ราคาทอง 10 มิ.ย.69
ทองดิ่งทดสอบด่าน $4,180 ชวนตั้งรับไม้สุดท้ายดักทาง “Buy on Fact” ลุ้นรีบาวด์ใหญ่
ทองคำปรับฐานแรงรับศึกสภาพคล่
ราคาทองคำเคลื่อนไหวในโซนปรับฐานลึกเน้นกลยุทธ์ “ทยอยสะสมเมื่อราคาย่อตัว รอจังหวะรีบาวด์ใหญ่” ในกรอบแนวรับ $4,150 – แนวต้านเหนือ $4,300 ขึ้นไป (65,000 บาท) ล่าสุดราคาทองคำปรับตัวลงแรงต่อเนื่องไหลลงมาใกล้บริเวณ $4,180 ดอลลาร์ สะท้อนความกังวลเรื่องสภาพคล่องโลกและทิศทางดอกเบี้ยที่กลับมากดดันสินทรัพย์แทบทุกประเภท อย่างไรก็ตาม การปรับฐานรอบนี้เป็นจังหวะทยอยสะสมมากกว่าการไล่ขาย เนื่องจากภาพใหญ่ระยะกลางถึงยาวยังมีปัจจัยหนุนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์คอยค้ำจุนอยู่
5 ปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางทองคำ
- 1. CPI และ PPI สหรัฐฯ จุดชี้วัดแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่: ตลาดกำลังจับตาการประกาศตัวเลข CPI และ PPI ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายดอกเบี้ยในระยะถัดไป หากเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อ Fed และทำให้ตลาดกังวลว่าดอกเบี้ยอาจต้องตรึงสูงนานขึ้นหรืออาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม นอกจากนี้ ญี่ปุ่นก็เป็นอีกจุดที่ต้องเฝ้าระวังหลังตัวเลข PPI ล่าสุดสูงกว่าคาด และกำลังรอดูดชนี CPI ในสัปดาห์ถัดไป ซึ่งหากเงินเฟ้อญี่ปุ่นเร่งตัวขึ้น อาจบีบให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต้องคุมเข้มนโยบายการเงินและส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องโลกซ้ำเติม
- 2. ธนาคารกลางโลกส่งสัญญาณร่วม กดดันสภาพคล่องสินทรัพย์เสี่ยง: ปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำในช่วงนี้คือทิศทางของกลุ่มธนาคารกลางหลักทั่วโลก โดยญี่ปุ่นมีโอกาสสูงที่จะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมช่วงกลางเดือนนี้ ขณะที่ยุโรปเริ่มมีสัญญาณเรื่องดอกเบี้ยเช่นกัน ส่วนสหรัฐฯ ตลาดยังรอจับตาการประชุม Fed และถ้อยแถลงสำคัญในวันที่ 18 มิถุนายน หากธนาคารกลางหลักเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกันจะกดดันทองคำในระยะสั้นจากสภาพคล่องที่ลดลงและต้นทุนการถือครองที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หากตลาดรับรู้ข่าวร้ายไปมากแล้ว อาจเกิดภาวะ “Buy on Fact” หนุนให้สัปดาห์หน้าทองคำมีโอกาสรีบาวด์แรงได้
- 3. ปมขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่าน ตัวแปรสองคมต่อราคาทองคำ: สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์โจมตีเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนของสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะลุกลาม แต่ในขณะเดียวกัน สัญญาณจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่าการเจรจากับอิหร่านมีทิศทางที่ค่อนข้างดี ตลาดจึงยังคงประเมินทั้งสองด้านพร้อมกัน หากการเจรจาคืบหน้าจะช่วยลดแรงกดดันด้านพลังงานบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและช่วยผ่อนคลายราคาน้ำมันลง ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจแต่จะลดความต้องการทองคำ ทว่าความไม่แน่นอนที่ยังไม่จบก็ยังคงทำหน้าที่ช่วยพยุงสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่เช่นกัน
- 4. มังกรจีนเยือนเกาหลีเหนือ ขยายมิติความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์สู่เอเชีย: การเดินทางเยือนเกาหลีเหนือของฝั่งจีนกลายเป็นอีกสัญญาณที่ตลาดห้ามมองข้าม โดยเฉพาะท่าทีของจีนที่ไม่กดดันเกาหลีเหนือในประเด็นนิวเคลียร์อย่างชัดเจน ขณะที่เกาหลีเหนือก็มีแนวโน้มสนับสนุนจีนในประเด็นไต้หวันมากขึ้น ภาพสะท้อนนี้ชี้ชัดว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังขยายตัวจากตะวันออกกลางมาสู่เอเชียตะวันออก ซึ่งหากสมรภูมิความขัดแย้งร้อนแรงขึ้นพร้อมกันในหลายจุด จะยิ่งเร่งเร้าความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยในรอบถัดไป
- 5. เทคนิคอลย่อแรงชนโซนรับลึก เปิดพิมพ์เขียวไม้สะสมช่วงสุดท้าย: ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันขาลงอย่างหนักในช่วงต้นเดือนมิถุนายน หลุดแนวรับสำคัญไล่เรียงตั้งแต่ $4,500, $4,450, $4,400, $4,350 และ $4,300 ลงมาจนใกล้บริเวณ $4,180 ทำให้ระยะสั้นยังต้องระวังแรงขายต่อเนื่อง แต่ในเชิงกลยุทธ์ การปรับฐานรอบนี้คือโซนตั้งรับสะสมมากกว่าการเร่งขายซ้ำ โดยมีระดับ $4,150 และ $4,100 เป็นไม้สะสมช่วงท้าย ซึ่งหากเก็บครบทุกไม้ ต้นทุนเฉลี่ยจะอยู่ใกล้บริเวณ $4,300 ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจอย่างยิ่งในการรอรอบรีบาวด์ใหญ่
กลยุทธ์การลงทุน
- สถานะตลาด: ปรับฐานลึกเข้าโซนซื้อช่วงท้าย / รอจังหวะสร้างฐานเพื่อรีบาวด์ใหญ่ (Deep Correction & Rebound Accumulation)
- แนวรับสำคัญ (ไม้สะสมสุดท้าย): $4,150 หรือ 65,000 บาท (โดยมีแนวรับลึกสุดที่ด่าน $4,100 เป็นไม้เก็บตกช่วงท้าย)
- แนวต้านเป้าหมาย (รอรีบาวด์ใหญ่): เหนือบริเวณ $4,300 ขึ้นไป
- คำแนะนำเพิ่มเติม: แนะนำนักลงทุนใช้กลยุทธ์บริหารเงินแบบแบ่งไม้ให้ชัดเจน ไม่ใช้เงินก้อนเดียวในจุดเดียว และควรรอสัญญาณการหยุดไหลรวมถึงความชัดเจนจากผลการประชุม Fed และสถานการณ์ฝั่งอิหร่านให้แน่ชัด ก่อนประเมินการกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นเต็มตัวอีกครั้ง
ขอขอบคุณ InterGOLD






Comments are closed.