ราคาทอง 23 ก.ค.68
กลยุทธ์ : ขึ้นต่อเนื่อง
แนวต้าน : $3,450 / ฿52,350
แนวรับ : $3,370 / ฿51,600
สรุปภาพรวมสถานการณ์
ตลาดหุ้นเอเชียและ S&P 500 Futures เปิดบวก รับข่าวเชิงบวกจากการที่สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับฟิลิปปินส์และญี่ปุ่น โดยมีการลดภาษีนำเข้าและตกลงด้านการลงทุนที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณเลื่อนเส้นตายการเจรจาการค้ากับจีนออกไปอีก 90 วัน ช่วยหนุนบรรยากาศตลาดในเชิงบวก
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังคงยืนยันเดินหน้าจัดเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่จากหลายประเทศในวันที่ 1 ส.ค. รวมถึงเสนอจัดเก็บภาษีทองแดงในอัตราสูงถึง 50% ส่งผลให้ราคาทองแดงพุ่งสูงขึ้น
ในฝั่งของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) อายุ 10 ปี ขยับขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงยืนยันแนวโน้มทยอยขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้รัฐบาลญี่ปุ่นอาจเผชิญความเสี่ยงในการสูญเสียเสียงข้างมากในสภา โดยคาดว่า BOJ จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5% ในการประชุมสัปดาห์หน้า
ในจีน รัฐบาลส่งสัญญาณควบคุมอุตสาหกรรมถ่านหินเพื่อลดปัญหาอุปทานล้นตลาด และรับมือภาวะเงินฝืด ขณะที่นักลงทุนจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงเข้าซื้อหุ้นฮ่องกงอย่างต่อเนื่อง หนุนดัชนี Hang Seng China Enterprises Index ปรับตัวขึ้น
ทางฝั่งยุโรป สหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณามาตรการตอบโต้ หากการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ล้มเหลว โดยเฉพาะในกรณีที่สหรัฐฯ เดินหน้าเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 30% จากสินค้า EU
ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ สหรัฐฯ เผชิญเหตุการณ์แฮกเกอร์ที่เชื่อว่าได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน เจาะระบบของหน่วยงานด้านความมั่นคงนิวเคลียร์ (NNSA) สะท้อนความเปราะบางของระบบไซเบอร์ภาครัฐ
สำหรับประเทศไทย คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง นายวิทัย รัตนากร เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่ เพื่อดำเนินบทบาทในการประสานนโยบายการเงินและการคลัง
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
ความคืบหน้าในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนและ EU รวมถึงการบังคับใช้นโยบายภาษีของสหรัฐฯ ในวันที่ 1 สิงหาคม
ทิศทางนโยบายการเงินของ BOJ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองในญี่ปุ่น
ผลกระทบจากมาตรการควบคุมอุตสาหกรรมถ่านหินของจีนต่อภาวะเงินเฟ้อและราคาวัตถุดิบ
ความเคลื่อนไหวด้านความมั่นคงไซเบอร์ และผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
นโยบายของผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่ และทิศทางในการประสานนโยบายการเงินและการคลังของไทย
บทวิเคราะห์ทางเทคนิค
ตลาดฟิวเจอร์สทองคำมีแรงซื้อเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความต้องการรับมอบทองคำจริงในปริมาณมาก ส่งผลให้ราคาฟิวเจอร์สและราคาทองคำปัจจุบันเกิดส่วนต่าง (spread) ที่กว้างผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณที่พบได้ไม่บ่อย
ด้วยปัจจัยดังกล่าว เราจึงปรับมุมมองว่า การปรับขึ้นรอบนี้มีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) ได้ หากราคาทะลุแนวต้าน $3,450 ได้สำเร็จ เป้าหมายถัดไปที่ $3,500 ก็ถือว่าอยู่ไม่ไกลนัก
คำแนะนำ:
สำหรับผู้ที่ถือครองอยู่ แนะนำให้ใจเย็นและถือรอต่อไป ยังไม่ควรรีบร้อนขาย
สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เข้าซื้อ ไม่แนะนำให้ไล่ราคาซื้อ ณ จุดนี้ แม้โอกาสปรับขึ้นจะมีมากกว่า แต่หลักการลงทุนที่ดีควรยึด “ความปลอดภัย” เป็นหลัก
ขอขอบคุณ : บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด







Comments are closed.