ราคาทอง 27 ม.ค.69
กลยุทธ์: อันตรายความผันผวนสูง โครงสร้างขาขึ้นเปราะบาง
- แนวรับ: $4,990$ หรือ $74,000$ บาท
- แนวต้าน: $5,100$ หรือ $75,100$ บาท
ราคาทองคำในช่วงต้นปี 2026 สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับนักลงทุนอย่างมาก โดยราคาในประเทศไทยพุ่งสูงถึง 75,000 บาท ขณะที่ราคาทองคำโลกทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในเวลาเพียงไม่ถึงเดือน ทั้งที่มีการคาดการณ์กันว่าระดับราคานี้อาจจะได้เห็นในช่วงกลางหรือปลายปีมากกว่า
เบื้องหลังการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงนี้มาจาก 5 ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตามอง ดังนี้ครับ:
1. ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ (อิหร่าน-สหรัฐฯ)
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงที่สุดคือความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกาที่ทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นสูงสุด มีการเคลื่อนไหวทางการทหารที่น่ากังวลในเขตน่านน้ำอิหร่าน ซึ่งกระตุ้นให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อย่างรวดเร็ว
2. นโยบายกำแพงภาษีของ โดนัลด์ ทรัมป์
นโยบายเศรษฐกิจภายใต้การนำของทรัมป์สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก โดยเฉพาะการประกาศขึ้นภาษีนำเข้ากับประเทศพันธมิตรอย่างเกาหลีใต้ถึง 25% รวมถึงการเล็งเป้าหมายไปที่จีนและประเทศอื่น ๆ มาตรการเหล่านี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการต่อรองทางการเมือง ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนให้กับระบบเศรษฐกิจโลก จนนักลงทุนหันมาสะสมทองคำแทน
3. การจับตามองท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
ในสัปดาห์ส่งท้ายเดือนมกราคมนี้ ตลาดกำลังรอฟังผลการประชุมของ Fed เกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย แม้จะยังไม่มีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนเนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านประธาน Fed คนใหม่ แต่การที่ราคาทองคำและตลาดหุ้นตอบรับไปล่วงหน้าแล้ว ทำให้ทุกคำประกาศของ Fed กลายเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลให้ราคาทองคำผันผวนได้ทุกเมื่อ
4. แรงซื้อจากธนาคารกลางและกองทุน ETF
กลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ ทั้งธนาคารกลางและกองทุนทองคำทั่วโลก เริ่มมีการปรับสมดุลพอร์ต (Rebalancing) โดยหันมาถือครองทองคำเพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากนโยบายที่คาดเดายากของสหรัฐฯ แรงซื้อต่อเนื่องนี้ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายในตลาดสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
5. ค่าเงินบาทที่ยังอ่อนค่า
ค่าเงินบาทยังคงทรงตัวในระดับที่อ่อนค่า (ไม่หลุดระดับ 38 บาทต่อดอลลาร์) เนื่องจากความกังวลเรื่องสงคราม เมื่อราคาทองคำโลกพุ่งสูงขึ้นบวกกับเงินบาทที่อ่อนค่า จึงกลายเป็นแรงส่ง “สองเด้ง” ที่ทำให้ราคาทองคำแท่งในไทยทะยานแตะระดับ 75,000 บาท ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
คำแนะนำสำหรับนักลงทุน
ในขณะที่เป้าหมายถัดไปถูกมองไว้ที่ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่นักลงทุนควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากราคานี้ขับเคลื่อนด้วย “ข่าวการเมือง” เป็นหลัก ซึ่งมีความผันผวนสูงมาก
- สำหรับมือใหม่: หากรับความเสี่ยงจากการ “พักฐาน” หรือราคาที่อาจร่วงลง 3,000-4,000 บาท ในระยะสั้นไม่ได้ ไม่แนะนำให้ไล่ราคาตามกระแส
- สำหรับผู้ที่มีของอยู่แล้ว: แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรออกมาบ้าง (ประมาณ 50-70% สำหรับสายเก็งกำไร) และถือส่วนที่เหลือไว้ลุ้นเป้าหมายถัดไป
สรุป: ทองคำยังเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่ง แต่ความเปราะบางของราคาที่ขึ้นแรงเกินไปคือความเสี่ยงที่ทุกคนต้องวางแผนรับมือให้ดี
ขอขอบคุณ : บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด







Comments are closed.