ราคาทอง 6 ก.ค.69
ทิศทางราคาทองคำ
ภาพรวมราคาทองคำดีดตัวขึ้นต่อเนื่องจากช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเช้าวันนี้ได้รับแรงซื้อจากตลาดเอเชีย หนุนให้ราคาขยับขึ้นใกล้ทดสอบบริเวณ 4,200 เหรียญ สะท้อนแรงฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นหลังผ่านช่วงปรับฐานแรงก่อนหน้า ปัจจัยหนุนยังมาจากมุมมองดอกเบี้ยในตลาดเริ่มเปลี่ยนไป หลังถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ในสัปดาห์ก่อน ที่ส่งสัญญาณว่าแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มลดลง ทำให้ตลาดกลับมาตีความว่าเฟดอาจไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน ค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลงมาอยู่บริเวณ 100.87 จุด จากจุดสูงสุดสัปดาห์ก่อนที่ 101.59 จุด หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มอ่อนแอลง โดยเฉพาะตัวเลข Nonfarm Payrolls รวมถึงปัจจุยหนุนจากราคาน้ำมันปรับลงมาที่ระดับ70 เหรียญ ต่ำกว่าช่วงเกิดสงคราม ขณะที่กลุ่ม OPEC มีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิตอีก 188,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันเพิ่มเติม
ขณะที่ JPMorgan ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำ หลังมองว่าเฟดยังมีท่าทีเข้มงวดกว่าคาด และตลาดยังประเมินว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ โดยปรับลดเป้าหมายทองคำไตรมาส 4 เหลือ 4,500 เหรียญ จากเดิมที่ 6,000 เหรียญ ภายในสิ้นปี อย่างไรก็ตามภาพรวมใหญ่ยังมองบวกต่อราคา และเป้าหมายดังกล่าวยังอยู่สูงกว่าราคาปัจจุบัน
สำหรับสัปดาห์นี้ นักลงทุนจับตารายงานการประชุม FOMC เดือนมิถุนายน ที่จะเปิดเผยในวันพุธ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของ Kevin Warsh เพื่อประเมินท่าทีของเฟดต่อเงินเฟ้อ เศรษฐกิจ และแนวโน้มดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำเริ่มเกิด Technical Rebound และมีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น เริ่มเข้าสู่ภาวะ Bottom Out หลังอินดิเคเตอร์หลายตัวเริ่มส่งสัญญาณกลับตัว รวมถึงเกิดสัญญาณ Divergence ระยะสั้นประเมินว่าราคาทองคำเริ่มเปลี่ยนจากกรอบ Sideway Down มาเป็น Sideway Up แต่ยังคงระมัดระวังความผันผวน โดยยังแนะนำซื้อขายตามกรอบ และรอจังหวะย่อตัวใกล้แนวรับเพื่อทยอยเข้าซื้อ ขณะที่นักลงทุนระยะยาวยังสามารถทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัวได้ต่อเนื่อง
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,130 เหรียญ และ 4,100 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,220 เหรียญ และ 4,250 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 65,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 66,000 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEQ26) แนวรับอยู่ที่ 4,145 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,235 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOU26) แนวรับอยู่ที่ 4,180 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,270 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10Q26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 65,500 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 66,500 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบระยะสั้น ตามแนวโน้ม “Sideway Up” รอย่อซื้อมาราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคาในแนวโน้มการปรับฐานในภาพใหญ่
-นักลงทุนที่ถือ Long Position
ทยอยปิดทำกำไรเป็นรอบๆ เน้นเทรดระยะสั้นลง รอจังหวะเปิดสถานะใหม่เมื่อราคาย่อตัว เฝ้าติดตามราคาทองคำระหว่างวัน
– นักลงทุนที่ถือ Short Position
ยังไม่แนะนำให้ถือสถานะ Short หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
ขอขอบคุณ MTS Gold







Comments are closed.