ราคาทอง 12 ก.ย.68
กลยุทธ์ : ลุ้นขึ้นต่อ
แนวต้าน : $3,700 / 55,000 บาท
แนวรับ : $3,600 / 54,200 บาท
1. นาโต้เดือด! รัสเซียลองของ ดันทอง Safe Haven ร้อนแรง
สถานการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด! หลังจากรัสเซียส่งฝูงโดรนล่วงล้ำน่านฟ้าโปแลนด์ ซึ่งเป็นชาติสมาชิก NATO จนถูกยิงสกัดและโปแลนด์ต้องประกาศใช้ “มาตรา 4” เพื่อขอคำปรึกษาฉุกเฉิน เหตุการณ์นี้ถือเป็นการยั่วยุทางทหารที่รุนแรงและเสี่ยงที่จะบานปลายไปสู่ความขัดแย้งโดยตรงระหว่างรัสเซียและ NATO ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกแห่เข้าซื้อทองคำอย่างหนักในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)” เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสงคราม นี่คือปัจจัยบวกใหม่ที่ทรงพลังที่สุดและเข้ามาหนุนราคาทองคำโดยตรง
2. ตลาดเดิมพัน Fed ลดดอกเบี้ย! ปัจจัยหนุนทองคำเต็มพิกัด
แม้จะมีข่าวสงครามเข้ามา แต่ปัจจัยพื้นฐานด้านการเงินยังคงแข็งแกร่ง ตัวเลขว่างงานสหรัฐฯ ที่สูงกว่าคาด ยังคงตอกย้ำมุมมองที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้ ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่า และ Bond Yield 10 ปีร่วงลง อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการลดต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ และเป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำยืนอยู่ในระดับสูงได้
3. ตลาดหุ้นคึกคัก! สินทรัพย์เสี่ยงแย่งซีน-สกัดทางขึ้นทอง
ท่ามกลางข่าวดีที่หนุนทองคำ ยังมีปัจจัยท้าทายอยู่ นั่นคือตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ยังคงปรับตัวขึ้นได้ (Risk-on) สะท้อนว่ายังมีเม็ดเงินส่วนหนึ่งไหลเข้าไปเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยง การที่ตลาดหุ้นยังคงร้อนแรงถือเป็นคู่แข่งสำคัญที่คอยดึงดูดเงินทุนและอาจสกัดการปรับตัวขึ้น “อย่างรุนแรง” ของราคาทองคำ ทำให้การขึ้นของราคาเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพมากกว่าจะพุ่งทะยานในครั้งเดียว
4. ศึก 3 ธนาคารกลาง! นโยบายสวนทางกดดันดอลลาร์
ภาพใหญ่ของนโยบายการเงินโลกยังคงสนับสนุนทองคำ ในขณะที่ตลาดคาดว่า Fed จะผ่อนคลาย แต่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) กลับส่งสัญญาณคงดอกเบี้ย และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ก็มีแผนจะลดการกระตุ้นเศรษฐกิจ นโยบายที่สวนทางกันนี้ทำให้สกุลเงินยูโรและเยนมีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าและเป็นผลดีต่อราคาทองคำในระยะกลาง
5. ผ่านบททดสอบ! กราฟชี้ชัดแรงซื้อแน่น ลุ้นทำ New High
ในทางเทคนิค ราคาทองคำพิสูจน์ความแข็งแกร่งได้อย่างน่าทึ่งหลังผ่าน “Stress Test” จากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ โดยมีแรงขายออกมาน้อยมาก แม้ว่าอินดิเคเตอร์อย่าง RSI จะอยู่ในโซน Overbought (ซื้อมากเกินไป) แล้วก็ตาม ภาวะเช่นนี้บ่งชี้ว่ามีแรงซื้อหนุนแน่นมาก สำหรับนักเก็งกำไรระยะสั้นจึงมองเป็นโอกาสเข้าซื้อ เพื่อลุ้นทำกำไรที่เป้าหมาย $3,700 (55,000 บาท) โดยมีจุดตัดขาดทุน (Cut Loss) ที่สำคัญหากราคาย่อตัวหลุดแนว $3,600 (54,200 บาท)
ขอขอบคุณ : บริษัท อินเตอร์โกลด์ โกลด์เทรด จำกัด






Comments are closed.