานอาจจบแล้ว
สำหรับกลยุทธ์การลงุทน การเข้าสถานะใหม่วันนี้แนะนำดูจังหวะเปิดสถานะขายหากไม่ผ่าน 3,266 ดอลลาร์ หากผ่าน 3,266 ดอลลาร์ ไปได้ขยับจุดขายไปที่ 3,300-3,320 ดอลลาร์ ตัดขาดทุนสถานะขายถ้าผ่าน 3,320 ดอลลาร์ แล้วซื้อคืนสถานะขายหากราคาไม่หลุด 3,235-3,215 ดอลลาร์
ขณะที่ GCAP Gold มองว่า
ราคาทองคำ gold spot หลุดแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น โดยยืนยันการเบรกลงในวันพุธที่ผ่านมา ราคาปิดต่ำกว่าระดับแนวรับของเส้นแนวโน้มขาขึ้นที่ 3,351 ดอลลาร์ เปิดทางให้มีโอกาสปรับตัวลงต่อ ขณะที่ดัชนี RSI 14 วัน ยังคงอ่อนตัวลง
ทั้งนี้ ราคาทองคำต้องรักษาระดับเส้นค่าเฉลี่ย 21 วัน (SMA) ที่ 3,230 ดอลลาร์ บนกราฟรายวันให้ได้ เพื่อการฟื้นตัว หากยืนได้มีโอกาสดีดกลับไปทดสอบแนวต้านใหม่ของกรอบขาขึ้นเดิมที่กลายเป็นแนวต้านที่ 3,383 ดอลลาร์ โดยมีเงื่อนไขต้องผ่านระดับสูงสุดของวันก่อนหน้าที่ 3,328 ดอลลาร์ ให้ได้ก่อน
ในทางกลับกัน หากราคาหลุดและปิดต่ำกว่า SMA 21 วัน ที่ 3,230 ดอลลาร์ อย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่การร่วงลง สู่ระดับจิตวิทยาที่ 3,150 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปอยู่ที่ค่าเฉลี่ย 50 วัน (SMA 50) ที่บริเวณ 3,081 ดอลลาร์
กลยุทธ์การลงทุน แนะรอซื้อ 3,221 ดอลลาร์ มีแนวรับที่ 3,221 / 3,213 และ 3,203 ดอลลาร์ มีจุด stop loss ที่ 3,200 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 3, 265 / 3, 273 และ 3,282 ดอลลาร์
ด้าน ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า
ราคาทองคำ gold spot ยังคงเคลื่อนตัวในแดนลบ โดยหลังจากที่หลุดระดับ 3,270 ดอลลาร์ ลงมาแนวโน้มจึงเข้าสู่ขาลงอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามอาจยังมีแรงซื้อเข้าตามแนวรับเป็นระยะ
ทั้งนี้ ยังแนะนำใช้กลยุทธ์เชิงรับในการเช้าซื้อสะสมบริเวณแนวรับสำคัญที่ 2,950-3,050 ดอลลาร์ แต่ในสัปดาห์นี้ลุ้นทดสอบ 3,150 ดอลลาร์ ก่อน
ปิดท้ายที่ เล่งหงษ์ คอมโมดิตีส์
ให้แนวรับรายวันที่ 3,212 และ 3,200 ดอลลาร์ ส่วนแนวต้านรายวันอยู่ที่ 3,262 และ 3,274 ดอลลาร์







Comments are closed.