ราคาทอง 8 ธ.ค.68
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ต่อเนื่องกว่า สองสัปดาห์ โดยแกว่งตัวในช่วง $4,160 – $4,270 ซึ่งเป็นกรอบแคบประมาณร้อยเหรียญต้น ๆ ที่ราคาย่ำอยู่เป็นเวลานาน สะท้อนภาวะรอปัจจัยใหม่ของตลาด นักลงทุนจำนวนมากจึงเฝ้ารอดูว่าจะเกิดตัวเร่งแบบใดที่จะผลักทองคำให้ “หลุดกรอบ” และเดินหน้าเข้าสู่ทิศทางใหม่ได้ในที่สุด
สิ่งที่น่าจับตามองอันดับแรกคือ การประชุมเฟดวันที่ 11 ธันวาคม ซึ่งถือเป็นอีเวนต์สำคัญที่สุดในรอบเดือน ไม่เพียงเป็นการประกาศอัตราดอกเบี้ย แต่ยังรวมถึงเอกสาร Monetary Policy Statement, Economic Projection, และการแถลงของ Jerome Powell ซึ่งมักบอกใบ้ทิศทางดอกเบี้ยในปีถัดไป ตลาดให้ความหวังว่าครั้งนี้เฟดอาจส่งสัญญาณ “กระตุ้นสภาพคล่องระยะสั้น” ผ่านการเพิ่ม Short-term Liquidity หลังจากประกาศยุติ QT ไปเมื่อ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา หากเกิดขึ้นจริง จะเป็นแรงบวกต่อทองคำทันที เนื่องจากสภาวะเงินล้นในระบบมักดันราคาสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยอย่างทองคำให้ปรับขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น
ประเด็นถัดมาคือการจับตา ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งถูกคาดการณ์ว่าจะเป็น “Hassett” นักเศรษฐศาสตร์สายผ่อนคลาย (Dovish) ที่เป็นที่รู้จักในแนวคิดเสรีทางการเงิน เขามีมุมมองสนับสนุนการลดดอกเบี้ยเร็ว เพิ่มกำลังซื้อ ลดต้นทุนกู้ยืม และไม่ยึดติดกรอบเงินเฟ้อเข้มงวดเท่าเฟดชุดก่อน มุมมองเช่นนี้ทำให้ตลาดตีความว่าหากเขาได้รับเลือกจริง นโยบายเฟดจะเอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงและต่อราคาทองคำอย่างเห็นได้ชัด แม้ยังไม่แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ แต่เพียงแค่ “ความคาดหวัง” ก็สามารถทำให้ตลาดขยับได้แล้ว
ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทะเลจีนใต้เริ่มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าเครื่องบินรบจีน J-15 ตั้งระบบเล็งเรดาร์ (Lock-on) ใส่เครื่องบิน F-15 ของญี่ปุ่นระหว่างเข้าพื้นที่ใกล้โอกินาวา เหตุการณ์นี้ไม่เพียงตอกย้ำความเปราะบางในเรื่องไต้หวัน แต่ยังชี้ว่าความเสี่ยงการปะทะโดยไม่ตั้งใจมีมากขึ้น ซึ่งตลาดทองคำตอบสนองต่อสัญญาณความไม่แน่นอนลักษณะนี้เสมอ นอกจากนี้ความแข็งแกร่งของกองกำลัง JMSDF ของญี่ปุ่นและท่าทีแข็งกร้าวล่าสุดของจีน ทำให้ภูมิภาคนี้ยังคงเป็น “จุดเสี่ยงลุกไหม้” ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
อีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญคือ สถิติช่วงปลายปี ซึ่งสอดคล้องกับโมเดลของนักลงทุนทั่วโลกว่า หลังวันที่ 23 ธันวาคม ทองคำมักปรับขึ้นต่อเนื่องจนถึงวันที่ 5 มกราคม จากการไหลกลับของ Fund Flow และการจัดพอร์ตสิ้นปี ยิ่งเมื่อดูข้อมูลย้อนหลัง 13 ปีล่าสุด พบว่า ราคาทองคำ “ขึ้นทุกปี” โดยไม่มีปีใดติดลบ จนกลายเป็น Seasonality ที่นักลงทุนจำนวนมากรอใช้เป็นจังหวะเข้าซื้อประจำปี
เมื่อรวมทุกปัจจัยเข้าด้วยกัน—ทั้งการประชุมเฟด, ความคาดหวังด้านนโยบายใหม่, ตัวบุคคลในตำแหน่งประธานเฟด, ความตึงเครียดในภูมิรัฐศาสตร์ และสถิติเชิงฤดูกาล—ภาพรวมเดือนธันวาคมจึงยังเป็นกรอบเชิงบวกของทองคำอย่างเด่นชัด ขณะที่เชิงเทคนิค ราคายังได้รับแรงพยุงจากโซนรับบริเวณ $4,160–4,180 ซึ่งเป็นฐานสำคัญในรอบสองสัปดาห์ หากราคาย่อลงสู่ระดับดังกล่าวยังคงเป็นโซนสะสมที่ดี ส่วนแนวต้านในรอบนี้จะอยู่ที่ $4,250–4,270 ซึ่งเป็นกรอบที่เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ระยะสั้นในการทยอยขายทำกำไร
กลยุทธ์ตามแผน A (Strategy – December Playbook)
ประเภทกลยุทธ์:
“ซื้อเมื่อย่อ” (Buy on Dips) เนื่องจากปัจจัยบวกกระจุกตัวในเดือนธันวาคม–มกราคม
ราคาซื้อ (Buy Zone):
$4,160 – $4,180
โซนรับแข็ง แนะนำทยอยซื้อเป็นไม้ ๆ เมื่อราคาย่อลงแตะกรอบดังกล่าว
ราคาขาย (Take Profit Zone):
$4,250 – $4,270
แนวต้านสำคัญของรอบ หากทะลุได้จะเปิดทางขึ้นต่อ แต่เหมาะเป็นจุดขายทำกำไรสำหรับนักลงทุนระยะสั้น
ขอขอบคุณ : บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด







Comments are closed.