ราคาทอง 23 ก.พ.69
ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากวันศุกร์ โดยปัจจุบันปรับตัวขึ้นมาที่ระดับ 5,160 เหรียญ จากตัวเลข GDP สหรัฐฯ ที่ชะลอตัว ประกอบกับปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย ล่าสุดอิหร่านและสหรัฐฯ เตรียมจัดการเจรจานิวเคลียร์รอบที่สามในวันพฤหัสบดีนี้ที่นครเจนีวา โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่าพร้อมแสดงความยืดหยุ่น หากสหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งยังต้องติดตามท่าทีทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด ในขณะเดียวกัน ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีมติยกเลิกนโยบายกำแพงภาษีระดับโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยชี้ว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้มีการประกาศขึ้นภาษีทั่วโลก 10% และต่อมาได้ปรับขึ้นเป็น 15% สร้างความไม่แน่นอนต่อทิศทางการค้าโลก จึงเป็นปัจจัยผลักดันราคาทองคำและกลุ่มโลหะมีค่าปรับตัวสูงขึ้น
ด้านกองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าไม่เปลี่ยนแปลงสถานะ ขณะที่ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึงปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 6.76 ตัน โดยนักวิเคราะห์หลายรายยังมองว่าทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อในระยะถัดไป
ด้านค่าเงิน ดัชนีดอลลาร์ อ่อนค่าจากบริเวณ 97.9 จุด ลงมาแถว 97.4 จุด เป็นแรงหนุนสำคัญต่อราคาทองคำ ขณะที่ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ 31.02 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 31.21 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นตามตลาดโลก
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ภาพรวมราคาเคลื่อนตัวในทิศทาง “Sideway Up” โดยราคาทองคำเกิดสัญญาณ Breakout จากภาวะสะสมกำลัง (Accumulation Phase) บริเวณ 5,100 เหรียญ ก่อนปรับขึ้นมาทดสอบบริเวณ 5,170 เหรียญ ส่งผลให้แนวโน้มระยะสั้นถึงกลางกลับเข้าสู่ทิศทางขาขึ้น โดยประเมินเป้าหมายถัดไปที่บริเวณ 5,300 เหรียญ
ประเมินกรอบระยะสั้นของราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 5,120–5,090 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 5,200–5,230 เหรียญ ส่วนราคาทองคำในประเทศ ประเมินแนวรับอยู่ที่ระดับ 75,000 บาท และแนวต้านที่ระดับ 76,200 บาท
สำหรับ Gold Online Futures คาดว่าจะมีแนวรับที่ 5,145 เหรียญ และแนวต้านที่ 5,225 เหรีย ส่วน Gold COMEX คาดว่าจะมีแนวรับที่ 5,140 เหรียญ และแนวต้านที่ 5,220 เหรียญ ขณะที่ Gold Futures Series G26 จะมีแนวรับที่ระดับ 75,400 บาท และแนวต้านที่ระดับ 76,600 บาท
สำหรับ Silver ปรับขึ้นกว่า 15% จากบริเวณ 75 เหรียญ สู่ระดับประมาณ 86 เหรียญ สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้ามาอย่างชัดเจน โดยประเมินแนวรับที่ 78 เหรียญ และแนวต้านที่ 88 เหรียญ
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำให้ซื้อขายในกรอบ ตามแนวโน้ม “Sideway Up” รอซื้อมาราคาย่อตัว และแบ่งขายปิดทำกำไรตามกรอบแนวต้าน ทั้งนี้ควรระมัดระวังความผันผวนของราคา
-นักลงทุนที่ถือ Long Position
ทยอยปิดทำกำไรเป็นรอบๆ เน้นเทรดระยะสั้นลง รอจังหวะเปิดสถานะใหม่เมื่อราคาย่อตัว เฝ้าติดตามราคาทองคำระหว่างวัน
– นักลงทุนที่ถือ Short Position
ยังไม่แนะนำให้ถือสถานะ Short หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
ขอขอบคุณ : บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS GOLD)







Comments are closed.