ราคาทอง 26 พ.ย.68
กลยุทธ์ เตรียมทะยานส่งท้ายสิ้นปี
แนวรับ 4100$ = 62,800
แนวต้าน 4160$ = 63,400
1. นับถอยหลัง Fed ลดดอกเบี้ย! บอนด์ยีลด์ร่วงแตะ 4% หนุนทองคำเต็มสูบ
ตลาดเงินเทน้ำหนักไปแล้วถึง 80% ว่า Fed จะ “ลดดอกเบี้ย” ในการประชุมเดือน ธ.ค. นี้แน่นอน ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ร่วงลงมาแตะระดับ 4% (ต่ำสุดในรอบเดือน) และกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงทันที สภาวะนี้คือลมใต้ปีกที่ช่วยพยุงราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้นได้ง่ายขึ้น
2. ข่าวลือ “ประธาน Fed คนใหม่” สายพิราบ (Dovish) ทำตลาดคึกคัก
ชื่อของ “เควิน แฮสเซ็ตต์” ถูกเก็งว่าเป็นตัวเต็งประธาน Fed คนใหม่ ซึ่งมีแนวคิดสนับสนุนการลดดอกเบี้ยเชิงรุกมากกว่าพาวเวล ข่าวนี้ทำให้นักลงทุนมองข้ามช็อตไปถึงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายยิ่งขึ้นในอนาคต เป็นปัจจัยบวกระยะยาวต่อราคาทองคำที่ตลาดกำลังเริ่ม Price-in ตั้งแต่วันนี้
3. สัญญาณสันติภาพ? ทรัมป์เดินเกมจบศึกยูเครน กดดันแรงซื้อ Safe Haven
ปัจจัยลบที่ต้องระวังคือ “ความเสี่ยงสงครามที่อาจลดลง” หลังทรัมป์ส่งทีมเจรจาผลักดันแผนสันติภาพยูเครน-รัสเซีย และมีรายงานความคืบหน้าพอสมควร หากการเจรจาเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายจริง ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) อาจลดวูบลงอย่างรวดเร็ว
4. อินเดียช็อปแหลก! นำเข้าทองพุ่ง 200% พื้นฐานแกร่งรับเทศกาลดิวาลี
ข่าวใหญ่จากฝั่ง Physical Gold! อินเดียโชว์ป๋า ทุ่มเงินนำเข้าทองคำเดือน ต.ค. สูงถึง 1.47 หมื่นล้านดอลลาร์ พุ่งขึ้นถึง 200% (3 เท่าจากปีก่อน) เพื่อรับดีมานด์ที่อัดอั้นและเทศกาลดิวาลี จนดุลการค้าขาดดุลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แรงซื้อระดับมหาศาลจากผู้บริโภครายใหญ่ระดับโลกนี้ คือฐานแนวรับที่แข็งแกร่งมากของราคาทองคำในทางกายภาพ
5. ปัจจัยด้านเทคนิค
แนวรับ 4100$ = 62,800
แนวต้าน 4160$ = 63,400
ในระยะสั้นหลังทองคำมีการปรับฐานจากบริเวณ 4230$ ลงมาทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4000$ ก่อนจะเกิดการรีบาวน์ ในระยะสั้นทองคำอาจจะสร้างฐานใหม่บริเวณ 4000 – 4200 $ ไปก่อน และหลังจากนั้นหาก Break แนว 4200 ไปได้มีโอกาสที่จะขึ้นเทส All Time High ใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ขอขอบคุณ : บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด






Comments are closed.