ราคาทอง 2 ก.พ.69
กลยุทธ์ : ปิดแก็บใหญ่ ลุ้นรีบาวน์
แนวรับ : 4,600 = 70,000
แนวต้าน : 4,900 = 74,500
ราคาซื้อขายทองคำในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้ เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจและไม่เป็นไปตามคาดการณ์เดิม หลังจากที่ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี จนหลายคนคุ้นชินกับการเปิดตลาดวันจันทร์ด้วยราคาที่ขยับตัวสูงขึ้น (Open Gap) แต่ในเช้าวันนี้ราคากลับดิ่งลงอย่างรุนแรงจนหลุดระดับ 70,000 บาท มาอยู่ที่ประมาณ 69,900 บาท ขณะที่ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ก็ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 4,585 ดอลลาร์
กลยุทธ์การลงทุน: “Grid Trading” และการบริหารเงินเย็น
ในสภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูงเช่นนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เน้นการ เก็งกำไรระยะสั้น เป็นหลัก โดยใช้กลยุทธ์ Grid Trading หรือการวางโซนซื้อขายเป็นชั้นๆ
ช่วงความผันผวน: ปัจจุบันทองคำเหวี่ยงตัวอยู่ที่ประมาณ 130 ดอลลาร์ต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาทองไทยบวกหรือลบได้ถึง 1,500 – 2,000 บาท ภายในระยะเวลาสั้นๆ
การวางโซน: แนะนำให้แบ่งไม้ซื้อโดยเว้นระยะห่างกันประมาณ 1,500 บาท เช่น หากซื้อไม้แรกที่ 71,000 บาท ไม้ถัดไปอาจรอที่ 69,500 บาท
ย้ำเรื่อง “เงินเย็น”: แม้ราคานี้จะดูเหมือนการ “ติดดอย” แต่ในรอบวัฏจักรนี้ การติดดอยทองคำอาจใช้เวลาไม่นาน (ประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 3 เดือน) การใช้เงินเย็นจะช่วยให้คุณถือรอการรีบาวด์ (Rebound) ได้โดยไม่เดือดร้อน
5 ปัจจัยสำคัญที่เขย่าราคาทองคำ
สาเหตุที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงและมีความผันผวน มาจากปัจจัยที่ซ้อนทับกันทั้งด้านเทคนิคและการเมืองโลก ดังนี้:
1. การมาของ Kevin Warsh (ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่)
ตลาดเกิดความกังวลหลังมีการเสนอชื่อ Kevin Warsh ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เนื่องจากเขาเป็นสาย “เหยี่ยว” (Hawk) ที่พร้อมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทันทีหากเงินเฟ้อสูง หรืออาจลดดอกเบี้ยอย่างรุนแรงตามนโยบายของทรัมป์ ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ตลาดเลือกที่จะเทขายทองคำเพื่อลดความเสี่ยง
2. การเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ
ราคาทองคำที่เคยพุ่งสูงก่อนหน้านี้ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) แต่เมื่อเริ่มมีการตั้งโต๊ะเจรจากันระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ความตึงเครียดที่ลดลงจึงกลายเป็นสัญญาณขาย (Sell on Fact) ในตลาดทองคำ
3. ปัญหาการปิดหน่วยงานรัฐ (Government Shutdown)
แม้จะมีข่าวเรื่อง Partial Shutdown ในสหรัฐฯ ซึ่งปกติมักจะเป็นผลบวกต่อทองคำ แต่ครั้งนี้ราคากลับทำ New Low เนื่องจากตลาดมองว่าเป็นเพียงปัญหาทางการเมืองภายในของพรรคอพับลิกัน และคาดว่าจะจบลงในระยะเวลาอันสั้น
4. อัตราดอกเบี้ยในญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นเริ่มขยับอัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น ส่งผลกระทบต่อกลุ่มนักลงทุนที่เคย “กู้เงินเยน” มาลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก (Carry Trade) เมื่อต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น นักลงทุนบางส่วนจึงจำเป็นต้องขายสินทรัพย์รวมถึงทองคำเพื่อนำเงินไปชำระหนี้หรือเติมหลักประกันในหุ้น
5. ข่าวฉาว Epstein Files
ประเด็นดราม่าทางการเมืองในสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องในคดี Epstein ซึ่งมีชื่อบุคคลสำคัญและนักการเมืองติดร่างแหไปด้วย แม้จะไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรงกับราคาทองคำ แต่ก็สร้างความวุ่นวายและความไม่แน่นอนในภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
สรุปและทิศทางต่อไป
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำได้ลงมาปิด Gap และแตะแนวรับสำคัญที่ 4,600 ดอลลาร์ แล้ว หากในสัปดาห์นี้สามารถรีบาวด์กลับไปยืนที่ 75,000 บาท ได้ สัปดาห์หน้าก็มีลุ้นที่จะกลับไปทดสอบระดับ 77,000 – 78,000 บาท อีกครั้ง
ขอขอบคุณ : บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด







Comments are closed.