ราคาทอง 19 พ.ย.68
กลยุทธ์ Sideway สร้างฐานใหม่
แนวรับ 4000$ = 61,700
แนวต้าน 4170$ = 63,500
1. สัญญาณเตือน! ตลาดหุ้นร่วงหนัก กระแสเงินไหลเข้า ‘Safe Haven’
การที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (S&P 500, Nasdaq) และตลาดทั่วโลกปรับตัวลงอย่างรุนแรงติดต่อกันหลายวันสะท้อนถึง ความกังวล (Risk-off) ของนักลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น จากทั้งผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทใหญ่ (เช่น Home Depot) และความกังวลต่อมูลค่าหุ้น AI ที่ตึงตัว ภาวะนี้ส่งผลให้เงินทุนเริ่มไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ซึ่งได้แก่ ทองคำ และ พันธบัตรสหรัฐฯ (สังเกตได้จาก Bond Yields 10 ปีที่ลดลง) เป็นปัจจัยบวกหลักที่หนุนให้ราคาทองคำกลับมาเพิ่มขึ้นได้แม้จะมีปัจจัยลบอื่นเข้ามากดดัน
2. ดอลลาร์แข็ง…แต่ทำอะไรทองไม่ได้! Fed ยังมีรอยร้าวเรื่องดอกเบี้ย
แม้ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอย่างเยนและยูโร ซึ่งปกติแล้วจะกดดันราคาทองคำ แต่ประเด็นที่น่าสนใจกว่าคือ ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินของ Fed Thomas Barkin ประธาน Richmond Fed ชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในจุดที่ “ไม่น่าดึงดูด” โดยมีทั้งเงินเฟ้อสูงและอัตราการว่างงานที่กำลังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้คณะกรรมการ FOMC ยังคงแบ่งเป็นสองฝ่ายว่าจะ ลดดอกเบี้ย หรือ คงดอกเบี้ย ในการประชุมเดือน ธ.ค. ความไม่ชัดเจนนี้เองที่ จำกัดการแข็งค่าของดอลลาร์ และทำให้นักลงทุนบางส่วนยังคงถือทองคำไว้เพื่อรอความชัดเจน
3. ศึกชิง ‘ประธาน Fed’ ทรัมป์ส่งสัญญาณลุ้นลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น
ประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดคือ การที่โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเลือกประธาน Fed คนใหม่ แม้จะยังไม่เปิดเผยชื่อ แต่ทรัมป์ยืนยันว่าต้องการให้ประธานคนใหม่มีท่าทีในการ ลดอัตราดอกเบี้ยที่เร็วกว่า ที่เจอโรม พาวเวลล์ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน หากประธาน Fed คนใหม่ถูกแต่งตั้งและมีแนวคิดแบบ ‘Dovish’ (เน้นการผ่อนคลายนโยบายการเงิน) ก็จะเป็นการส่งสัญญาณว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯ อาจถูกปรับลดลงเร็วขึ้นกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งจะเป็น ปัจจัยบวกที่ทรงพลังมากที่สุด ในการผลักดันราคาทองคำให้พุ่งสูงขึ้น
4. ตลาดแรงงานแผ่ว! ตัวเลขว่างงานสูง กดดัน Fed ผ่อนคลายนโยบาย
ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกออกมาที่ 232,000 ราย และจำนวนผู้รับสวัสดิการต่อเนื่อง (Continuing Claims) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.957 ล้านราย แม้ว่าจะเผยแพร่ล่าช้าและต้องประเมินผ่านข้อมูลรายรัฐเนื่องจากปัญหา Government Shutdown แต่ก็เป็น สัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ กำลังอ่อนแอลง โดยเฉพาะตัวเลขต่อเนื่องที่เพิ่มขึ้น แสดงว่าผู้ที่ตกงานแล้วยังหางานใหม่ได้ยากขึ้น ข้อมูลแรงงานที่ชะลอตัวนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มน้ำหนักให้ Fed ต้องพิจารณาการผ่อนคลายนโยบายการเงิน (ลดดอกเบี้ย) ในอนาคต ซึ่งเป็นผลดีโดยตรงต่อราคาทองคำ
5. ปัจจัยด้านเทคนิค
แนวรับ 4000$ = 61,700
แนวต้าน 4170$ = 63,500
ในระยะสั้นหลังทองคำมีการปรับฐานจากบริเวณ 4230$ ลงมาทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4000$ ก่อนจะเกิดการรีบาวน์ ในระยะสั้นทองคำอาจจะสร้างฐานใหม่บริเวณ 4000 – 4200 $ ไปก่อน และหลังจากนั้นหาก Break แนว 4200 ไปได้มีโอกาสที่จะขึ้นเทส All Time High ใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ขอขอบคุณ : บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด






Comments are closed.