ทองคำยังเนื้อหอม “ธนาคารกลางทั่วโลก” เดินหน้ากวาดซื้อเข้าพอร์ต
ทองคำยังเนื้อหอม “ธนาคารกลางทั่วโลก” เดินหน้ากวาดซื้อเข้าพอร์ตต่อเนื่อง นำโดยโปแลนด์และบราซิล
ในโลกของการเงินที่เต็มไปด้วยความผันผวน ดูเหมือนว่า “ทองคำ” จะยังคงเป็นสินทรัพย์ Safe Haven ที่ธนาคารกลางทั่วโลกให้ความไว้วางใจอย่างไม่เสื่อมคลาย
ล่าสุดรายงานจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) เผยให้เห็นเทรนด์การสะสมทองคำที่น่าสนใจในช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดย Marissa Salim หัวหน้าทีมวิจัยจาก World Gold Council ระบุว่า
ในเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิรวมถึง 45 ตัน ส่งผลให้ยอดรวมตั้งแต่ต้นปีพุ่งสูงเกือบ 300 ตัน โดยมีฟันเฟืองหลัก คือ ธนาคารกลางในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets)
ใครคือ “เจ้าบุญทุ่ม” ในตลาดทองคำ?
1. โปแลนด์ ครองแชมป์ผู้ซื้อรายใหญ่ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 โดยในเดือน พ.ย. กวาดไปอีก 12 ตัน ทำให้ตอนนี้โปแลนด์มีทองคำสำรองรวมถึง 543 ตัน (คิดเป็น 28% ของเงินสำรองทั้งหมด) และหากนับรวมทั้งปี โปแลนด์ซื้อไปแล้วกว่า 95 ตัน ซึ่งมากกว่าอันดับสองอย่างคาซัคสถานเกือบเท่าตัว!
2. บราซิล ก็ไม่น้อยหน้า ซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยเติมเข้าพอร์ตอีก 11 ตัน รวม 3 เดือนล่าสุด สะสมทองคำไปแล้วถึง 43 ตัน
3. นอกจากนี้ ยังมี อุซเบกิสถาน (10 ตัน), คาซัคสถาน (8 ตัน) รวมถึง จีน อินโดนีเซีย และสาธารณรัฐเช็ก ที่ต่างพากันตุนทองคำเข้าคลังอย่างพร้อมเพรียง
ในขณะที่หลายประเทศแย่งกันซื้อ แต่มีเพียง จอร์แดน และ กาตาร์ เท่านั้นที่เป็นผู้ขายสุทธิในปริมาณเพียงเล็กน้อย (รวม 3 ตัน) สะท้อนว่าความต้องการถือครองทองคำในระดับรัฐบาลนั้น “แข็งแกร่ง” กว่าการเทขายอย่างเห็นได้ชัด
ก้าวสู่ปี 2026 แรงซื้อถึงยังไม่แผ่ว
ยักษ์ใหญ่ด้านการเงินอย่าง J.P. Morgan มองข้ามช็อตไปถึงปี 2026 โดยคาดการณ์ว่า
ธนาคารกลางจะยังคงเป็น “เสาหลัก” สำคัญที่ค้ำยันราคาทองคำไว้ แม้ว่าปริมาณการซื้ออาจจะไม่ทำสถิติสูงสุดเหมือนช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ที่เคยซื้อมากกว่า 1,000 ตันต่อปี) แต่ตัวเลขคาดการณ์ที่ 755 ตัน ก็ยังถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก
Gregory Shearer จาก J.P. Morgan อธิบายว่า นี่ไม่ใช่เรื่องของความเชื่อมั่นที่ลดลง แต่เป็นเรื่องของ “ราคา” เมื่อราคาทองคำพุ่งทะยานไปแตะระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ธนาคารกลางจึงไม่จำเป็นต้องซื้อใน “เชิงปริมาณ (ตัน)” จำนวนมากเท่าเดิม เพื่อให้ได้สัดส่วนมูลค่าทองคำในพอร์ตตามเป้าหมายที่วางไว้
ทั้งนี้ การที่ธนาคารกลางยังคงเดินหน้าซื้อทองคำท่ามกลางราคาที่สูงเป็นประวัติการณ์ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ความมั่นคงเชิงโครงสร้าง สำคัญกว่ากำไรระยะสั้น
ซึ่งทองคำไม่ได้เป็นแค่เครื่องประดับหรือสินทรัพย์เก็งกำไรอีกต่อไป แต่มันคือ “เกราะกำบัง” ทางเศรษฐกิจที่ทุกประเทศต้องมีติดคลังไว้ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ที่มา: kitco.com







Comments are closed.